⦁…ไม่น่าแปลกใจกับเสียงโอดครวญจากผู้พลาดสิทธิบัตรคนจน เพราะข้อมูลของไทยยังไม่เป๊ะ การแก้ปัญหาไม่ให้เกิดซ้ำซากคือต้องปฏิวัติระบบฐานข้อมูลของไทยทุกเรื่อง เริ่มต้นจาก “คนจน” นี่แหละ มุ่งเป้าที่จะทำให้คนจนหายจนและอยู่ได้อย่างยั่งยืน ตามแนวคิด “สอนคนให้จับปลา” ดีกว่า “ให้ปลาไปเฉยๆ” หลังจากนี้อยากเห็นแนวคิดนี้สำเร็จเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เป็นเพียงวาทกรรมเท่านั้น
⦁…ขั้นตอนของกระทรวงการคลังกรณีบัตรคนจนมาถูกทาง เริ่มจากวางเป้า “ช่วยคนจนจริงๆ” ตามด้วยขับเคลื่อนด้วย “ความโปร่งใส” ประกาศเงื่อนไขกฎเกณฑ์ “รับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์” เพื่อนำมา “ปรับปรุงอีกครั้ง” ก่อนประกาศ และเมื่อประกาศแล้ว รับฟัง “คำอุทธรณ์” นำมาพิจารณา แม้ใช้เวลาสักหน่อย แต่ถ้าทำให้ข้อมูลของประเทศเป็นจริงและทันสมัยได้ ฝ่ายบริหารจะทำงานง่ายขึ้นอีกมาก
⦁…เช่นเดียวกับระบบความปลอดภัยจากภัยต่างๆ ทั้งอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัยเป็นต้น โดยเริ่มต้นที่อัคคีภัย ตามคำสั่งของ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดมหาดไทย ที่ให้ผู้ว่าฯทั่วประเทศสำรวจตรวจเช็ก ผับบาร์ร้านดื่มกิน เพื่อความมั่นใจว่าเหตุร้ายที่เกิดแก่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว จะไม่เกิดซ้ำอีกแล้ว
⦁…กรณีมหาโกงแห่งปีก็เช่นกัน เหตุ “ทุจริตสอบท้องถิ่น” ที่น่าอับอาย ดำเนินการโดยส่วนกลางแต่ไปโกงท้องถิ่น มีพยานหลักฐานแน่นหนาขึ้นเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่พบจุดโหว่การจัดสอบ พบการทุจริตที่ทำเป็นขบวนการขนาดใหญ่ พบเส้นทางเงินน่าสงสัย รู้ชื่อและรู้ตัวผู้กระทำผิด เหลือเพียงนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ เรื่องเช่นนี้ท้าทาย อนุทิน ชาญวีรกูล เพราะเป็นทั้งนายกฯที่ประกาศสู้คอร์รัปชั่น และเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย เจ้ากระทรวงที่เกิดเหตุทุจริต หยามเกียรติกันแบบนี้ จะปล่อยให้คนโกงลอยนวลไปได้อย่างไร
⦁…การโกงสอบเข้าท้องถิ่นที่เกิดขึ้น หากอยากพลิกวิกฤตเป็นโอกาส อยากสร้างความเชื่อมั่นปราบโกง ต้องทำให้เห็นด้วยการกระชากหน้ากากจอมบงการออกมา แล้วใช้กระบวนการยุติธรรมถอดรากถอนโคน ส่วนรัฐบาลหาวิธีอุดช่องโหว่ไปพลางๆ งานนี้ถ้าสุดท้ายจับมือใครดมไม่ได้ หรือเอาผิดแต่ปลาซิวปลาสร้อยก็อย่าหวังว่านานาชาติจะเชื่อมั่นการปราบโกงของไทยเลย
⦁…ยังมี “ขบวนการค้ายาเสพติด” ทั้งเฮโรอีน กัญชา ยาไอซ์ และอื่นๆ ที่ลอบนำเข้า และรับหิ้วส่งออก หลังจากจับกุม สอบสวน ผู้กระทำผิด อยากให้ขยายผลจากคนสู่ขบวนการ จากขบวนการเดียวสู่ขบวนการอื่นๆ
⦁…เช่นเดียวกับ “ขบวนการพ่อทิพย์แม่ทิพย์” ที่แปลงสัญชาติเด็กจีนเป็นเด็กไทย วิธีทุจริตแบบใหม่นี้กัดเซาะความมั่นคงของประเทศอย่างน่ากังวล หลายคดีที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นความฟอนเฟะที่รอการแก้ไขจากรัฐบาล ทั้งการป้องกัน และการปราบปราม ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน ไม่ปล่อยให้สุจริตชนต้องระทมไปเพราะคนโกง
⦁…เรื่องปราบโกง ภาคเอกชนเอาจริงเอาจัง 23 กรกฎาคม ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน จะประชุมคณะกรรมการประสานงานต่อต้านการทุจริต ครั้งที่ 1 เพื่อกำหนดแผนการดำเนินงานต่อต้านคอร์รัปชั่นอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 การปราบโกงกลายเป็นวาระแห่งชาติโดยปริยาย หวังว่าการจับมือกันสู้โกง จะทำให้ความฟอนเฟะของประเทศค่อยๆ ลดลง หรือไม่ก็หายไปเลยจะเป็นการดีที่สุด







