นิด้าสำรวจ ‘ต่างชาติผิด กม.’ ชี้ ‘ฟอกเงิน-นอมินี’ อันตราย โพลเชื่อต้องมี จนท.รัฐเอี่ยว ‘อนุทิน’ ลาเฉิงตูไปปักกิ่งต่อ รบ.ปลื้มสื่อจีนชมนายกฯ
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและภริยา พร้อมคณะ เยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์และเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์ จากนั้น เยี่ยมชมศาลเจ้าสามก๊ก (Wuhou Shrine)โบราณสถานสำคัญที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสามก๊ก ขณะที่ช่วงบ่ายนายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง โดยมีกำหนดการสำคัญคือ การหารือกับภาคเอกชนรายใหญ่ของจีน คือ บริษัท Huawei เพื่อแลกเปลี่ยน ความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมสมัยใหม่ AI และการเยี่ยมชม CP Center พูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงถึงการสร้างธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดจีน เพื่อ ถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้แก่ภาคธุรกิจไทยที่สนใจจะไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน รวมถึงวันที่ 20 กรกฎาคม มีการหารือแบบเต็มคณะกับนายกรัฐมนตรี หลี่เฉียงด้วย
ขณะที่ น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการนำเสนอข่าวของสื่อสาธารณรัฐประชาชนจีน ต่อการเยือนจีนอย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่า สื่อท้องถิ่นจีน รายงานความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการลงทุน และให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่เข้าถึงประชาชน โดยเฉพาะการใช้ภาษาจีนของนายกฯสะท้อนความเป็นมิตรและความใกล้ชิดระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “ต่างชาติ ผิดกฎหมาย” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 13-15 กรกฎาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับพฤติกรรมการกระทำผิดกฎหมายของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยจากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อพฤติกรรมการกระทำผิดกฎหมายของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยที่เป็นอันตรายต่อประเทศไทย พบว่า การเข้ามาลงทุนในธุรกิจที่ผิดกฎหมายหรือเปิดกิจการเพื่อฟอกเงินสีเทา ร้อยละ 94.05 ระบุว่า อันตรายมาก ร้อยละ 5.42 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย ร้อยละ 0.30 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย ร้อยละ 0.15 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ ร้อยละ 0.08 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย การจ้างนอมินี (ตัวแทน) ชาวไทยถือครองที่ดินไม่ว่าจะเป็นในนามบุคคล องค์กรหรือบริษัท ร้อยละ 82.14 ระบุว่า อันตรายมาก ร้อยละ 14.81 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย ร้อยละ 2.14 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย ร้อยละ 0.76 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย ร้อยละ 0.15 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ การจ้างคนไทยให้รับเป็นพ่อเด็กที่เป็นลูกต่างชาติเพื่อให้ได้สัญชาติ ร้อยละ 81.76 ระบุว่า อันตรายมาก ร้อยละ 14.20 ระบุว่า ค่อนข้างอันตราย ร้อยละ 3.05 ระบุว่า ไม่ค่อยอันตราย ร้อยละ 0.76 ระบุว่า ไม่อันตรายเลย ร้อยละ 0.23 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ
ด้านพฤติกรรมผิดกฎหมายของชาวต่างชาติที่เคยพบเห็นด้วยตนเอง พบว่า ร้อยละ 35.95 ระบุว่า ไม่เคยพบเจอพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายของชาวต่างชาติรองลงมา ร้อยละ 26.11 ระบุว่า การเข้ามาลงทุนในธุรกิจที่ผิดกฎหมายหรือเปิดกิจการเพื่อฟอกเงินสีเทา
ร้อยละ 25.88 ระบุว่า การจ้างนอมินี (ตัวแทน) ชาวไทยเปิดธุรกิจหรือถือหุ้นส่วนใหญ่ในธุรกิจในประเทศไทย ร้อยละ 20.92 ระบุว่า การจ้างนอมินี (ตัวแทน) ชาวไทยถือครองที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นในนามบุคคล องค์กรหรือบริษัท ร้อยละ 18.85 ระบุว่า การเข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ใดที่หนึ่งจำนวนมากจนกลายเป็นหรือเกือบจะเป็นชุมชนหรือเมืองของชาวต่างชาติ ร้อยละ 17.71 ระบุว่า การเข้ามาประกอบอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย เช่น งานขับขี่ยานยนต์ งานมัคคุเทศก์หรือจัดนำเที่ยว เป็นต้น เมื่อถามถึงปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยกระทำผิดกฎหมาย พบว่า ร้อยละ 67.10 ระบุว่า การทุจริต ประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร้อยละ 59.31 ระบุว่า บทลงโทษตามกฎหมายไม่รุนแรง ร้อยละ 52.21 ระบุว่า นโยบายของรัฐหรือกฎหมายเปิดช่องให้ดำเนินการได้ ร้อยละ 50.46 ระบุว่า การทุจริต ประพฤติมิชอบของนักการเมือง ร้อยละ 48.70 ระบุว่า การเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนของคนไทยบางคน ร้อยละ 44.35 ระบุว่า การไม่ใส่ใจสอดส่องดูแลของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร้อยละ 29.54 ระบุว่า คนไทยไม่สนใจหรือไม่ตระหนักในปัญหาคนต่างชาติทำผิดกฎหมาย ร้อยละ 0.31 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ




