สิริพงศ์ ขอโทษ ปชช. หลังคมนาคมปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ เปิดช่องอุทธรณ์ รถยนต์เกิน 20 ปี – มอไซค์เกิน 15 ปี ไม่ตัดสิทธิ ทบทวนสิทธิ์นักเรียน-นักศึกษานอกระบบ จ่อชง ครม.เคาะ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษศิวิไลศ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ โฆษกกระทรวงการคลัง และนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมแถลงข่าวกรณีการอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมและมหาดไทย
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ทางกระทรวงคมนาคมกราบขออภัยพี่น้องประชาชน ในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นในการดำเนินการ เนื่องจากหลักเกณฑ์การดำเนินการต่าง ๆ ที่ออกมาเพื่อคัดกรอง ผู้ที่สมควรจะได้รับการช่วยเหลือ และถึงมือบุคคลเหล่านั้นให้ได้มากที่สุด แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการปฏิบัติแล้ว พบปัญหาว่ามีข้อจำกัดบางอย่าง ที่อาจจะทำให้ประชาชน เกิดความไม่สะดวก ซึ่งในส่วนของกระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นปัญหาเกี่ยวกับรถยนต์ ขอชี้แจงว่าในเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น มีเกณฑ์อยู่ข้อหนึ่ง ว่าผู้รับสิทธิต้องไม่มีกรรมสิทธิในรถยนต์ ยกเว้น 4 ข้อ ได้แก่ 1.มีรถจักรยานยนต์ความจุไม่เกิน 300 ซีซี 2.มีรถสามล้อ 3.มีรถยนต์ 4 ล้อเลขรับจ้าง 4.รถใช้งานเพื่อการเกษตร โดยมีไว้ไม่เกินคนละ 1 คัน
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เราได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีประชาชนจำนวนมากมีรถยนต์ในลักษณะดังกล่าว ได้แก่ 1.เป็นรถเก่าที่มีมูลค่าต่ำ และไม่ได้ใช้งานแล้ว แต่ยังไม่ได้นำทะเบียนออกจากระบบ 2.ยังมีรถยนต์ที่สูญหายและสิ้นสภาพการใช้งานไปแล้ว ยังไม่ได้ตีทะเบียนออก 3.มีการขายไปแล้วโอนลอย แต่ยังไม่จดโอนกรรมสิทธิ์ 4.มีการถูกนำชื่อไปสวมสิทธิในการซื้อรถของคนอื่น
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ทั้ง 4 ประเด็นนี้เป็นประเด็นหลักที่ได้รับการร้องเรียนจากทั่วประเทศ ดังนั้นในส่วนของกระทรวงคมนาคม จึงมีหนังสือขอให้กระทรวงการคลังทบทวน และนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ จึงนำไปสู่การทบทวน โดยจะนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งกระทรวงการคลังเสนอขอให้มีการปรับเกณฑ์พิจารณาที่ไม่นำมาคิด ได้แก่
1.รถเก่า โดยดูจากอายุรถยนต์ที่อายุการใช้งานเกิน 20 ปี จะไม่นำมาคิด อาทิ อาจจะมีรถหนึ่งคันและอายุการใช้งาน ยังสามารถใช้ได้ เพื่อการดำรงชีพ และใช้งานมาแล้วเกิน 20 ปี แบบนี้จึงจะไม่ตกเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หากเกณฑ์ดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม ครม.แล้ว
2.รถมอเตอร์ไซต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 15 ปี ส่วนเกณฑ์การถือครองมอเตอร์ไซค์ จะเพิ่มเกณฑ์ให้หากมีมอเตอร์ไซค์ที่ขนาดไม่เกิน 300 ซีซี 2 คัน และกำลังมีภาระผ่อนจ่ายอยู่ จะถือว่าไม่ตกเกณฑ์
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อท้วงติงว่ารถบางคัน อายุรถอาจจะยังไม่ถึง แต่สิ้นสภาพไปแล้ว เรื่องนี้ขนส่งจังหวัดจะทำการตรวจสอบให้กับท่าน สามารถแจ้งกับทางขนส่งจังหวัดเพื่อทำบันทึกได้ บางคันจอดเอาไว้ไม่ได้ต่อทะเบียน ก็สามารถแจ้งขนส่งจังหวัดทำบันทึกได้เช่นกัน และขนส่งจังหวัดจะส่งข้อมูลเหล่านี้ เพื่อช่วยในการยื่นอุทธรณ์ให้กับท่าน
ส่วนกรณีรถที่จำหน่ายไปแล้ว และมีการโอนลอย แต่ยังไม่มีการจัดการเรื่องกรรมสิทธิ์ ท่านสามารถไปลงบันทึกที่ขนส่งจังหวัดได้หากมีหลักฐาน และหากมีหลักฐานการขายด้วย ก็จะเป็นประโยชน์มาก แต่หากไม่มีก็สามารถใช้บันทึกถ้อยคำได้
ส่วนกรณีที่ไม่เคยมีการซื้อรถ แต่ถูกแอบอ้างชื่อไปใช้สิทธิ สามารถนำเรื่องดังกล่าวไปอุทธรณ์กับขนส่งจังหวัดได้ แต่ถ้าหากไม่สามารถไปยื่นอุทธรณ์ที่ขนส่งจังหวัดได้ ทางกรมขนส่งฯ ได้มีการทำแบบฟอร์มร่วมกับกรมการปกครอง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเพื่อไม่ต้องเดินทางไปยื่นเรื่องด้วยตัวเอง
“ขอให้สบายใจว่า กระทรวงคมนาคมจะแบ่งเบาภาระของประชาชนให้ได้มากที่สุด ท่านที่ควรได้รับสิทธิต้องได้รับสิทธิจริง ๆ” นายสิริพงศ์ กล่าว
นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากประเด็นของกระทรวงคมนาคมแล้ว ยังมี ประเด็นในเรื่องของการเป็นนักเรียนนักศึกษา โดยเฉพาะผู้ที่อยู่นอกระบบ วันนี้สิ่งที่ต้องดำเนินการ คือต้องมีการปรับเกณฑ์ เพราะเราได้ทราบว่าความเป็นจริง นักเรียนนักศึกษาทั้งในและนอกระบบ ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) อาชีวะนอกระบบ รวมถึงนักเรียนนักศึกษาที่ยากจน ซึ่งบุคคลเหล่านี้ถือเป็นนักศึกษาที่เข้ามาเรียนรู้เพิ่มเติม เพื่อไปเสริมสร้างทักษะชีวิต เพื่อไปใช้ในการประกอบอาชีพ รัฐบาลเข้าใจถึงความจำเป็นนี้ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องปรับหลักเกณฑ์ ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะไม่ถูกตัดสิทธิด้วยเกณฑ์นักเรียนนักศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่กระทรวงการคลังจะพิจารณาในองค์ประกอบอื่น จึงขอให้สบายใจได้
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้กระทรวงคมนาคมไม่เคยทักท้วงหลักเกณฑ์ จนประชาชนออกร้องเรียน หากหลังจากนี้มีการร้องเรียนอีก จะมีการปรับหลักเกณฑ์ไปเรื่อย ๆ หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ทั้งหมดเกิดจากสภาพที่พบปัญหา หลักเกณฑ์มีความครบถ้วนสมบูรณ์ตั้งแต่ต้น แต่พอเข้ามาถึงการปฏิบัติก็พบปัญหาปลีกย่อยขึ้นมา แต่สิ่งที่เราทำตอนนี้ ไม่ใช่ขอให้แก้หรือปรับลดหลักเกณฑ์ แต่ขอปรับปรุงในรายละเอียดให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ และตอบโจทย์การดำเนินการให้มากขึ้น
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ต้องเรียนตามตรงว่า วิถีชีวิตของคนเมืองและคนชนบทมีความแตกต่างกันมาก ดังนั้นสิ่งที่เราเสนอปรับเพื่อให้เข้ากับบริบทของเขาเท่านั้นเอง ส่วนเกณฑ์อายุรถ เราคิดว่ารถที่คิดจะค่าเสื่อมแล้ว มูลค่าการใช้งานมันพอสมควร อย่างไรก็ตาม จำนวนปีไม่ใช่ทั้งหมด สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับสภาพตัวรถ จึงเป็นเกณฑ์การให้อุทธรณ์ บางกิจกรรมไม่สามารถตรวจสอบได้ในครั้งแรก ในทางปฏิบัติเราไม่มีทางรู้ได้เลย
‘นฤชา’ เผย กรมการปกครอง ใช้ทุกกลไกสนับสนุนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตั้งศูนย์ประสานงานระดับอำเภอ-ส่งเจ้าหน้าที่ลงระดับพื้นที่ พร้อมประชาสัมพันธ์ความคืบหน้า
ขณะที่ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า ในส่วนของกรมการปกครองมีหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะการสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ซึ่งอยู่ในขั้นตอนที่ได้รับทราบแล้วว่ามีทั้งผู้ที่ได้รับสิทธิ และผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณา ในส่วนของกรมการปกครอง ได้ดำเนินการ 3 เรื่อง ดังนี้ 1.การประสานงานกับจังหวัด และอำเภอทั่วประเทศ โดยเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ในส่วนของผู้ที่ลงทะเบียน และผ่านการรับรองได้รับสิทธิแล้ว จะประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงเรื่องที่ต้องมาตรวจสอบสิทธิ โดยเฉพาะสิทธิที่จะได้รับเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไฟฟ้า และน้ำประปา อีกกลุ่มที่ไม่ผ่านการพิจารณาจะยังมีอีกตอนอุทธรณ์หรือขั้นตอนทบทวนสิทธิ ซึ่งในกลุ่มนี้เราให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
2.การจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อสนับสนุนโครงรัฐ โดยตั้งเป็น One Stop Service ศูนย์บริการที่อำเภอ ดังนั้น ในส่วนของผู้ที่ได้รับสิทธิที่จะลงทะเบียนยืนยันรับสิทธิเพิ่มเติมที่ทางรัฐบาลมอบให้ และผู้ที่ยังไม่ผ่านการพิจารณา สามารถที่จะไปแจ้งทบทวนสิทธิได้ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง และ 3.อาจจะมีหลายท่านที่ไม่ได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางจะใช้วิธีการเดิมคืออำเภอพึ่งได้ วันนี้จัดให้มีเจ้าหน้าที่อำเภอ เจ้าหน้าที่องค์กกรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน ลงไปรับเรื่องราวต่างๆในระดับพื้นที่ ถือว่าเป็นอีกบริการหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชน สำหรับประชาชนที่ไม่มีความสะดวกในการเดินมาแจ้งยืนยันทบทวนสิทธิ์ ให้ฟังประกาศของทางราชการ
ทั้งนี้ การประชาสัมพันธ์จะใช้หอกระจายข่าว และเสียงตามสาย เรามั่นใจว่าจะสามารถประชาสัมพันธ์ให้ท่านได้ได้รับดูข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะข้อมูลข่าวสารใหม่ ทั้งเรื่องการปรับการพิจารณ หรือระยะเวลาในการยื่นทบทวนที่จะขยายไปใหม่ ซึ่งต้องรอมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อออกมาอย่างไรจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
นายนฤชา กล่าวต่อว่า วันนี้ยังเกิดความสับสนในเรื่องข้อมูลในพื้นที่ จึงขอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปทำความเข้าใจกับประชาชนในระดับพื้นที่ โดยมีเจ้าหน้าที่ของทางอำเภอรับเรื่อง และแก้ปัญหาในระดับพื้นที่ทั้งหมด ส่วนอื่น ๆ ที่ต้องใช้บุคลากร และกลไกของกระทรวงมหาดไทย เรายินดีเป็นภาคีเครือข่ายให้ความร่วมมือ ซึ่งจะมีการบริการถึงพื้นที่เพื่อที่จะเป็นการลดภาระส่วนนี้ นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้ผู้ตรวจกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจกรมการปกครอง และปลัดจังหวัดทุกจังหวัดได้ลงพื้นที่กำกับติดตามในเรื่องนี้ด้วย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการทำงานในครั้งนี้จะสำเร็จลุล่วงด้วยดี


