หน้าแรก การเมือง อนุทิน หารือเ...

อนุทิน หารือเต็มคณะหลี่เฉียง ลงนามเอ็มโอยู 15 ฉบับ สีหศักดิ์ดึงจีนปราบสแกม จับมือ 2 ปท. ตั้งเวที 2+2 

21.07.26 | 06:17 น.

อนุทินนำทีม หารือเต็มคณะหลี่เฉียง ลงนามความตกลง 15 ฉบับ สีหศักดิ์ดึงจีนปราบสแกมเมอร์ จับมือ2ปท.ตั้งเวที2+2 

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ที่มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ และตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ในโอกาสเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ

นายกฯได้เดินขึ้นบันไดผ่านแถวทหารเกียรติยศเพื่อไปยังบริเวณพิธี โดยมีนายหลี่ เฉียง (H.E. Mr. Li Qiang) นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โอกาสนี้ นายกฯ และนายกฯสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าร่วมการหารือเต็มคณะ เพื่อผลักดันความร่วมมือในมิติต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ ก่อนร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงระหว่างไทยกับจีน 15 ฉบับ และเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี และภริยา โดยมีนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพ

ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ระหว่างร่วมคณะเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ว่า การเยือนครั้งนี้ถือเป็นการเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของรัฐบาลชุดปัจจุบัน และประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยคณะได้หารือกับผู้นำระดับสูงของจีน ทั้งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ทั้งสองฝ่ายยืนยันความสัมพันธ์ไทย-จีน พร้อมทั้งหารือการเตรียมการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 52 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน ในปี 2570 โดยฝ่ายไทยหวังว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นายสีหศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงสำคัญในการจัดตั้งกรอบการหารือด้านความมั่นคงแบบ “2+2” จะเป็นเวทีหารือร่วมระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยและจีน เพื่อยกระดับการประสานนโยบายด้านความมั่นคงให้มีความใกล้ชิด และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยฝ่ายจีนได้แสดงความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งแรกประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญ และหยิบยกขึ้นหารือเป็นลำดับแรก คือการเร่งปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประชาชนในหลายประเทศ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือในทุกมิติ ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การปราบปรามการค้ามนุษย์ การสกัดกั้นเส้นทางการฟอกเงิน และการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

Advertisement

‘ ได้หยิบยกปัญหากลุ่มธุรกิจสีเทาที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยขึ้นมาหารือเพิ่มเติม โดยเน้นย้ำจุดยืนว่า รัฐบาลไทยมุ่งส่งเสริมเฉพาะการลงทุนที่มีคุณภาพ มีความยั่งยืน และนักลงทุนต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด แม้ว่ากลุ่มธุรกิจสีเทาเหล่านี้จะเป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับการลงทุนโดยรวมของจีนในไทย แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์กระทำผิดกฎหมายขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและจิตใจของประชาชนชาวไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฝ่ายไทยจึงได้ขอให้ทางการจีนให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว’ นายสีหศักดิ์ กล่าว