หน้าแรก การเมือง ไอลอว์ เปิด 9...

ไอลอว์ เปิด 9 ชื่อเอี่ยวฮั้วเลือกสว. มีอนุทิน ด้วย ไอติม จับตากกต.ตัดตอน จัดเสวนา 26 ก.ค.

21.07.26 | 13:42 น.

ไอลอว์ เปิด 9 ชื่อเอี่ยวฮั้วเลือกสว. มีอนุทิน ด้วย ไอติม จับตากกต.ตัดตอน จัดเสวนา 26 ก.ค.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ยื่นหลักฐานเกี่ยวกับคดีฮั้วเลือก สว. ให้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน)

โดยนายยิ่งชีพ กล่าวว่า พวกตนได้เก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐานมาตั้งแต่ช่วงต้นๆ ตั้งแต่ปี 2568 แต่ยังไม่มีความคืบหน้า นอกจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะทำหน้าที่พิจารณาเรื่องนี้แล้ว ตนมองว่ายังมีฝ่ายค้านที่สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลเป็นหลัก ทั้งนี้ มีบุคคลสำคัญในรัฐบาลจำนวนมากตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ด้วย โดยกำลังถูกดำเนินคดีและมีโอกาสที่จะลอยนวลด้วยน้ำมือของกกต. วันนี้ จึงนำข้อมูลมาเสนอต่อวิปฝ่ายค้านเพื่อขอให้ช่วยกันตรวจสอบรัฐบาล สำหรับข้อมูลที่นำมายื่นกับวิปฝ่ายค้านวันนี้ มีข้อมูลของรัฐมนตรีและสส.รวม 9 คน ได้แก่ 1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในปี 2567 ระหว่างการเลือกสว. นายอนุทินเป็นรองนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งในระหว่างการเลือกสมาชิกวุฒิสภามีพยานกลุ่ม 14 เข้ามาพบนายอนุทินที่อาคารรัฐสภา เพื่อขอให้ช่วยในการเลือก สว. แต่นายอนุทิน มีการรักษาท่าทีโดยให้หมายเลขโทรศัพท์ของคนที่เกี่ยวข้องและให้ไปคุยกันเอง เมื่อโทรไปคุยก็พบว่าบุคคลปลายสายคือ นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย ที่เป็นผู้จัดการประสานงาน และนอกจากนี้เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2567 ก็มีพยานยืนยันหลายคนว่าพบนายอนุทินไปนั่งพูดคุยกับสว. จำนวนมากกว่า 100 คนที่โรงแรมพูลแมนฯ ซอยรางน้ำ หลังจากการประชุมครั้งนั้นได้ผลลัพธ์ว่าจะเลือกให้ใครเป็นประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา 2 คน แล้วเมื่อวันเลือกจริงผลก็ออกมาเป็นไปตามนั้น

นายยิ่งชีพ กล่าวต่อว่า 2.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็น สส.บุรีรัมย์มาแล้วหลายสมัยและบุคคลในครอบครัวก็อยู่ในแวดวงการเมือง ที่สำคัญนายพรเพิ่ม ทองศรี พี่ชายนายทรงศักดิ์ก็เป็นสว.ชุดปัจจุบัน พยานในจังหวัดภาคอีสานได้เล่าว่ากระบวนการก่อนการเลือกสว.ถูกเชิญไปที่โรงแรมณัฐพงษ์แกรนด์ หนองบัวลำภู พบผู้สมัครสว.คนหนึ่ง เป็นผู้ดำเนินการการประชุมและประกาศในที่ประชุมว่าเป็นคำสั่งของนายทรงศักดิ์ ที่ให้แบ่งรายชื่อกันให้ชัดเจนว่าใครอยู่กลุ่มไหน ใครเป็นใคร แล้วจะนำรายชื่อทั้งหมดส่งให้นายทรงศักดิ์ และได้รับแจ้งว่าให้ไปนั่งพักในห้องพักที่โรงแรมเนื่องจากจะมีคนของนายทรงศักดิ์นำค่าตอบแทนไปให้ แต่สุดท้ายพยานคนนี้ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วย สว. ซึ่งก็ไม่ได้มาทำงาน แต่ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนของผู้ช่วย สว.

3.นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในระหว่างการเลือก สว. นายภราดร เป็นรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พยานคนหนึ่งที่เคยเป็นสส.ของพรรคภูมิใจไทยได้ออกมาเล่าว่า มีคณะกรรมการบริหารพรรคที่เป็นคนรุ่นใหม่ นำโดยนายภราดร เป็นคนศึกษาข้อมูลและออกแบบกลไกกระบวนการที่ต้องวางแผนส่งผู้สมัครไปลงตามจังหวัดต่างๆ โดยเน้นไปที่จังหวัดที่มีอำเภอน้อย เพื่อเสนอต่อกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและขอเงินสนับสนุนต่อผู้สมัครคนละ 1 หมื่นบาท สำหรับผู้สมัครที่เข้ารอบไปถึงระดับประเทศได้จะได้รับเงินสนับสนุนคนละ 4 หมื่นบาท

4.นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ประธานวิปรัฐบาล น้องชายของนายภราดรพยานคนหนึ่งเล่าว่า ผู้ช่วย สส.ของนายกรวีร์ทำหน้าที่ขับรถพาผู้สมัครสว.ในขณะนั้น ไปที่โรงแรมในจังหวัดนครนายกเพื่อเข้าร่วมประชุมเตรียมการเลือกร่วมกับผู้สมัคร สว.อีกจำนวนหนึ่ง เมื่อเสร็จจากที่จังหวัดนครนายกก็พาไปต่อที่โรงแรมมารวยการ์เด้น เพื่อให้ผู้สมัครจังหวัดอ่างทองเดินทางมาพัก ก่อนการเลือกระดับประเทศ

Advertisement

5.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อสมัยปี 2562-2566 นายพิพัฒน์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้แต่งตั้งที่ปรึกษารัฐมนตรีคือนายพิบูลย์อัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ ซึ่งปัจจุบันเป็นสมาชิกวุฒิสภา ทั้ง 2 คนนี้ นอกจากจะเคยทำงานด้วยกันแล้ว ยังมีสถานะเป็นลูกพี่ลูกน้องกันด้วย พยานยังให้ข้อมูลว่าภรรยาของนายพิพัฒน์ ยังมีความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นเครือญาติเป็นลูกพี่ลูกน้องกับนายประเทือง มนตรี และลูกชายของนายประเทือง เป็นผู้ประสานงานให้ผู้สมัครทุกคนมาพูดคุยกันที่โรงแรมอัศวินก่อนที่จะมีการเลือกระดับประเทศ แล้วยังมีพยานพบว่าภรรยานายพิพัฒน์ พร้อมลูกสาวได้เข้าร่วมเพื่อเตรียมการเลือกสว.ที่โรงแรมธาราแกรนด์ปทุมธานีด้วย

6.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในระหว่างการเลือกสว. นายนภินทร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีผู้สมัครสว. ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชีพเกษตรกรรม เปิดเผยว่าได้เข้าพบนายนภินทรที่ห้องทำงานที่กระทรวงพาณิชย์ แล้วนายนภิณทร ได้พูดคุยตกลงและขอให้ลงชื่อในใบลาออกของสว.เตรียมเอาไว้ ซึ่งคนใกล้ชิดกับนายนภิณทรก็บอกว่ามีการขอเข้าพบนายนภิณทรจริงแต่ไม่ทราบรายละเอียดว่ามีการช่วยเหลือกันจริงหรือไม่

7.นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน พยานเปิดเผยว่าสามีของนางสุขสมรวย ได้มาชักชวนให้ไปเป็นผู้สมัครสว.ในจังหวัดอำนาจเจริญและได้จ่ายเงิน 6,000 บาทเป็นค่าป่วยการ ระหว่างนั้นยังมีการจัดประชุมที่รีสอร์ทสุขสำราญ จังหวัดอำนาจเจริญด้วย และยังพบว่ามีคนนามสกุลเดียวกับนางสุขสำรวย ลงสมัครกลุ่มสตรีทั้งที่จังหวัดอำนาจเจริญและจังหวัดสงขลา จึงไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องอย่างไรกับนางสุขสมรวยหรือไม่

8.นายพิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย ก่อนวันเลือกสว. มีเงินโอนเข้าบัญชีนายพิชัย จำนวน 500,000 บาท พยานที่เป็นผู้โอนเงินบอกเพียงว่าเป็นเพียงการยืมเงินกัน จึงอยากให้ตรวจสอบว่าความจริงเป็นอย่างไร และยังพบข้อมูลว่านายสุบินศักดาผู้ช่วยสส.ของนายพิชัยตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินของ DSI เพราะมีการโอนเงินเกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงการเลือกสว เป็นการโอนเงินให้กับผู้สมัครสว.จำนวน 1 และยังมีพยานบอกว่าพบกับการกระทำ ผู้ช่วยสส.อีกคนหนึ่ง ของนายพิชัยที่ขับรถพาผู้สมัครสว.จำนวนกว่า 10 คนไปสมัครที่อำเภอท่าช้างจังหวัดสุราษฎร์ธานี และยังพบข้อมูลทางการเงินของเสมียนพรรคภูมิใจไทย จังหวัดสุราษฎร์ธานีเขต 6 ที่ทำงานร่วมกับนายพิชัยตกเป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน คนนี้ได้โอนเงินหลักหมื่นบาทและหลักแสนบาทหลายครั้งในระหว่างเดือนพฤษภาคมและ มิถุนายน 67 และเป็นการโอนให้กับผู้สมัครสว.ด้วย

9. นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธาน สภาผู้แทนราษฎรวุฒิ ที่ปรากฏอยู่ในคลิปงานเลี้ยงสว. ที่จังหวัดนครพนม และเป็นที่มาของคำกล่าวที่ว่านี่คือ สว.สีน้ำเงิน พยานหลายคนจากจังหวัดนครพนมยืนยันว่าพบกับนายศุภชัย ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดอยุธยาในช่วงก่อนวันเลือกสวและนายศุภชัยได้อยู่ในห้องที่มีกระบวนการคุยกันจัดทำโพยและสั่งให้ผู้สมัครแต่ละคนตีตารางและจดหมายเลขที่ต้องเลือกลงไปด้วย นายศุภชัย ยอมรับกับพนักงานสอบสวนแล้ว ว่าได้เดินทางไปที่โรงแรมนั้นจริง โดยบอกเพียงว่าให้กำลังใจผู้สมัคร สว. และได้เข้าไปสังเกตการณ์ในห้องประชุมด้วยแต่ปฏิเสธว่าไม่มีการทำโพยฮั้วเกิดขึ้น

นายยิ่งชีพ กล่าวต่อว่า ดังนั้น จึงฝากให้ฝ่ายค้านตรวจสอบเรื่องนี้ว่าบุคคลดังกล่าวทั้งหมด และข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดที่มีพยานพูดซ้ำไปซ้ำมา ทั้งหมดนี้เป็นความจริงหรือไม่แล้วถ้าเป็นความจริงจะถือว่ารัฐบาลชุดนี้ ที่ประกอบไปด้วยบุคคลที่มีประวัติที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตเป็นรัฐบาลที่มีความซื่อสัตย์สุจริตและน่าไว้วางใจได้หรือไม่เพียงใด ในระหว่างที่เราพึ่งพากกต.ที่ไม่เป็นอิสระไม่มากจึงต้องขอฝ่ายค้าน ฝากให้ตรวจสอบด้วยด้านนายพริษฐ์ กล่าวว่า ขอบคุณไอลอว์ที่ได้นำข้อมูลมาให้กับฝ่ายฝ่ายค้านในวันนี้ ขอให้คำมั่นสัญญากับภาคประชาชนและประชาชนทุกคนว่าเราในฐานะฝ่ายค้านจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในในการตรวจสอบคดีการโกงสว.ให้ดีที่สุด ทั้งในฐานะสส.พรรคประชาชน และประธานวิปฝ่ายค้าน

ด้านนายพริษฐ์ กล่าวว่า จากข้อมูลที่นายยิ่งชีพพูดเป็นการตอกย้ำสิ่งที่ฝ่ายค้านได้พูดมาตลอดว่ากระบวนการโกงสว.ไม่ใช่กระบวนการเล็ก ไม่ได้ถูกจัดทำเพียงแค่ผู้สมัคร สว. เพียงไม่กี่คน แต่เป็นขบวนการขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายนักการเมืองและพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง ข้อมูลหลายอย่างที่นายยิ่งชีพได้พูด มีบางส่วนที่สอดรับกับข้อมูลที่พยานได้พูดในเวทีของวิปฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา บางรายชื่อไม่ว่าจะเป็นนายทรงศักดิ์ นายศุภชัย หรือนายพิพัฒน์ก็เป็นรายชื่อที่ปรากฏอยู่บนเวทีของวิปฝ่ายค้าน แต่ก็ยังมีข้อมูลอีกหลายส่วนที่เป็นข้อมูลใหม่ที่วิปฝ่ายค้านจะรับมาดำเนินการต่อไป แต่ทั้งหมดนี้ยืนยันว่ากระบวนการนี้ เป็นกระบวนการที่คาดว่าจะมีเครือข่ายนักการเมือง และพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง และสิ่งที่อยากเชิญชวน สังคมร่วมกันจับตาคือการตรวจสอบไม่ให้ กกต. ตัดตอนให้เรื่องนี้ไปไม่ถึงศาล ซึ่งขบวนการตัดตอนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การที่กกต. ยกคำร้องทั้ง 229 คน

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เรากังวลใจคืออาจจะมีการตัดตอนอีก 3 ประการที่เราต้องทำเต็มที่ไม่ให้เกิดขึ้น

คือ 1.การตัดตอนให้เหลือเฉพาะผู้ปฏิบัติการ เพื่อทำให้เครือข่ายนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลังในระดับสั่งและบริหารจัดการไปไม่ถึงศาล ซึ่งจากฟังข้อมูลทั้งพยานหลักฐานและข้อมูลที่ไอลอว์ได้ยื่นในวันนี้บ่งชี้ชัดว่าขบวนการนี้ต้องอาศัยการวางแผนที่ค่อนข้างซับซ้อน เพราะมีเส้นเงินและปริมาณเงินที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ซึ่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากได้กลุ่มผู้สมัคร สว.เท่านั้น แต่คาดว่าจะต้องมีขบวนการของเครือข่ายนักการเมืองอยู่บ้างหลัง

2.ต้องตรวจสอบไม่ให้ กกต.ตัดตอนส่งให้เรื่องไปถึงศาลแค่บางจังหวัด เพราะจากที่ฟังรายละเอียดข้อมูลทั้งหมด หากคำนวณเชิงคณิตศาสตร์จะเห็นว่าขบวนการดังกล่าวจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อเป็นขบวนการที่ครอบคลุมไปหลายจังหวัดทั่วประเทศ ดังนั้น การที่กกต. ออกมาให้ข้อมูลว่า กกต.กำลังพิจารณาคดีนี้ เป็นรายจังหวัดนั้นก็สร้างความกังวลใจว่าตกลงแล้ว กกต. กำลังจะเดินหน้าไปสู่การตัดตอนให้เรื่องไปถึงศาลแค่บางจังหวัด ที่หลักฐานชัดมากกว่าจังหวัดอื่นหรือไม่ หวังว่า กกต.จะไม่ทำเช่นนั้น รวมถึงเล็งเห็นเหมือนที่เราและสังคมเห็นว่าขบวนการนี้จะสำเร็จได้ในเชิงคณิตศาสตร์ ต้องอาศัยขบวนการที่ครอบคลุมหลายจังหวัด ดังนั้น จึงควรส่งเรื่องไปยังศาลให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทุกจังหวัดที่มีหลักฐานทั่วประเทศ

นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า 3.ต้องตรวจสอบไม่ให้ กกต. ตัดตอน ในลักษณะเป็นการสังเวยกลุ่มน้ำเงินอ่อนเพื่อปกป้องกลุ่มน้ำเงินเข้ม เพราะที่ผ่านมาจะเห็นรอยร้าวระหว่างสีน้ำเงินด้วยกันเอง สิ่งที่เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้นคือการเลือกตัดตอนน้ำเงินอ่อนที่อยู่ไกลศูนย์อำนาจ แล้วส่งเรื่องบุคคลเหล่านั้นไปที่ศาล เพื่อหวังจะปกป้องน้ำเงินเข้มที่อยู่ใกล้ชิดศูนย์อำนาจที่แท้จริง ทั้งที่ความจริงแล้วต้องมีการสั่งฟ้องรวมกลุ่มน้ำเงินเข้มด้วยเช่นกัน หลังจากนี้พรรคฝ่ายค้านจะใช้ทุกกลไกที่มีในการตรวจสอบเรื่องนี้ แม้ขณะนี้จะอยู่ในช่วงปิดสมัยประชุม แต่เมื่อเปิดสมัยประชุมเมื่อไหร่ ทุกกลไกและทุกเครื่องมือที่เรามีจะนำมาใช้ในการตรวจสอบเรื่องนี้ รวมถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เราตั้งใจจะใช้ในการตรวจสอบรัฐบาลทุกเรื่อง แต่ก่อนจะถึงเวลาเปิดสมัยประชุม ในช่วงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ สิ่งที่เราต้องทำอย่างเร่งด่วนคือการใช้กลไกทั้งไหนและนอกสภาที่มีอยู่ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดคือขอเชิญชวนประชาชนไม่กระพริบตาต่อการทำหน้าที่ของ กกต. และให้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านวันนี้ิเราเห็นตรงกันว่าจะมีการจัดงานเสวนาอีกครั้งในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ โดยจะมีพยานบุคคลใหม่ๆ จากหลายจังหวัดเพื่อจะได้ร่วมกันตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มข้นและชัดเจนมากขึ้น ย้ำว่าเราจะตรวจสอบเรื่องนี้ผ่านกลไกทั้งในและนอกสภาอย่างเต็มที่เช่นกัน ซึ่งตนยังมีข้อกังวลใจเกี่ยวกับผลการประเมินการทำงานของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ที่ให้ทำหน้าที่ต่อ แม้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวออกมาว่านายแสวงได้คะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ หากสรุปปัญหานี้ในหนึ่งประโยคตนคิดว่าคือการที่เรามีองค์กรอิสระที่เป็นอิสระจากประชาชน หากถามประชาชนว่าพอใจกับการทำหน้าที่ของ กกต. หรือไม่

ตนเชื่อว่าประชาชนจำนวนมากคงตอบได้ชัดเจนว่าไม่พอใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดำเนินคดีโกงสว.ที่ล่าช้ารวมถึงการเตรียมการเลือกตั้งปี 2569 ที่เริ่มต้นเตรียมการมาแต่ปี 2568 และยังมีข้อพิรุธ ในการเลือกตั้งปี 2569 ที่เกิดขึ้น เช่น กรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่ส่งผลกระทบต่อหลักการการออกเสียงลงคะแนน แต่แม้ว่าสังคมส่วนใหญ่อาจจะไม่พอใจกันทำหน้าที่ของกกต. แต่กลายเป็นว่าประชาชนแทบจะไม่มีช่องทางที่จะตรวจสอบกกต. ได้ช่องทางที่ประชาชนเคยมีในการเข้าชื่อถอดถอนโดยรัฐสภานั้น ก็ถูกดึงออกไปโดยรัฐธรรมนูญปี 2560 ตอนนี้กลายเป็นว่าองค์กรอิสระ เช่น กกต.ก็เหลือเพียงแค่วิธีการประเมินกันเองปกป้องกันเอง มาถึงกรณีนี้แม้ว่าจะประเมินไม่ผ่านก็สามารถทบทวนการประเมินเพื่อปกป้องกันเองได้อีก ตนจึงอยากให้คำสัญญาว่าทางวิปฝ่ายค้านจะใช้ทุกกลไกของสภาที่มีประสานงานกับคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป และเชื่อว่าเอกสารชิ้นสำคัญที่จะเสนอให้มีการเรียกจากกกต. และหากกกต. เปิดเผยมาจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการตรวจสอบ คือสัญญาว่าจ้างนายแสวงในฐานะเลขาธิการกกต. นั่นจะเป็นหนึ่งในเอกสารที่จะขอและเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบต่อไป

เมื่อถามว่า ในสมัยประชุมน่าจะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องโกงสว. หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราตั้งใจจะใช้ทุกกลไกของสภาในการตรวจสอบ สิ่งที่ตนเปิดเผยได้คือ เรามีความตั้งใจว่าในสมัยประชุมหน้าใช้สิทธิ์ในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจคงมีทั้งเรื่องคดีโกงสว. รวมถึงเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่องที่ทำให้เราไม่ไว้วางใจรัฐบาล ขั้นตอนถัดไปก็จะมีการหารือระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเกิดขึ้นในช่วงใดของสมัยประชุมหน้ารวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องและหัวข้อจะเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่า รายชื่อที่ปรากฏจะมีการยื่นอภิปรายทั้งหมดเลยหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า คดีโกงสว. เราตรวจสอบทุกคนที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น รายชื่อที่มีเบาะแสหรือมีข้อมูลที่ยื่นเข้ามา เราจะมาตรวจสอบว่าเป็นข้อมูลที่สามารถใช้ผ่านกลไกต่างๆ ได้มากน้อยแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้จำกัดเฉพาะรายชื่อที่มีข้อมูลในชุดนี้ หากมีข้อมูลชุดอื่นที่มีรายชื่อปรากฏก็จะนำข้อมูลมาพิจารณาเช่นกัน ซึ่งเราไม่ได้ละเว้นชื่อคนใดคนหนึ่งอยู่แล้วจะตรวจสอบทุกคนที่เกี่ยวข้อง

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หลักฐานที่เราและภาคประชาชนเข้าถึงตนเชื่อว่าหน่วยงานที่ตรวจสอบเข้าถึงอยู่แล้วและเข้าถึงได้มากกว่าพวกเราด้วยซ้ำ ทั้งเรื่องสถานที่วันเวลาบุคคล แต่ที่เรากังวลตอนนี้แม้ว่าหลักฐานจะชัดเจนแต่หน่วยงานที่ตรวจสอบจะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา กกต. เองก็มีผลประโยชน์ทับซ้อนและมีความล่าช้า ส่วนกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอก็อยู่ในสภาวะปล่อยเกียร์ว่างรอดูมติกกต. ก่อนว่าจะเป็นอย่างไร

ทำให้เพิ่มข้อกังวลใจว่าหากกกต. มีการเป่าคดีหรือตัดตอนคดี จะเอาการตัดสินของกกต. มาเป็นข้ออ้างในการเป่าคดีและตัดตอนของฝั่งดีเอสไอในฐานฟอกเงินและอั้งยี่ด้วยหรือไม่ ย้ำว่าไม่ใช่การฮั้วกันระหว่างสว. กลายเป็นว่าระหว่างหน่วยงานตรวจสอบก็มีการฮั้วกันเองด้วย เพื่อปกป้องคนที่เกี่ยวข้องในคดีนี้

นายยิ่งชีพ กล่าวเสริมถึงเรื่องเส้นเงินว่า จากปากคำเท่าที่เก็บจากปากคำพยานผู้ที่มีส่วนร่วมในขบวนการพบว่าส่วนใหญ่จ่ายเป็นเงินสด จึงไม่มีหลักฐาน เส้นเงินเท่าที่มีปรากฏเป็นเพียงปลายขอบของขบวนการที่ไม่ได้ระมัดระวังมากเพียงพอ