‘ศิริกัญญา’ ชงลดหย่อนภาษีดึงสำนักงาน กม. ส่งทนายอาสาประจำโรงพัก หวังแก้ความเหลื่อมล้ำเข้าถึงความยุติธรรม ด้าน ‘ยธ.’ แจง ค่อยๆ เดินหน้าขยายโครงการต่อเนื่อง ตั้งเป้าครบทุกสถานี แต่ติดข้อจำกัด
ดึงให้ส่งมาประจำเพิ่ม
เมื่อเวลา 17.20 น. วันที่ 21 กรกฎาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธาน กมธ.ฯ ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม วาระพิจารณามาตรา 21 กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) และหน่วยงานในกำกับ
ช่วงหนึ่ง น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกมธ.ฯ สอบถามว่า มีโครงการที่น่าสนใจซึ่งเป็นโครงการเกี่ยวกับทนายอาสาที่อยู่ในส่วนของสำนักปลัดกระทรวงยุติธรรมอยู่ประมาณ 3 โครงการ ได้แก่ 1.ทนายความอาสาตามสถานีตำรวจ 2.ทนายความอาสาที่ไปประจำอยู่ที่ศาลหรือสภาทนายความในจังหวัดต่างๆ และ 3.การอบรมทนายความอาสา ซึ่งตนคิดว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับการอำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้น เพราะหลายครั้งเรามักเจอกับความเหลื่อมล้ำในเรื่องของรายได้และสถานะทางสังคมที่ทำให้ความยุติธรรมไม่เท่าเทียมกันไปด้วย
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ฉะนั้น ทนายความอาสาจึงจะเป็นสิ่งช่วยมาเติมเต็มในส่วนนี้ แต่หากมาดูค่าตอบแทนที่กระทรวงยุติธรรมจัดให้คือ 1,000 บาทต่อคนต่อวัน ต้องบอกว่ามันน้อยมาก และไม่สามารถทำให้ครอบคลุมทุกสถานีตำรวจได้ โดยในปี 2570 น่าจะได้ประมาณ 390 แห่ง ต้องรอให้ถึงปี 2580 หรือไม่จึงจะได้ครบทั้ง 1,400 กว่าแห่งทั่วประเทศ
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ตนเข้าใจถึงข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ และคิดว่าเราสามารถที่จะสร้างแรงจูงใจให้กับสำนักงานกฎหมายต่างๆ ในการส่งทนายความอาสามาประจำที่สถานีตำรวจหรือศาลเพื่ออำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนทั่วไปได้หรือไม่ โดยอาจจะเป็นแรงจูงใจในด้านอื่นๆ เช่น การลดหย่อนภาษีให้กับทางสำนักงานกฎหมายที่อาจจะมีทนายความประจำอยู่ค่อนข้างมาก สามารถที่จะจัดเวรมาหมุนเวียนกัน โดย ส.ส.ได้มีการพูดคุยกันและพยายามทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ หากทางกระทรวงยุติธรรมสนใจก็สามารถมาร่วมยื่นร่างกฎหมายเช่นนี้ด้วยกันได้
ด้าน นางอุษา จั่นพลอย บุญเปี่ยม ที่ปรึกษาเฉพาะด้านนโยบายและการบริหารงานยุติธรรม ชี้แจงว่า สำหรับเรื่องทนายความอาสา หรือทนายความประจำโรงพักนั้น ในการส่งเสริมบทบาทของทนายความที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงยุติธรรม เราได้มีการทำแล้วในหลายจุด โดยเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง และทำผ่านสำนักงานยุติธรรมจังหวัด
นางอุษา กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม สำนักงานยุติธรรมจังหวัดที่เราจัดทำขึ้น และกระจายอยู่ทั่วประเทศในปัจจุบันนี้ประชาชนสามารถที่จะเข้าไปร้องเรียน ร้องทุกข์ ขอความช่วยเหลือได้ในหลายบทบาทภารกิจที่เป็นงานบริการของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งในสำนักงานยุติธรรมจังหวัดเองจะมีทนายความที่นั่งให้คำปรึกษาตัวเป็นๆ กับประชาชนอยู่ด้วย
นางอุษา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เป็นความคิดริเริ่มของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ในการที่จะให้มีทนายความประจำโรงพัก ซึ่งกระทรวงยุติธรรมได้รับนโยบายนี้มาและขับเคลื่อนมาแล้วหลายปี รวมถึงสนับสนุนงบประมาณผ่านสภาทนายความ โดยในระยะเริ่มแรกนั้นเริ่มขยับขยายจาก 100 กว่าสถานีมาเป็น 200-300 สถานี
“ปัจจุบันเราคาดหวังว่าเราจะมีครบทุกสถานี แต่ด้วยข้อจำกัดและผลการดำเนินงานเพื่อที่จะพิสูจน์ว่าสามารถทำให้สำเร็จและประชาชนสามารถเข้าถึงได้ เราจึงค่อยๆ ขยับขึ้นทีละเล็กทีละน้อย ซึ่งนี่เป็นเงินที่กระทรวงยุติธรรมสนับสนุนผ่านสภาทนายความไป” นางอุษากล่าว

