หน้าแรก การเมือง เครือข่ายคนรั...

เครือข่ายคนรักษ์มรดกโลก จับมือ สว. ดัน 3 พื้นที่ประวัติศาสตร์ไทยสู่มรดกโลก ยกระดับศก.-ท่องเที่ยว

21.07.26 | 12:45 น.

เครือข่ายคนรักษ์มรดกโลก จับมือ สว. ดัน 3 พื้นที่ประวัติศาสตร์ไทยสู่มรดกโลก มุ่งยกระดับเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่รัฐสภา เครือข่ายภาคประชาชน “ชมรมคนรักษ์มรดกโลก” ร่วมกับสมาชิกวุฒิสภา 3 จังหวัด ได้แก่ นายสหพันธ์ รุ่งโรจนพณิชย์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดกาญจนบุรี นางสาวมณีรัฐ เขมะวงค์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงราย และนายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงใหม่ เข้ายื่นข้อเสนอถึง นางเอมอร ศรีกงพาน ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา เพื่อผลักดัน ทางรถไฟสายมรณะและสะพานข้ามแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรี เมืองโบราณเชียงแสน จังหวัดเชียงราย และเมืองประวัติศาสตร์เชียงใหม่ เข้าสู่กระบวนการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก (UNESCO)

ภายหลังการยื่นข้อเสนอ นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ในฐานะผู้รับเรื่อง ได้ร่วมแถลงข่าวกับเครือข่ายภาคประชาชนและสมาชิกวุฒิสภา โดยย้ำว่าการผลักดันครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มจำนวนแหล่งมรดกโลกของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีเพียง 8 แห่ง พร้อมใช้มรดกทางวัฒนธรรมเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการอนุรักษ์ทรัพยากรทางประวัติศาสตร์ของชาติ ทั้งนี้ในช่วงเช้า นางเอมอร ศรีกงพาน ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ท่านก็ให้ความเห็นด้วยและรับเรื่องร้องเรียน เพื่อผลักดันอย่างเต็มที่ เพื่อให้แหล่งมรดกโลกข้างต้น ขึ้นทะเบียน มรดกโลก กับ UNESCO World Heritage

นายณพลเดช มณีลังกา ตัวแทนเครือข่ายประชาชนคนรักษ์มรดกโลก กล่าวว่า การยื่นข้อเสนอครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างภาคประชาชนกับสมาชิกวุฒิสภาจาก 3 จังหวัด เพื่อผลักดันแหล่งมรดกสำคัญของไทยเข้าสู่การพิจารณาของยูเนสโก พร้อมระบุว่า ประเทศไทยยังมีศักยภาพในการเพิ่มจำนวนแหล่งมรดกโลกอีกหลายแห่ง

ปัจจุบันประเทศไทยมีมรดกโลกเพียง 8 แห่ง ขณะที่หลายประเทศมีจำนวนมากกว่าหลายเท่า เช่น จีนมี 60 แห่ง อิตาลี 59 แห่ง เยอรมนี 54 แห่ง ฝรั่งเศส 53 แห่ง และสเปน 50 แห่ง โดยหลายประเทศสามารถเสนอขึ้นทะเบียนได้ปีละ 2–3 แห่ง หากประเทศไทยสามารถผลักดันแหล่งมรดกที่มีคุณค่าเข้าสู่บัญชีมรดกโลกได้เพิ่มขึ้น จะเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีโลก

Advertisement

ด้านนายสหพันธ์ รุ่งโรจนพณิชย์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ทางรถไฟสายมรณะและสะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นสถานที่สำคัญที่สะท้อนประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 และการสูญเสียของเชลยศึกจากหลายประเทศ จึงมีคุณค่าในฐานะมรดกแห่งสันติภาพของโลก

นายสหพันธ์กล่าวว่า จังหวัดกาญจนบุรีเคยยื่นเสนอพื้นที่ดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของยูเนสโกเมื่อปี 2547 แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ และเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะผลักดันอีกครั้ง โดยหวังว่าการดำเนินการรอบใหม่นี้จะทำให้ทางรถไฟสายมรณะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้เสียชีวิตในสงครามและสร้างคุณค่าให้จังหวัดกาญจนบุรีในฐานะเมืองแห่งสันติภาพ

นางสาวมณีรัฐ เขมะวงค์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า พร้อมสนับสนุนการผลักดันเมืองโบราณเชียงแสนอย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีอายุยาวนานกว่า 700 ปี และเป็นศูนย์กลางอารยธรรมล้านนาในยุคแรก มีทั้งกำแพงเมือง คูเมือง และโบราณสถานกว่า 140 แห่ง ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาการจัดการเมืองและระบบน้ำของบรรพบุรุษ
นางสาวมณีรัฐ กล่าวว่า การขึ้นทะเบียนเชียงแสนเป็นมรดกโลกจะไม่เพียงช่วยอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม แต่ยังเป็นโอกาสสร้างเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว สร้างงาน และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ขณะที่นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การผลักดันเมืองประวัติศาสตร์เชียงใหม่เข้าสู่มรดกโลกดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 หลังได้รับการบรรจุในบัญชีรายชื่อเบื้องต้นของยูเนสโก และในช่วงต้นปี 2568 ภาคประชาสังคม โดยสภาเมืองเชียงใหม่ ได้ร่วมกับจังหวัดเดินหน้าจัดทำเอกสารเสนออย่างจริงจัง

นายประหยัด เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบข้อเสนอเมื่อเดือนมกราคม 2569 ก่อนส่งเอกสารฉบับสมบูรณ์ไปยังศูนย์มรดกโลก ณ กรุงปารีส เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยคาดว่าผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรที่ปรึกษาจะลงพื้นที่ประเมินในเดือนสิงหาคมนี้ และเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกในช่วงกลางปี 2570  เมืองเชียงใหม่มีคุณค่าโดดเด่นด้านอารยธรรมล้านนา การสืบทอดพระพุทธศาสนา ตลอดจนสถาปัตยกรรม วัดวาอาราม และผังเมืองโบราณ ซึ่งล้วนเป็นหลักฐานสำคัญของอารยธรรมที่สืบทอดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ด้านนายพิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า จากการลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และสุรินทร์เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทำให้เห็นถึงคุณค่าของโบราณสถานสำคัญหลายแห่ง เช่น ปราสาทหินพิมาย และปราสาทตาเมือนธม ซึ่งควรได้รับการอนุรักษ์ในระดับสากล พร้อมแสดงความเห็นว่า หากประเทศไทยมีแหล่งมรดกโลกเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสะพานข้ามแม่น้ำแคว เชียงแสน เชียงใหม่ หรือแหล่งสำคัญอื่น ๆ จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างมหาศาล และตนพร้อมที่แต่งเพลงให้กับ มรดกโลก ที่เตรียมขึ้นทะเบียนมรดกโลก ทั้ง 3 แห่ง และได้ร้องเพลงพระราชนิพนธ์ เราสู้ ทิ้งท้ายอีกด้วย

นายณพลเดช มณีลังกา กล่าวว่า ปัจจุบันเสาหลักทางเศรษฐกิจหลายด้านของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตร อุตสาหกรรม หรือการเงิน ต่างได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

นายณพลเดชกล่าวว่า ประเทศไทยมีมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์และสั่งสมไว้เป็นเวลาหลายร้อยปี ซึ่งควรได้รับการเชิดชู อนุรักษ์ และต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ โดยเชื่อว่าการผลักดันแหล่งมรดกที่มีคุณค่าเข้าสู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จะช่วยสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และรักษามรดกของชาติให้คงอยู่กับคนไทยและประชาคมโลกอย่างยั่งยืน