โรม แจงปะทะ ‘ศุภชัย’ ใน กมธ.กฎหมาย ยันทำตามระเบียบ-ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร ขอโฟกัสปมทุจริตสอบท้องถิ่น ด้าน “บังซุป” ขู่ฟ้องคนยื่นกล่าวหา “อนุทิน” ทุจริตสอบท้องถิ่นหาเงินเลือกตั้งสส.8 ก.พ.
เมื่อวลา 12.40 น. วันที่ 22 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรรมาธิการ(กมธ.) กฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึง การพิจารณาของกมธ.ฯ เรื่องทุจริตสอบท้องถิ่นวันนี้(22 ก.ค.) ว่า จุดเริ่มต้นการตรวจสอบครั้งนี้เพราะมีใครบางคนมายื่น เรื่องต่อ กมธ. ซึ่งผู้ยื่นคือ สมาคมส่งเสริมการตรวจสอบอำนาจรัฐภาคประชาชน (สตป.) โดยสมาคมนี้มากล่าวโทษ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งสมาคมนี้ไม่มีความเชื่อมั่นในการบริหาร ของฝ่ายบริหารรัฐบาล เนื่องจากมีพฤติการณ์และข้อเท็จจริงแสดงว่านายอนุทิน มีส่วนทั้งทางตรงและทางอ้อมในการทุจริต หาประโยชน์จากการทุจริตสอบท้องถิ่นครั้งนี้เพื่อนำเม็ดเงินที่ได้ไปใช้ในการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 69 ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นการกล่าวเท็จและใส่ร้าย ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ
“ผมจะดำเนินคดีไม่ว่าใครก็ตาม ที่เข้ามาใส่ร้ายป้ายสี และอ้างว่าเป็นบุคคลที่ทำงานเพื่อชาติ เมื่อทำงานเพื่อชาติแล้วก็อย่าลืมไปทำงานเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียด้วย มายื่นหนังสืออยู่ที่นี่ก็กลับไปดูแลลูกเมียบ้าง รู้สึกว่าท่านขยันกันมากเหลือเกิน” นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ขอเรียกร้องไปถึงกรรมาธิการต่างๆ อย่าใช้วิธีการอย่างนี้ หาใครสักคนมายื่นเรื่อง รับแล้วก็สอบ เรียกบรรดาอธิบดี ปลัด รองปลัดกระทรวงมากันเต็ม อย่าขยันทำงานแบบนี้ เห็นใจข้าราชการบ้าง เรื่องท้องถิ่นก็กำลังสอบอย่างเต็มที่อยู่ เพราะฉะนั้นอย่าใช้ตรงนี้ เพื่อจะใช้กรรมาธิการ เป็นช่องทางในการเล่นงานรัฐบาล พัฒนาการเมืองให้มีการทำงานอย่างสมเหตุสมผลเถอะ กรรมาธิการไม่ได้เป็นของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นของทุกพรรคการเมือง เพราะฉะนั้นจงให้เกียรติกรรมาธิการทุกคนด้วย อย่าทำแบบนี้เลย เด็กๆอย่าทำ วัยวุฒิอาจจะไม่เท่ากับคุณวุฒิที่จะต้องพิจารณา ตนไม่ได้ว่ากรรมาธิการชุดไหน แต่บอกว่าวันนี้อย่าเพลิดเพลินกับการใช้อำนาจ ประธานกรรมาธิการ จนทำให้ระบบรัฐสภาต้องเสียหาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการพิจารณาของ กมธ.การกฎหมายฯในช่วงเช้าวันนี้ นายศุภชัยไม่พอใจเรื่องที่มีการร้องเรียนว่านายอนุทินเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตท้องถิ่น และไม่ฟังการชี้แจงของผู้ร้อง ก็ขอเดินออกจากห้องประชุมไปก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างที่นายศุภชัย แถลงข่าวอยู่นั้น เป็นจังหวะที่ นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานกมธ.กฎหมายฯ ลงมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ถึงผลการประชุม กมธ.ฯ จึงมายืนฟังนายศุภชัยพูดอยู่ครู่หนึ่ง และภายหลังนายศุภชัย แถลงเสร็จ จึงได้เดินเข้าไป จับมือแตะไหล่ นายรังสิมันต์พร้อมแซวเรื่องกาแฟในห้องประชุมกมธ.ฯ



จากนั้น นายรังสิมันต์ ให้สัมภาษณ์ทันที ถึงการโต้เถียงในที่ประชุมกมธ. กับนายศุภชัยว่า การพิจารณาของ กมธ.ฯมีความคืบหน้าด้วยดีในการช่วยเหลือคนให้กลับประเทศไทยได้ และการตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชั่น ยืนยันว่าการทำหน้าที่ไม่ได้การแกล้งใคร เป็นการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา แต่ความเห็นในกรรมาธิการอาจมีความเห็นไม่ตรงกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ที่ประธานคือควบคุมการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ซึ่งบางครั้ง กมธ.บางคนอาจมาตรงเวลาบ้างไม่ตรงเวลาบ้างอาจทำให้พลาดข้อมูลที่มีการชี้แจงไปแล้ว แต่เมื่อเข้ามาใหม่แล้วให้เริ่มต้นใหม่ ยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้ไม่เช่นนั้น การบริหารจัดการเวลาไม่สามารถทำได้ เมื่อประธานวินิจฉัยแล้วก็ต้องจบ ถ้าไม่จบต้องจำเป็นอาจต้องควบคุมให้เป็นไปตามความเรียบร้อย ส่วนตัวเรื่องนี้ไม่ได้มีประเด็นอะไร ไม่ต้องการให้นำเรื่องนี้มาแก่นสาร
“แก่นสารที่สำคัญที่สุดคือตกลงแล้ว 5,960 คน ที่มีข้อมูลออกมาว่าเกี่ยวข้อง ทุจริตสอบท้องถิ่นเชื่อมโยงกับบุคคลสำคัญ สรุปแล้วใครต้องรับผิดชอบ เป็นแก่นสารที่สำคัญ ส่วนเรื่องอื่นเป็นเพียงความเห็นที่ตรงและไม่เคยผิดใจในเรื่องนี้ ถือว่าทำหน้าที่ประธาน ส่วนเรื่องอายุไม่สามารถเร่งให้ตัวเองเร็วกว่านี้ได้ แต่อย่าเอาเรื่องอายุมาเป็นประเด็น ยืนยันทำหน้าที่ตามระเบียบแล้วก็บังคับการประชุม เมื่อวินิจฉัยและทำหน้าที่ ผู้ที่มีวุฒิภาวะก็จำเป็นฟังและเข้าใจว่าการวินิจฉัยเป็นแบบนี้หากไม่พอใจจะดำเนินการใด ทางผมยินดีก็พร้อมที่จะชี้แจงและพร้อมทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา” นายรังสิมันต์กล่าว





