ศุภชัย ยันไม่ได้ใช้กฎหมายปิดปาก “ยิ่งชีพ” หลัง เปิดชื่อ “อนุทิน-รมต.-ภท.” 9 คน เอี่ยวฮั้ว สว.-ซัดกลับ “iLaw-ธนาธร-ปชน.”เหมือนคอหอยกับลูกกระเดือก ร่วมรณรงค์เลือกสว. เป็นขบวนการ จริง ๆ แล้วคือ สว.สีส้ม เสียผลประโยชน์ก็กล่าวหา สว.สีน้ำเงิน
เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 22 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย แถลงถึงกรณีที่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ตรวจสอบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย รัฐมนตรี ส.ส.พรรคภูมิใจไทย รวม 9 คน กรณีที่ส่อว่ามีพฤติกรรมที่ทำให้การเลือกส.ว.ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ว่าทั้งนี้สิ่งกลุ่มไอลอว์ โดย นายยิ่งชีพ ดำเนินการยื่นเรื่องให้กับ ส.ส.พรรคประชาชน สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการที่เชื่อมโยงและเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน
ทั้งนี้ก่อนหน้าจะมีการเลือก ส.ว. กลุ่มไอลอว์ คณะก้าวหน้า ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคประชาชน หรือก่อนหน้านั้นเป็นพรรคก้าวไกล และพรรคอนาคตใหม่ ล้วนเป็นกลุ่มที่ร่วมมือกันรณรงค์ให้มีการส่งบุคคลลงสมัครเป็นส.ว. คล้ายกับคอหอยกับลูกกระเดือก ใช้แคมเปญ ส.ว.ประชาชน ส.ว.สีส้ม แต่เมื่อกระบวนการที่ทำร่วมกันไม่สำเร็จ กลับกล่าวหา ส.ว.สีน้ำเงิน และกล่าวหาพรรคภูมิใจไทย
“กระบวนการที่พวกเขาทำ ทำให้ผลเลือกได้ส.ว.เข้ามาบางส่วน และมีส.ว.สำรองอยู่บางส่วน ชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ไอลอว์ และพรรคประชาชนดำเนินการนั้นเพราะเสียผลประโยชน์ มีผลประโยชน์ทับซ้อน การยื่นเรื่องมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ เป็นความร่วมมือยื่นเรื่อง รับเรื่อง เพื่อให้กรรมาธิการของสภาฯตรวจสอบ ทั้งนี้ผมขอเรียกร้องให้หยุดการกระทำที่ใช้ กรรมาธิการของสภาฯ เป็นเครื่องมือทางการเมือง และอย่าทำ ทั้งนี้วัยวุฒิอาจไม่เท่าคุณวุฒิ อย่าเพลินกับการใช้อำนาจกรรมาธิการ จนสภาเสียหาย ซึ่งกรรมาธิการไม่ใช่ของพรรคใด แต่เป็นของทุกคน ขอให้ให้เกียรติกรรมาธิการทุกคนด้วย” นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า กรณีฮั้วส.ว.ขณะนี้เป็นขั้นตอนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ตรวจสอบ หากไอวอล์และพรรคประชาชนบอกว่าเป็นผู้ที่เคารพกฎหมาย ต้องเคารพในกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่กล่าวหานายอนุทิน หรือ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ว่ามีพฤติกรรมทุจริตเกี่ยวกับการฮั้ว ส.ว.อย่างไม่เป็นธรรม สิ่งที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยเสียหาย ตนขอใช้สิทธิฟ้องดำเนินคดี เช่นเดียวกับกรณีของนายพิชัย พิทักษ์ เลขาธิการสมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน (ส.ต.ป.) ที่ยื่นเรื่องให้ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ ตรวจสอบการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่กล่าวหานายอนุทินว่ามีส่วนทั้งทางตรงและทางอ้อมให้การทุจริตสอบเกิดขึ้น เพื่อนำไปใช้ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า วันนี้กระบวนการอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) รวมถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) จะดำเนินการอย่างไรก็เป็นกระบวนการตามกฎหมาย หากพวกท่านบอกว่าไม่ไว้ใจกกต.เพราะมองว่าไม่เป็นกลาง ก็ไปว่าที่กกต.ไม่ใช่มาบอกว่านายอนุทิน มีปัญหาเลือกส.ว.หรือพรรคภูมิใจไทยทุจริต
“ยืนยันเพื่อปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงในการกล่าวหานายกรัฐมนตรี และพรรคภูมิใจไทย โดยไม่ให้ความเป็นธรรมและเคารพกฎหมาย เพราะหากบอกว่าเคารพกฎหมายก็ต้องบอกว่าให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าต่อไม่ใช่จะมาจัดเวทีเสวนากล่าวหา หากพบว่ามีการหมิ่นประมาทและมีผลกระทบกับพรรคภูมิใจไทยจะดำเนินคดีอย่างแน่นอน หากมั่นใจว่าทำโดยติดชมอย่างเป็นธรรมก็ทำไป แต่หากเราได้รับความเสียหายก็จะต้องฟ้อง ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการใช้กฎหมายปิดปาก แต่เห็นว่าใครกระทำผิดผมก็มีหน้าที่ ย้ำว่าไม่ได้ปิดปากท่าน แต่ขอให้อยู่ในขั้นตอนตามกฎหมายอย่ามากระทบกับคนอื่น โดยมาบอกว่าท่านเป็นผู้มีอภิสิทธิ์ เสรีพิเศษ ด่าใครกล่าวหาใครก็ได้ พอจะถูกฟ้องก็บอกว่าเป็นกฎหมายปิดปาก อย่าอ้างเรื่องพวกนี้ แล้วมาหาโอกาสด่า เพราะจริง ๆ แล้วท่านก็รู้ว่าท่านมีความใกล้ชิดกับพรรคการเมือง แล้วมาเล่นงานพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม” นายศุภชัย กล่าว




