หน้าแรก การเมือง โรม แนะภูมิใจ...

โรม แนะภูมิใจไทย ใจกว้างๆหน่อย เย้ยอนุทิน เก่งกับพวกทุจริต ให้ได้เท่ากับคนตรวจสอบท่านด้วย

22.07.26 | 15:26 น.

“โรม”ซัด “ภูมิใจไทย”ใจกว้างหน่อย ถ้าไม่ผิดจะกลัวอะไร หลังเตรียมฟ้อง “ไอลอว์”เปิดข้อมูล”นายกฯ-นักการเมือง ภท.”เอี่ยวคดีฮั้วสว. เหน็บ “อนุทิน”อย่าเก่งแต่กับประชาชน ตรวจสอบทุตริตให้เก่งด้วย อย่าออกมาดิ้น เพราะดื้นมากๆยิ่งทำให้สังคมเกิดความสงสัย

เมื่อเวลา 12.50 น.วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเตรียมยื่นฟ้อง นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ที่มายื่นหลักฐานเกี่ยวกับคดฮั้วส.ว.ให้กับวิปฝ่ายค้าน พร้อมเปิดชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย รวม 9 คน ว่า นายกรัฐมนตรี และพรรคการเมืองที่เป็นต้นสังกัด คือพรรคภูมิใจไทย ควรใจกว้าง เพราะการที่เขามาร้องทุกข์และยื่นหนังสือต่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เป็นวิสัยที่ฝ่ายค้านสามารถที่จะตรวจสอบได้และทุกอย่างก็ต้องว่าไปตามพยานหลักฐานการ ที่จะไปดำเนินการแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งเราไม่รู้ว่า มีวัตถุประสงค์อะไร แต่ก็ได้แต่หวังว่า ไม่ใช่การปิดปาก เพราะการทำแบบนี้จะทำให้เรื่องทั้งหลายเลวร้ายลง

“ท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองก็ควรจะใจกว้าง และควรจะให้ภาคประชาชน รวมถึงฝ่ายการเมืองที่เป็นฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างดีที่สุด ผมคิดว่ามันจะดีกว่า การออกมาดิ้น เพราะดื้นมากๆ ก็จะยิ่งทำให้สังคมเกิดความสงสัยในตัวท่าน “นายรังสิมันต์กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า จริงๆแล้ว นายกฯควรใจกว้างกับทุกเรื่อง ใจกว้างกับทุกคนที่เขากำลังทำหน้าที่ตรวจสอบ นายกฯและนักการเมือง เพราะในประเทศไทยไม่มีกฎหมายห้ามภาคประชาชนตรวจสอบนักการเมือง ดังนั้นการที่ไปร้องทุกข์กล่าวโทษ ซึ่งตนไม่รู้ว่าเป็นการทำให้เขาหวาดกลัวการตรวจสอบหรือไม่ ก็หวังว่าจะไม่เป็นแบบนั้น เพราะการทำแบบนี้ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย ไม่ได้ทำให้การทุจริตหายไป

“ผมถามจริงๆเถอะ ท่านนายกฯ คิดว่าอะไรสำคัญกว่ากันระหว่าง การปิดปากประชาชน กับการใช้อำนาจของท่านจัดการกับปัญหาการทุจริต สิ่งที่ท่านควรให้ความสำคัญ คือควรจะเก่งจัดการกับพวกทุจริต ให้เหมือนกับที่ท่านเก่งกับประชาชนที่ตรวจสอบท่าน การที่ท่านพยายามออกมาดำเนินการปิดปากไม่ให้คนที่เขาตรวจสอบท่านสามารถทำได้ การทำแบบนี้จะทำให้คนเขาอยากจะตรวจสอบการทุจริตท่านมากขึ้น และการทำแบบนี้มีแต่จะทำให้การตรวจสอบคอร์รัปชั่นยากขึ้น ท่านศุภชัย บอกว่า จิตอาสาก็ต้องได้รับบาดเจ็บ ตกลงสังคมของเราต้องอยู่กันแบบนี้หรือ ตกลงแล้วสังคมไทยไม่ต้องมาช่วยกันในการตรวจสอบแล้วหรือ ตกลงเราจะสอนลูกหลานของเรา และจะบอกนักเรียนในโรงเรียนว่า หน้าที่พลเมืองของเราถ้าเจอการทุจริตคอร์รัปชั่น ก็ควรเงียบเสีย เราจะอยู่กันอย่างนี้หรือ” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า คำถามที่ตนตั้งคำถามในเวลานี้มันคือการบอกพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่า ตกลงแล้วเราอยากให้ประเทศของเรา และคนไทยรู้สึกรู้สาต่อการทุจริต หรือนิ่งเฉยต่อการทุจริต เอากันให้ชัด ถ้านายกฯเชื่อว่าตัวท่านบริสุทธิ์หมดจดต่อการทุจริตคอร์รัปชั่นท่านจะกลัวอะไร ก็ว่ากันไปตามพยานหลักฐาน เพราะอำนาจรัฐอยู่ในมือท่าน ไม่มีใครไปกลั่นแกล้งท่านได้ ดังนั้น ถ้าจะมีการทุจริตเกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ ไม่ได้เกิดจากการที่ประชาชนมาร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการ แต่ถ้าจะมีก็เป็นเพราะตัวท่านเองเข้าไปเกี่ยวข้อง ดังนั้นต้องใจกว้าง มีอำนาจขนาดนี้แล้ว จงใจกว้างให้ประชาชนและสังคมไทยหล่อหลอม วัฒนธรรมที่จะไม่ทนต่อการทุจริต และทุกคนต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นภาคพลเรือน พรรคการเมือง หรือองค์กรอิสระ

Advertisement