โตโต้ ยินดี สำราญ นวลมา ว่าที่ ผบ.ตร.คนที่ 16 หวัง ตร.มีคำอธิบายเกณฑ์ประเมินอาวุโส เดินหน้าปราบทุนเทาข้ามชาติ ล้างบาง ‘พ่อทิพย์’ แนะจารึกชื่อเป็น ปวศ. ปฏิรูปตำรวจให้ได้
จากกรณีคณะกรรมการข้าราชการตำรวจมีมติเอกฉันท์ 12:0 เห็นชอบให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เป็น ผบ.ตร.คนที่ 16 แทน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ที่จะเกษียณอายุในวันที่ 30 กันยายนนี้นั้น
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม นายปิยรัฐ จงเทพ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวแสดงความยินดีกับ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ว่าที่ ผบ.ตร.คนที่ 16 ทางเฟจเฟซบุ๊ก พร้อมฝาก 3 ความหวังต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
นายปิยรัฐระบุว่า ขอแสดงความยินดีกับว่าที่ ผบ.ตร.คนที่ 16 พร้อมฝาก 3 ความหวังต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันนี้ผมทราบว่าที่ประชุม ก.ตร.มีมติเป็นเอกฉันท์ 12 : 0 เห็นชอบแต่งตั้ง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 16
ก่อนอื่น ผมขอแสดงความยินดีกับ พล.ต.อ.สำราญ และหวังว่าจะนำพา ตร.ให้ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับคืนมา
ในฐานะผู้ที่เคยทำหน้าที่ประธานอนุกรรมาธิการศึกษาการบริหารราชการตำรวจ และมีโอกาสร่วมผลักดันการปฏิรูปตำรวจมาอย่างต่อเนื่อง ผมมีความหวังอยู่ 3 ประการ
1.ทำให้การแต่งตั้งครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของ “ความโปร่งใส” ไม่ใช่จุดจบของคำถาม
แม้ ก.ตร.จะมีมติเป็นเอกฉันท์ และผมไม่มีข้อสงสัยในความตั้งใจและความสามารถของ พล.ต.อ.สำราญเลยแม้แต่น้อย แต่ผมยังเห็นว่าสังคมควรได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนว่าการประเมิน “อาวุโส” และ “ความรู้ความสามารถ” ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ใช้หลักเกณฑ์อะไร มีน้ำหนักอย่างไร และเหตุใดจึงได้ข้อสรุปเช่นนี้
ย้ำอีกครั้งว่าผมไม่ได้ตั้งคำถามกับตัวบุคคล แต่ตั้งคำถามกับ “มาตรฐานของกระบวนการ” เพราะหากเหตุผลเปิดเผย ตรวจสอบได้ และอธิบายได้ด้วยข้อเท็จจริง ก็จะช่วยลดคำครหาและสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการแต่งตั้งในอนาคต
2.เดินหน้าปราบทุนสีเทาข้ามชาติ และอย่าปล่อยให้ผู้ปฏิบัติงานต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว
ผมขอฝากความหวังไปยัง ผบ.ตร.คนใหม่ ให้สานต่อการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะขบวนการ “พ่อทิพย์” และการลักลอบสร้างสถานะบุคคลโดยมิชอบ ซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ
จากข้อมูลที่ผมได้รับ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานกำลังเผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการตรวจ DNA ซึ่งเป็นพยานหลักฐานสำคัญ จนต้องพยายามหาแหล่งงบประมาณกันเอง
ผมจึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้สนับสนุนงบประมาณอย่างจริงจัง อย่าปล่อยให้ตำรวจที่ตั้งใจทำงานต้องทำหน้าที่ด้วยข้อจำกัด จนสุดท้ายกลับถูกสังคมตำหนิว่า “ตำรวจไม่ทำอะไร” ทั้งที่ความจริงคือพวกเขาอยากทำ แต่ขาดเครื่องมือและทรัพยากรที่จำเป็น
3.ฝากชื่อไว้กับประวัติศาสตร์ ด้วยการผลักดันการปฏิรูปตำรวจให้สำเร็จ
ด้วยอายุราชการที่ยังเหลืออีกประมาณ 7 ปี พล.ต.อ.สำราญมีโอกาสมากพอที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ผมอยากเห็นการนำข้อเสนอการปฏิรูปตำรวจของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 26 ซึ่งเกิดจากการศึกษาร่วมกันของทุกภาคส่วน ไปผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการกระจายอำนาจ การยกระดับงานสอบสวน การปรับระบบแต่งตั้งโยกย้าย การสร้างกลไกตรวจสอบที่เป็นอิสระ และการทำให้ตำรวจเป็นองค์กรที่ประชาชนเชื่อมั่นอย่างแท้จริง
สุดท้ายนี้ ไม่ว่าใครจะเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สิ่งที่ประชาชนคาดหวังที่สุดไม่ใช่เพียงการบริหารองค์กรให้มีประสิทธิภาพ แต่คือการทำให้ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชน เป็นองค์กรที่ยึดมั่นในหลักนิติรัฐ นิติธรรม และได้รับความไว้วางใจจากสังคมอีกครั้ง
ผมขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ตำรวจน้ำดีทุกนายที่ยังคงทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ และหวังว่าการแต่งตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติและประเทศไทย
ปิยรัฐ จงเทพ | 22 ก.ค.69

