หน้าแรก การเมือง ผุดกว่า 5,000...

ผุดกว่า 5,000 เว็บพนันบอลโลก สะพัด 2 หมื่นล้าน รบ.จ่อตั้ง ศูนย์ AOGC ปราบ-ตรวจจับอัจฉริยะ

23.07.26 | 08:34 น.

รัฐบาล เร่งปราบพนันออนไลน์ เผย จับเว็บพนันบอลโลก 4,576 เว็บไซต์ เงินสะพัดกว่า 2 หมื่นล้านบาท เตรียมตั้ง ‘ศูนย์ปราบปรามการพนันออนไลน์ AOGC’ ตรวจจับอัจฉริยะ ปราบปรามบัญชีม้าทั้งระบบ

เมื่อวันที่ 23 ก.ค.น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการปราบปรามเครือข่ายบัญชีม้าและซิมม้าทั้งระบบอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติบูรณาการความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อมุ่งเป้าตัดวงจรการเงินของแก๊งสแกมเมอร์ และเว็บพนันออนไลน์อย่างเด็ดขาด

โดยจากเฝ้าระวังและปราบปรามอย่างจริงจัง สามารถจับกุมการพนันออนไลน์และแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย ระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 2568 – 19 ก.ค. 2569 มีการจับกุมพนันออนไลน์ ได้ทั้งสิ้น 1,441 ราย, จับกุมแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย 787 ราย และจับกุมอาวุธปืนออนไลน์ 3,106 ราย ผู้ต้องหา 3,131 คน อาวุธปืน 4,088 กระบอก เครื่องกระสุน 242,808 นัด วัตถุระเบิด 162 ลูก และของกลางอื่น ๆ 877 รายการ

ส่วนผลการระดมจับกุมการพนันฟุตบอลโลก ระหว่างวันที่ 6 มิ.ย.- 19 ก.ค.ที่ผ่านมา สามารถจับกุม 4,576 เว็บไซต์ เจ้ามือ 617 คน ผู้เล่นพนันออนไลน์ 8,181 คน เงินหมุนเวียนมหาศาลกว่า 20,463 ล้านบาท นอกจากนี้ ในรอบเดือนก.ค.ที่ผ่านมา มีการจับกุมเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่มีวงเงินหมุนเวียนในระบบเกิน 10 ล้านบาท 137 เว็บไซต์ ผู้ต้องหา 325 คน มีเงินหมุนเวียนรวม 10,750 ล้านบาท ปิดกั้นรวม 557,924 URL

น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และธปท.ร่วมมือปราบปรามและตัดวงจรพนันออนไลน์ และเตรียมจัดตั้ง “ศูนย์ปราบปรามการพนันออนไลน์ AOGC” และการตรวจจับอัจฉริยะ เพื่อปราบปรามจับกุม ปิดกั้น เว็บพนันออนไลน์ รวมทั้งตรวจสอบ จับกุมการจำหน่ายและการโฆษณาอาวุธปืนผิดกฎหมายผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมดำเนินการสืบสวนจับกุมกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์หรือบุคคลมีชื่อเสียง ที่มีพฤติกรรมในการโฆษณา โปรโมท หรือทำคอนเทนต์ในการสนับสนุนชักชวนให้มีการเล่นพนันออนไลน์ รวมถึงให้ขยายผลไปถึงผู้ว่าจ้าง เตือนผู้เปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีม้า ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้จัดหาหรือแสวงหาประโยชน์มีโทษสูงสุดจำคุก 5 ปี หรือปรับ 500,000 บาท”

Advertisement