หน้าแรก การเมือง หมอวรงค์ ซัดพ...

หมอวรงค์ ซัดพวกทำงานห้องแอร์ตั้งเกณฑ์ไม่ชัด ทำคนจนพลาดสิทธิบัตรสวัสดิการ ลั่น 300 บาทมีความหมาย

23.07.26 | 12:20 น.

‘หมอวรงค์’ ซัด ‘รัฐบาล’ คัดกรอง ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ ทำคนจนจริงพลาดสิทธิ ที่พวกทำงานในห้องแอร์ตั้งกฎขึ้นมา เหน็บไม่อยากมองถังแตก ชี้เงิน 300 บาทมีความหมายต่อชีวิตคนยากจน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวถึงเรื่องการคัดกรองสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของภาครัฐว่า สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนคนยาก คนจน อยากฝากข้อสังเกตว่ารัฐบาลชุดนี้ใช้งบประมาณเยอะมาก ซึ่งไม่รวมถึงการกู้เงิน 400,000 ล้านบาท แต่สังเกตว่าทำไมรัฐบาลชุดนี้มาเข้มงวดกับคนจนมากผิดปกติ ซึ่งตนไม่ปฏิเสธว่าบัตรคนจน จำนวน 13.2 ล้านคน ที่อาจจะมีคนรวย หรือมีฐานะผสมเข้ามา แต่เกณฑ์ที่ภาครัฐตั้งขึ้นมานั้นนำไปสู่การตัดออกจำนวน 6 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนจน

นพ.วรงค์กล่าวอีกว่า แม้แต่พนักงานทำความสะอาดที่อาคารรัฐสภาก็มาร้องเรียนที่ตนหลายคนว่าถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลก็เปิดให้อุทธรณ์และมีคนออกมาพูดเรื่องนี้จนสับสน แม้แต่รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีที่กล่าวว่าจะขยายการอุทธรณ์ไปถึงวันที่ 20 ก.ย. แต่มีรัฐมนตรีหลายคนออกมาชี้แจงว่าจะให้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านออกมาสำรวจ เพื่อแยกแยะคนจน ซึ่งวันนี้พี่น้องคนจนอยากได้คำตอบจากรัฐบาลว่าจะได้บัตรคนจนหรือไม่ ต้องการเพียงความชัดเจนจากรัฐบาลว่าต้นเดือนสิงหาคมและเดือนกันยายนจะสามารถใช้บัตรคนจนต่อได้หรือไม่

“อยากบอกรัฐบาลว่าเงินของคนจน 300 บาท เขาเครียดมาก ผมอยากเรียกร้องท่านนายกฯบอกเขาให้ชัดเจน เพราะขณะนี้ท่านพูดแค่อุทธรณ์ ท่านพูดแต่ออกไปสำรวจ แต่ไม่ได้แจงว่าเขาจะได้หรือไม่ จึงขอความชัดเจนว่าต้นเดือนสิงหาคม ถึงกันยายนนี้ คนจนที่ถูกตัดสิทธิ 6 ล้านคน จะได้กะปิ น้ำปลา ข้าวของ ตามปกติหรือไม่” นพ.วรงค์กล่าว

นพ.วรงค์กล่าวด้วยว่า ไม่ปฏิเสธถ้ารัฐบาลจะตัดคนรวยออกจากสิทธิบัตรสวัสดิการการแห่งรัฐ แต่ขอให้วางกฎเกณฑ์ให้ชัดเจนให้นิ่งว่าจะนำไปสู่การตัดคนรวยออกจริง ไม่ใช่ตัดคนจนออกที่ 70% และขอฝากบอกไปถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ว่าการที่ท่านบอกว่าจะคืนสิทธิให้ไปใช้ไทยช่วยไทยพลัส ขอย้ำว่าชีวิตของคนยากคนจนเดือนละ 300 บาทก็มีความหมาย สำหรับประชาชนอีกระดับหนึ่งมันต่างกันมาก คนยากคนจนเอาข้าวเอาของกลับมาบ้าน กะปิ น้ำปลา ข้าวสาร มาทำอาหารกินทุกมื้อ ไม่เหมือนคนระดับกลางที่สามารถไปจับจ่ายใช้สอย หาอาหารตามร้านค้า ชีวิตเขาไม่เหมือนกัน

Advertisement

“ผมไม่อยากไปตำหนิรัฐบาลอะไรขนาดนั้น แต่เห็นว่าพลาดมา 2 รอบแล้ว รอบแรกคือการนำเกณฑ์ที่ลูกนำชื่อพ่อแม่ไปยื่นภาษี รอบสองหนักกว่า ดูแล้วเหมือนพยายามรีดไขมัน ถ้าผมมองลบก็อาจจะโจมตีว่ารัฐบาลถังแตก แต่หากมองด้วยความปรารถนาดีเป็นการนำคนรวยออกจากคนจน แต่หากเป็นภาษาชาวบ้านคือมั่วมาก หากจำเป็นจริงๆ เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ก็สามารถนำมาช่วยประชาชนได้ ดูแล้วไร้ประสบการณ์ของพวกเทคโนแครต ซึ่งคนกระทรวงการคลังอยู่บนหอคอยงาช้าง เพราะเป็นนักวิชาการ เขาไม่เหมือนพวกเราที่มาเจอคนยากคนจน ดังนั้น การสร้างกฎเกณฑ์จึงเป็นการสร้างกฎเกณฑ์บนโต๊ะห้องแอร์ บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ และหลายสิ่งหลายอย่างเป็นการตัดสินใจที่ไม่มีประสบการณ์ในการสัมผัสคนจน” นพ.วรงค์กล่าว