บอร์ดสปสช.ภาคประชาชน ลั่น ‘อย่าประดิษฐ์คำใหม่’ ย้ำสิทธิประโยชน์ ไม่มีคำว่าพื้นฐาน – ห่วง ‘ปฏิรูปบัตรทอง’ ไม่ตรงเป้า ทำคนไม่เท่ากัน ชี้เป้า ส.ว.-ฟากการเมืองตัดสินใจ ใช้งบฯ แผ่นดินอย่างเป็นธรรม
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม เวลา 09.30 น. ที่อาคาร All Rise เขตจตุจักร กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ จัดวงสนทนา ‘ประชาชนเห็นต่าง ข้อเสนอ ส.ว.เรื่องบัตรทอง’ เพื่อตอบกลับกระแส ‘แก้บัตรทอง’ ที่เกิดขึ้น ด้วยข้อมูลอีกด้านที่ประชาชนควรรู้ โดยมี นายนิมิตร์ เทียนอุดม และ นายวันเสาร์ ไชยกุล ตัวแทน บอร์ดสปสช.ภาคประชาชน ร่วมด้วย นางจินตนา ศรีนุเดช หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดขอนแก่น สภาองค์กรของผู้บริโภค แลกเปลี่ยนข้อเท็จจริง วิเคราะห์ผลกระทบ และมุมมองต่ออนาคตของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
ดำเนินรายการโดย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และ น.ส.กรรณิการ์ กิจติเวชกุล นักวิจัยศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอดีตกรรมการหลักประกันสุขภาพ

ในตอนหนึ่ง เมื่อถามถึงเรื่อง สิทธิประโยชน์พื้นฐาน ตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ที่มีความพยายามจะแก้ไข ?
นายนิมิตร์ ตัวแทน บอร์ดสปสช.ภาคประชาชน กล่าวว่า ตั้งแต่ที่ตนร่วมเป็นบอร์ดมา มีหลายครั้งที่พูดเรื่องสิทธิประโยชน์ว่าจะหลอมรวมระบบ หรือควรจะเพิ่มสิทธิประโยชน์อย่างไร ซึ่งเราระบุว่า เป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นจริงๆ ที่ประชาชนควรจะได้รับ แต่แต่ก็ต้องบอกว่าขั้นตอนกว่าจะได้มา มีความยุ่งยากและซับซ้อนเป็นอย่างมาก
เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งจะต้องมีรายละเอียดว่า อะไรบ้าง ที่ต้องจ่าย/ไม่จ่ายเงิน โดยมี ‘อนุกรรมการสิทธิประโยชน์’ เป็นตัวกลาง รวมทุกภาคส่วน ทั้งคนจากกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลระดับจังหวัด อำเภอ เอกชน โดยมีหน้าที่รับฟังความเห็นจากทุกฝั่ง แล้วเคาะว่า ควรเป็นสิทธิประโยชน์หรือไม่ แต่ยังไม่จบเพียงเท่านั้น ต้องส่งไปให้นักวิจัยดูว่า คุ้มค่า หรือเป็นภาระต่องบประมาณหรือไม่ ? แล้วมีความเห็นกลับมาว่า คุ้มหรือไม่

“ซึ่งถ้ามีระบบร่วมจ่าย จะเกิดการ ‘กรอง’ แปลว่า คนไม่เท่ากัน ที่ผ่านมา บัตรทองคือระบบที่ ‘คนเท่ากัน’ คนทั้ง 48 ล้านคนได้ใช้สิทธิประโยชนเท่ากัน ไม่ต้องมาพิสูจน์ว่าใครรวย-จน หรือต้องไปขอความสงเคราะห์จากโรงพยาบาล
ฉะนั้น ‘อย่าประดิษฐ์คำใหม่’ สิทธิประโยชน์ ก็คือสิทธิประโยชน์ ไม่มีคำว่าพื้นฐาน” นายนิมิตร์เน้นย้ำ
นายนิมิตร์เผยว่า ต้องบอกว่าเรามีระบบ 3 กองทุน คือ ของราชการ ของประกันสังคม และของยูซี (UC) สิทธิประโยชน์ของทั้ง 3 กองทุนนั้นแทบจะเท่ากันหมด ที่ต่างกันอย่างเดียวคือ ‘จ่ายราคาต่างกัน’
‘กรมบัญชีกลาง’ อาจจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นปลายเปิด โรงพยายาลเรียกเก็บมาเท่าไหร่ก็จ่ายหมดเลย ขณะที่ ‘ประกันสังคม’ มีบัตรทองต้องดูแลคน 48 ล้านคน ขอคุมงบประมาณ อยู่ที่เรท 8,350 บาท

“ฉะนั้น สิ่งที่ต่างกันในสิทธิประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ คือ ‘แต่ละกองทุนจ่ายค่ารักษาไม่เท่ากัน’ ถามว่ามันควรเป็นอย่างนั้นหรือไม่? โรคเดียวกัน รักษาโรคพยาบาลเดียวกัน หมอคนเดียวกัน มันควรจะมีเรทการจ่ายที่ต่างกันขนาดนี้หรือไม่
ถ้า ส.ว.หรือฟากการเมือง อยากปฏิรูประบบ อันนี้คือประเด็นที่ต้องปฏิรูป ว่าเราจะเป็น Single Payment เป็นการจ่ายเป็นระบบแบบเดียวกัน ราคาเดียวกันได้หรือไม่? ซึ่งจะทำให้เราสามารถนำงบสาธารณสุข ที่กระจายอยู่ตอนนี้ ถ้าเทียบสัดส่วนงบประมาณแผ่นดิน อยู่ที่ประมาณ 10 % หรือ 4 %ของ GDP
มันจะได้เอาเงินนี้มาใช้อย่างเป็นธรรม ใช้ภาษีจ่ายโรคเดียวกันในราคาเดียวกัน เป็นประเด็นที่ฟากการเมือง ต้องตัดสินใจ” นายนิมิตร์ชี้


