หน้าแรก การเมือง เครือข่ายสิทธ...

เครือข่ายสิทธิ ยื่นกมธ.กม. ขออย่าส่ง 3 ผู้ลี้ภัยกลับจีน หวั่นถูกประหาร โรมเตือนไทยยึด พ.ร.บ.ทรมาน

23.07.26 | 15:06 น.

‘เครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัย’ ยื่นหนังสือ ‘กมธ.การกฎหมายฯ’ ไม่ให้ส่งผู้ลี้ภัย 3 คนกลับจีน ชี้หลักการไม่ผลักดันกลับเป็นสิทธิพื้นฐาน หวั่นเสี่ยงถูกทรมาน ด้าน ‘รังสิมันต์ โรม’ ย้ำไทย มีพ.ร.บ.ป้องกันการอุ้มหาย-ซ้อมทรมาน เตือนหากไม่ทำตาม ระวังผิดกฎหมาย

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือกรณีขอให้ระงับความเป็นไปได้ในการผลักดันผู้ลี้ภัยจีน 3 คนกลับประเทศจีน จาก น.ส.พุทธณี กางกั้น ผู้อำนวยการองค์กร Fortify Rights และตัวแทนเครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยและคนไร้รัฐ

น.ส.พุทธณีกล่าวว่า วันนี้ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ กมธ.ในประเด็นเรื่องความเป็นกังวลต่อกรณีที่รัฐบาลไทยอาจมีความเป็นไปได้ที่จะผลักดันผู้ลี้ภัยจีน 3 คน ซึ่งได้รับบัตรสถานภาพผู้ลี้ภัยจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติ (บัตร UNHCR) เรียบร้อยแล้ว และกำลังมีโอกาสจะได้ไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สาม ขอเรียกร้องให้ กมธ.ช่วยตรวจสอบให้มั่นใจว่าผู้ลี้ภัยทั้ง 3 คน จะไม่ถูกส่งกลับไปยังจีนหรือฮ่องกง ซึ่งอาจเผชิญกับการถูกประหารหรือการจับกุมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภายใต้กฎหมายไทย พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายของไทย บัญญัติไว้โดยชัดตามมาตรา 13 ว่า ห้ามมิให้ส่งบุคคลกลับไปยังประเทศที่บุคคลนั้น อาจตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกทรมาน ปฏิบัติอย่างโหดร้ายหรือถูกลงโทษอย่างไร้มนุษยธรรม

น.ส.พุทธณีกล่าวต่อว่า หลักการไม่ผลักดันกลับเป็นหลักการพื้นฐานที่ได้รับการคุ้มครองตามกฏหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ ซึ่งทุกประเทศมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และไทยยังเป็นภาคีตราสารสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอีกหลายฉบับ ซึ่งกติการะหว่างประเทศเหล่านี้ปกป้องและคุ้มครองสถานะผู้ลี้ภัย หากมีการควบคุมตัวหรือส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับ จะเป็นการละเมิดต่อทั้งกฎหมายภายในและพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ทางการไทยควรเร่งปล่อยตัวทั้ง 3 คน ออกจากสถานกักตัวคนเข้าเมือง และอนุญาตให้เดินทางไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สามโดยเร่งด่วน

ขณะที่นายรังสิมันต์กล่าวว่า ได้ติดตามและรับทราบข้อมูลข่าวสารว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง หากพูดถึงกฎหมายภายในไทย ซึ่งมี พ.ร.บ.ป้องกันการอุ้มหายและซ้อมทรมาน ซึ่ง พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้เริ่มต้นในสมัยสภาชุดที่ 25 โดยผู้มีบทบาทหลักคือ กมธ.การกฎหมาย ดังนั้น เราไม่ได้ต้องการจะดูที่สัญชาติแต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม การดำเนินการส่งกลับที่อาจทำให้บุคคลผู้นั้นตกอยู่ในในอันตรายต่อชีวิต หากเรื่องนี้มีข้อเท็จจริงที่มีมูลขึ้นมา สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่ขัดกับกฎหมายภายในไทย และการที่ทั้ง 3 คนได้รับบัตร UNHCR แล้ว อาจมีความจำเป็นที่หน่วยงานต่างๆ ในไทยต้องระมัดระวัง ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายระหว่างประเทศหรือหลักมนุษยธรรมเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงระบบกฎหมายภายในไทยเองที่อาจทำให้เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง กลายเป็นกระทำผิดกฎหมายภายในไทย ทาง กมธ.จะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อนำข้อเท็จจริงมาพิจารณากันต่อไป

Advertisement