รมว.กลาโหมจีน เปิดอกคุย ‘บิ๊กดุลย์’ ปมป้อนอาวุธกัมพูชา ย้ำ ‘จีน’ เป็นมหาอำนาจ มียุทโธปกรณ์ที่ดีไม่แพ้ใครในโลก แต่ไม่ให้กัมพูชา ชี้สองประเทศคือมิตรที่ดี ต้องวางตัวเป็นกลาง ด้าน รมว.กลาโหมไทย ใช้นอกรอบซักเรื่องการส่งอาวุธเพิ่มเติม
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ พล.ร.อ.เอก ต่ง จวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในศาลาว่าการกลาโหม โดยมีพิธีการต้อนรับอย่างสมเกียรติ พร้อมพิธีตรวจแถวกองทหารกองเกียรติยศ ก่อนการหารือทวิภาคีเพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ ภายใต้กรอบความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวแสดงความยินดีต่อผลการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนายกรัฐมนตรีไทยที่ผ่านมา ซึ่งช่วยเปิดมิติความร่วมมือใหม่ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีสุขภาพ พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมสีเขียว ตลอดจนการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม และโลจิสติกส์ในภูมิภาค อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือด้านความมั่นคงของทั้งสองประเทศ ทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นในการสานต่อความร่วมมือด้านกลาโหมในทุกมิติ ทั้งการฝึกศึกษา การฝึกร่วมและผสม การแลกเปลี่ยนการเยือน การพัฒนาบุคลากร และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยมุ่งส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยังยินดีต่อการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทางทหารและสิ่งอุปกรณ์และเทคโนโลยีทางทหารระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน (The China – Thailand Joint Committee of Cooperation on Military Affairs and Military Equipment and Technology) รวมทั้งกลไกหารือ 2+2 ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางและผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคง การป้องกันประเทศ การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง และการรับมือภัยคุกคามร่วมสมัยให้เกิดผลเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น

สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ฝ่ายไทยยืนยันจุดยืนในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีผ่านกลไกทวิภาคี พร้อมขอบคุณสาธารณรัฐประชาชนจีนที่มีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในการส่งเสริมการเจรจา โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญของการสร้างความไว้วางใจ การหลีกเลี่ยงการยั่วยุ การหยุดยิงอย่างสมบูรณ์และยั่งยืน และการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อสนับสนุนสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอาชญากรรมออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการค้ามนุษย์ ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การเดินทางเยือนไทยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีนในครั้งนี้ มีกำหนดเยี่ยมคำนับนายกรัฐมนตรี และเยี่ยมชมหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี อีกด้วย ถือเป็นการสะท้อนถึงความสัมพันธ์และความไว้วางใจอันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศ และระหว่างกระทรวงกลาโหมของไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ร่วมในการยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศให้มีความใกล้ชิด เป็นรูปธรรม และร่วมส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคอย่างยั่งยืน

พล.ท.อดุลย์ กล่าวภายหลังหารือกับ พล.ร.อ.ต่ง จวิน (Dong Jun) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่า การเดินทางมาในครั้งนี้เป็นการเยือนอย่างเป็นทางการ ภายหลังที่ท่านได้พูดคุยกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง จึงมาพบปะกันในวันนี้ สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือท่านพูดกับตนว่าทุกเรื่องขอให้พูดกันแบบไม่เป็นทางการ และทุกเรื่องที่ท่านจะช่วยเราได้ ท่านจะช่วยทั้งหมด แต่ท่านย้ำว่าต้องวางตัวเป็นกลาง เพราะทั้งไทยและกัมพูชาเป็นมิตรที่ดีของจีน ซึ่งเป็นสิ่งที่จีนตระหนัก และท่านบอกกับตนว่าความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน บนโต๊ะก็ส่วนหนึ่ง หลังโต๊ะก็ส่วนหนึ่ง ถือเป็นความสำเร็จอย่างมากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจีนเดินทางมาวันนี้ ก่อนหน้านี้ท่านอยากเดินทางมาประเทศไทย แต่ติดภารกิจเร่งด่วน พร้อมทั้งย้ำว่า ประเทศจีนมียุทโธปกรณ์ที่ดีมากมาย ไม่แพ้ใครในโลกนี้ ท่านสามารถให้อะไรก็ได้ เพียงแต่ตามสนธิสัญญาเดิมตั้งแต่ปี 2016 จีนก็ให้ตามสัญญาใจ แต่ประวิงเวลา ไม่ได้ให้ในห้วงของการสู้รบ นี่คือความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ และการให้ความสำคัญกับประเทศไทย
พล.ท.อดุลย์ยังกล่าวอีกว่า ในช่วงบ่าย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจีนและคณะจะเดินทางไปพบนาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และในช่วงเย็นจะมีงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ส่วนในวันที่ 26 กรกฎาคม ช่วงเช้า ตนจะไปรับประทานอาหารร่วมกับท่านก่อนส่งกลับประเทศ

เมื่อถามว่า ทางการจีนได้เสนออะไรให้กับไทยหรือไม่ พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า มีแน่นอน ซึ่งไม่ใช่แค่ยุทโธปกรณ์ แต่รวมถึงการยกระดับความร่วมมือด้านการฝึกศึกษา เทคโนโลยี และเอไอ แต่ขอให้เป็นเรื่องด้านความมั่นคง ต้องเข้าใจว่าตนมีสถานะ บางอย่างมีความสำคัญ จึงมีข้อจำกัดในการสื่อสาร พูดได้ไม่มาก
เมื่อถามถึงกรณีที่จีนจะประสานเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยระหว่างไทยกับกัมพูชา จะมาในสถานะใด หรือเป็นผู้อำนวยความสะดวกหรือไม่ พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า ไม่เลย ท่านไม่ได้พูดอย่างนั้น ท่านพูดกลางๆ ว่า ไทยและกัมพูชาเป็นมิตรที่ดีของจีน จีนให้ยุทโธปกรณ์ตามสนธิสัญญาและข้อตกลงเดิม จนกว่าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาจะดีขึ้น ส่วนจะมีเพิ่มเติมอีกหรือไม่นั้น เป็นเรื่องมารยาทที่ไม่ควรถาม แต่ยังมีเวลาพูดคุยนอกรอบในช่วงอื่นที่จะซักถามได้

พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า จีนต้องการยกระดับความสัมพันธ์ทางทหารกับไทย พร้อมทั้งเชิญไปร่วมประชุมฟอรัม และเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ซึ่งตนได้รับปากทั้งสองรายการ โดยท่านบอกว่าให้ไปแบบส่วนตัว จะเป็นเรื่องที่ดีมาก ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม และท่านพูดคุยกับตนในลักษณะของทหาร แววตารู้ ตนอ่านภาษากายของคู่สนทนาได้พอสมควร พร้อมทั้งขอบคุณที่เดินทางมาเยือน
เมื่อถามว่า ยุทโธปกรณ์ที่จีนระบุว่าให้กัมพูชาตามสนธิสัญญา รวมถึงเรือคอร์เวตด้วยหรือไม่ พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า ทั้งสองอย่าง พร้อมย้ำว่า จีนเป็นมหาอำนาจ จะให้อะไรก็ได้ที่เสริมขีดความสามารถของคู่ขัดแย้งของเรา แต่ก็ไม่ได้ให้ ถึงแม้จะให้ก็ประวิงเวลา ส่วนของที่ให้ไปก็ให้ไปหาข้อมูลกันเอาเองว่าเมื่อเทียบกับของไทยเป็นอย่างไร ส่วนจะให้กระสุนหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ


