‘ไอซ์‘ ฝากความคิดถึง ‘ไชยชนก’ จี้ เข้าแจงกมธ.ติดตามงบปม TH-AI Passport บ้าง เผย หากยื่นป.ป.ช. สอบ อาจต้องรอ 2-3 ปี อาจยื่น CIB-ปปง.แทน
เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเชิญหน่วยงานต่างๆ เข้ามาชี้แจงในกมธ.ประเด็น TH-AI Passport แต่หน่วยงานไม่ค่อยเข้ามาชี้แจง กมธ.จะมีการดำเนินการอย่างไร ว่า วันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีการบรรจุวาระพิจารณาเรื่อง TH-AI Passport เพราะจะมีการลงทะเบียนกันวันที่ 15 กรกฎาคม ตามกำหนดการเดิม แต่เนื่องจากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา ทำให้การลงทะเบียนถูกเลื่อนออกไป ซึ่งปัจจุบันตนยังไม่รู้ว่าจะเลื่อนการลงทะเบียนออกไปเป็นเมื่อไหร่ แต่ในการพิจารณาที่ผ่านมา ประเด็นที่ทางกมธ.ถามกับตัวแทนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งได้เชิญนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีมาร่วมพิจารณา รวมถึงปลัดกระทรวงดีอีและคณะร่างทีโออาร์ แต่เป็นการเชิญครั้งที่ 3 แล้ว แต่ยังไม่มีการเข้าร่วมการประชุม
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า กมธ.ทำนัดไปหลายครั้ง แต่ยังไม่มีความพยายามในการให้ความร่วมมือ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการประชุมกมธ.วันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีการขอเอกสาร แต่ก็ไม่มีการตอบกลับมาว่าจะส่งเอกสารให้ทางกมธ.เมื่อไหร่ แต่กลับมีข้าราชการบางท่าน ที่พิจารณาได้ไม่ถึง 1 ชั่วโมงก็ขอตัวกลับก่อน โดยเนื้อหาของการพิจารณา มีปัญหาอยู่ที่ทีโออาร์ข้อ 5 ที่ระบุว่าจะต้องมีการโฆษณาผ่านบิลบอร์ดทั่วประเทศ ผ่านเจอร้านสะดวกซื้อและผ่านห้างสรรพสินค้า ในส่วนนี้ตัวแทนของบริษัท Human Intelligence บอกว่าเป็นเงินเพียง 9 แสนบาทเท่านั้น ที่ระบุอยู่ในสเปกที่เอกชนต้องทำให้ได้และบอกว่าเป็นสิ่งที่ไม่ใช่สาระสำคัญ ซึ่งตนมองว่าความสำคัญไม่ได้อยู่ที่มูลค่าราคา แต่อยู่ที่สิ่งที่ถูกล็อกอยู่ในทีโออาร์ แปลว่าผู้ประกอบการต้องทำให้ได้ตรงตามสเปก
น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า การที่พยายามจะเบี่ยงเบนประเด็นว่าเป็นมูลค่าเพียง 9 แสนบาท ตนมองว่าเป็นการพยายามทำให้ประชาชนเข้าใจผิด และเมื่อตนได้ไปทำราคาตามสเปกในข้อ 5 ตามทีโออาร์ ตนได้ลองไปเปิดดูในแพ็กเกจของบริษัท Plan B ซึ่งมีจออยู่ทั่วประเทศ เมื่อลองคำนวณคร่าวๆ ดูว่ามูลค่าที่ระบุไว้ในทีโออาร์สามารถอยู่ในสเปก 9 แสนบาทได้หรือไม่ ปรากฏว่ามูลค่าที่ตนคำนวณได้อยู่ที่ 9 ล้านกว่าบาท ซึ่งแปลว่า หากเป็นผู้ประกอบการทั่วไปจะไม่สามารถทำได้ในราคา 9 แสนบาท จึงเป็นการกีดกันผู้ประกอบการที่จะเข้าสู่โครงการนี้ มีเพียงแค่บริษัทจอเท่านั้น ที่สามารถเข้าประมูลโครงการนี้และทำการประชาสัมพันธ์เหล่านี้ทั้งหมดได้ในราคา 9 แสนบาท
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ตัวแทนกระทรวงดีอีได้ให้ข้อมูลว่า ทุกบริษัทที่เสนอตัวเข้ามาประมูลโครงการนี้ ไม่มีบริษัทใดที่ระบุเอาไว้ในข้อเสนอเชิงเทคนิคว่าจะใช้จอของบริษัทอะไร ซึ่งเรื่องนี้แปลกมาก เพราะโครงการนี้ประกอบด้วย AI การประชาสัมพันธ์ และการจัดอบรม โดยในประเด็น AI ระบุว่าจะต้องใช้ไม่ต่ำกว่า 8 ตัว และต้องเป็น AI ระดับโลก ดังนั้นผู้ประกอบการต้องเรียงมาว่าจะใช้ AI ตัวใด และในส่วนการประชาสัมพันธ์ มีการระบุไว้ว่าต้องเป็นจอระดับท็อป 5 ของประเทศ ดังนั้นทุกบริษัทควรต้องระบุว่าใช้จอของบริษัทใด เพื่อให้กระทรวงดีอีพิจารณา แต่กระทรวงดีอี คณะร่างทีโออาร์ และผู้ให้คะแนนกลับให้คะแนนโดยที่ไม่มีการระบุว่าใช้จอของบริษัทไหน ซึ่งแปลว่าแค่เห็นชื่อของผู้ที่เข้าประมูล ก็รู้อยู่แก่ใจว่าผู้ที่เข้าประมูลรายนี้ก็ทำได้ เพราะมีส่วนเกี่ยวข้อง และเป็นคนกลุ่มเดียวกับเจ้าของบริษัทจอทั่วประเทศ
น.ส.รักชนก กล่าวด้วยว่า เรื่องการขอเอกสาร สิ่งที่ได้ขอไปคือเอกสารสัญญาทั้งฉบับเก่าก่อนแก้ไขและฉบับใหม่ และเอกสารอีกฉบับที่ตนขอไป คือเอกสารข้อเสนอเชิงเทคนิค ซึ่งทางกมธ.อยากดูว่าการให้คะแนนของกระทรวงดีอี ซึ่งทางกระทรวงไม่รู้ว่าผู้เข้าร่วมประมูลใช้จอของบริษัทไหน แต่ทางกระทรวงดีอีให้คะแนนได้อย่างไร ทางกมธ.จึงได้ขอคะแนนและหลักเกณฑ์คะแนน ซึ่งปรากฏว่าสิ่งที่กระทรวงดีอีตอบมา คือเอกสารมี 700 กว่าหน้า ดังนั้นขอดูให้ละเอียดก่อน ตนจึงได้ถามกลับไปว่าก่อนที่จะให้ชนะการประมูลจะต้องมีการดูเอกสารเหล่านี้ให้ถี่ถ้วนก่อนอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ซึ่งทางกระทรวงดีอีบอกว่าจะพิจารณาส่งเอกสารกลับมาภายใน 24 กรกฎาคมซึ่งคือวันนี้ แต่จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่ได้รับเอกสารจากกระทรวงดีอี
“ดิฉันขอฝากความคิดถึงไปยังนายไชยชนก ว่าหากกมธ.เชิญครั้งถัดไป ซึ่งตั้งไว้คือวันที่ 13 สิงหาคม และคาดว่าในเวลานั้น น่าจะมีการเปิดลงทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราจะเชิญเข้ามาพูดคุยกันอีกรอบ โดยจะเชิญบริษัทที่ชนะการประมูล บริษัทที่ถูกกล่าวหา และบริษัทที่เกี่ยวข้องเข้ามาพิจารณาด้วย จึงขอเชิญนายไชยชนกมาเข้าร่วมประชุม และก่อนที่จะมาประชุมกันในวันที่ 13 สิงหาคม ขอให้นายไชยชนกใช้อำนาจรัฐมนตรี หากโปร่งใสจริง ขอให้ส่งเอกสารกลับมาให้กมธ.ให้ครบ” น.ส.รักชนก กล่าว
เมื่อถามถึง การยื่นเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(ป.ป.ช.) มีไทม์ไลน์ในการยื่นหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนเคยพูดไว้ว่าจะยื่นป.ป.ช.ทันทีที่มีการเปิดลงทะเบียน แต่ตนได้พูดคุยกับนายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ซึ่งได้ตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่ผู้เข้ารับโครงการภาครัฐหรือผู้กระทำการทุจริตกลัวที่สุด ไม่ใช่การที่เรื่องไปถึงป.ป.ช. หากยื่นเรื่องไปทางป.ป.ช. สิ่งที่รัฐมนตรีจะตอบก็คือเรื่องไปถึงป.ป.ช.แล้วให้รอทางป.ป.ช. ซึ่งอาจต้องรอไป 2-3 ปี จึงมีการเสนอให้ไปยื่นที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยหากคดีนี้เข้าข่ายฮั้วประมูล ทุจริต ประพฤติมิชอบภาครัฐ สามารถยื่นไปที่ตำรวจสอบสวนกลางและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งจะมีการทำสำนวน และมีมูลจะถูกส่งไปยังป.ป.ช.โดยอัตโนมัติ ซึ่งในระหว่างทำสำนวน ยังสามารถเรียกตำรวจสอบสวนกลางหรือปปง.เข้ามาสอบถามได้
“จริงๆ แล้วป.ป.ช.ไม่ต้องรอดิฉันไปยื่นก็ได้ เรื่องมันดังขนาดนี้ ป.ป.ช.ไม่คิดจะทำงานเชิงรุกบ้างหรือ ดิฉันจะไปยื่นที่ตำรวจสอบสวนกลางและปปง. และอาจไปยื่นที่ป.ป.ช.ด้วย แต่ในกมธ.ได้ตั้งข้อสังเกตให้ดำเนินคดีในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงาน 6 หน่วยงาน หนึ่งในนั้นมีตำรวจสอบสวนกลาง ปปง. ผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และป.ป.ช. ดิฉันจะส่งข้อสังเกต พร้อมรายงานการประชุมกมธ. 3 ครั้งไปให้หน่วยงานเหล่านี้ และหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานตรวจสอบ ให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา“ น.ส.รักชนก กล่าว



