“คำรบ” บุก กกต. ฟัน 138 สว. โพยฮั้ว-แฮกระบบ!คดีฮั้วเลือกสว. เตือนละเว้นเจอคุก 10 ปี จี้ “ฐิติเชฏฐ์” ถอนตัว ด้าน”ทนายอั๋น” ฉะ กกต. ขู่ฟ้องปิดปากปชช.คดีฮั้ว สว. อัดเก่งแต่กับชาวบ้านแต่ยอมเป็นแมวเชื่อง
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว นำคณะกลุ่ม สว.สำรอง ผู้สมัคร สว. และประชาชนผู้รักความเป็นธรรม เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึง กกต. เพื่อเรียกร้องให้เร่งรัดพิจารณาคดีทุจริตการเลือกตั้ง สว. อย่างสุจริตและเที่ยงธรรม พร้อมส่งเรื่องให้ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิการเลือก (ใบแดง) และเปิดหลักฐาน 138 สว.
พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า สังคมรู้ชัดเจนแล้วว่ามีการทุจริตเลือก สว. เกิดขึ้น โดยพบพฤติการณ์ส่อทุจริตเชื่อมโยงกับโพยฮั้ว ซึ่ง สว. ทั้ง 138 คน มีรายชื่อปรากฏอยู่ในโพย 140 หมายเลขที่มีการจัดทำและดำเนินการอย่างเป็นระบบตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด จนถึงระดับประเทศ จึงถือเป็น ผลผลิตของการทุจริต ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือก สว. พ.ศ. 2561 มาตรา 62 ระบุว่า หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม กกต. ต้องเสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิทันที ขนาดทุจริตโกงข้อสอบท้องถิ่นมีคนสอบเข้ามาถูกต้องก็ยังต้องถูกเพิกถอนกว่า 5,000 คน เพราะกระบวนการสอบมันไม่ชอบ เช่นเดียวกันกระบวนการเลือกสว.ที่ไม่ชอบ กกต.ก็ต้องส่งศาลให้เพิกถอนได้ทั้ง 138 คน ซึ่งพยานหลักฐานขณะนี้มีผู้ถูกกล่าวหาสูงถึง 229 คน ใน 7 ข้อหาหนัก ทั้งจ้างสมัคร จัดเลี้ยง และจ่ายเงินโหวตเตอร์ มีพยานบุคคลกว่า 700 ปาก รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเส้นทางการเงิน คาดว่าจะมีผู้ถูกดำเนินคดีอาญาไม่น้อยกว่า 20–30 คน โดยพบกรรมการบริหารพรรคการเมืองประมาณ 22 คน เข้ามาแทรกแซง

พล.ต.ท.คำรบ ยังกล่าวถึงความกังวลต่อความเป็นกลางของ กกต. โดยชี้ว่า กกต. 4 คน ได้รับการคัดเลือกมาจากชุด สว. ที่กำลังถูกร้องเรียน และอีก 1 คน คือ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กกต.ที่ กำลังถูกดำเนินคดีในข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงาน (ผู้ว่าฯ สตง.) จึงขอเรียกร้องให้นายฐิติเชฏฐ์ สละสิทธิ์จากการร่วมวินิจฉัยคดีนี้ เพื่อป้องกันกระแสข่าวลือเรื่องมติ 5 ต่อ 2 ที่อาจนำไปสู่การยกคำร้องและปล่อยตัวผู้กระทำผิด พร้อมขอเตือนไปยัง กกต. และเจ้าหน้าที่ว่า ตาม พ.ร.ป. สว. มาตรา 32 หากละเว้นหรือหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี และตาม พ.ร.ป. ว่าด้วย กกต. มีโทษจำคุก 5 ปี จึงขอให้ กกต. ทั้ง 7 ท่าน คำนึงถึงเกียรติยศและชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล
ขณะเดียวกันด้าน นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋นบุรีรัมย์ กล่าวว่า วันนี้ไม่ได้มาเพราะเรื่องสว. ที่กลับมาเป็นที่สนใจของประชาชน เนื่องจากเราทำเรื่องนี้มา 3 ปีแล้ว แต่มาเพราะวันนี้ กกต.กลับมาขู่ฟ้องดำเนินคดีกับประชาชนที่เปิดเผยข้อมูล หรือทำให้หลักฐานคดีฮั้วสว.หลุดออกไป ซึ่งถ้าจะฟ้องขอให้ฟ้องทนายอั๋น และอยากให้กกต.มีกลไกคุ้มครองพยาน โดยยกเปรียบเทียบกับการทำหน้าที่ของกกต.เกาหลีใต้ ที่เวลานี้ในประเทศของเขาก็พบการทุจริตการเลือกตั้งคล้ายกับประเทศไทย เอาข้อมูลเมื่อประชาชนของเขาเอาข้อมูลไปให้กับกกต.สิ่งแรกที่กกต.เกาหลีใต้ทำคือคุ้มครองพยาน และดำเนินคดี กับเจ้าหน้าที่ที่ถูกประชาชนกล่าวหาว่าทำผิด จำคุก 5 ปี กลับถูกสุด 50 ล้านวอน แต่ที่เมืองไทยนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต.กลับออกมาขู่จะดำเนินคดีประชาชน หรือเรามาขอพบช่วง 3 ปีที่ผ่านมาก็ไม่เคยได้พบ ถ้ากกต.ทำอะไรตรงไปตรงมาประชาชนคงไม่ออกมาเคลื่อนไหว
แต่เราพบความผิดปกติตั้งแต่การตั้งบุคคลเข้าไปเป็นกรรมการสอบว่า เคยเป็นบุคคลที่เข้าไปต้อนรับคำนับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่สนามบินในจังหวัดบุรีรัมย์ วันนี้ก็มีข่าวหลุดออกมาว่าจะมีมติมาถึงจุดว่ามีมติ 4-3 บ้าง 5-2 บ้างว่าจะยกคำร้อง จึงทำให้เกิดความไม่ไว้ใจ จึงเห็นว่ากกต.วันนี้เดินทางออกจากผลประโยชน์ของประชาชนเดิน เดินออกจากคำว่าสุจริตจะเที่ยงธรรมซึ่งเป็นคำขวัญที่ตัวเองตั้ง

นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้มีการพูดกันว่าก่อนการเลือกสว. กกต.เอาระเบียบวิธีการให้ได้มาซึ่งสว.ไปให้คนที่เขากระโดงทราบล่วงหน้าจนนำสามารถสู่การที่ลูกเทพสามารถคิดประดิษฐ์ สูตรการฮั้วจนสำเร็จ ส่วนข้อมูลที่ iLaw ออกมาเปิดเผยว่ามี 9 นักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องก็ยังไม่หมด
“วันนี้อย่ามาเที่ยวเห่ากับประชาชน กับกลุ่มสว.สำรองอย่างกับหมาว้อ หมาบ้า แต่กับกลุ่มกระบวนการฮั้วสว.อย่างกับแมวเชื่องๆรับใช้เขาเราไม่ยอม สถานการณ์ในช่วงนี้ผมมองว่าเป็นช่วงสุดท้ายแล้ว ที่จะเห็นเรามาต่อสู้เรื่องนี้ที่กกต. ต่อไปคงจะได้เจอกันที่ศาลอาญาทุจริต” นายภัทรพงศ์ กล่าว



