หน้าแรก การเมือง ทอ.ผนึก อว. เ...

ทอ.ผนึก อว. เดินหน้า Defence Offset ส่งเยาวชน-กำลังพล 9 คน ศึกษาวิทยาศาสตร์ต่อในสวีเดน

24.07.26 | 15:53 น.

ทอ.ผนึกกำลัง อว. เดินหน้าโครงการ Defence Offset ควบคู่จัดหา Gripen E/F ส่งเยาวชน-กำลังพล 9 คน ศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์ในสวีเดน เพื่อพัฒนาบุคลากรและเสริมศักยภาพการป้องกันประเทศในระยะยาว

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กองทัพอากาศจัดแถลงข่าวความร่วมมือด้านโครงการชดเชยการนำเข้ายุทโธปกรณ์ (Defence Offset) ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ภายใต้โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูง Gripen E/F ควบคู่ความร่วมมือด้านเทคโนโลยี เพื่อยกระดับขีดความสามารถการป้องกันประเทศ โดยจัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

ในการแถลงข่าวครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย น.ส.วราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมแถลงข่าว โดยมี พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และ พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะประธานกรรมการคณะกรรมการตรวจรับข้อตกลงการชดเชยการนำเข้ายุทโธปกรณ์ (MOA) ตามโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน ระยะที่ 1 ให้การต้อนรับ

ภายในงานยังมีผู้แทนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย ผู้แทนบริษัท Saab AB และนักเรียนทุนจำนวน 9 คน ซึ่งได้รับคัดเลือกให้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านวิทยาศาสตร์ในประเทศสวีเดน เข้าร่วมงาน ประกอบด้วย

1.เรืออากาศโท จตุพล ทัศบุตร สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาคอมพิวเตอร์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช ศึกษาต่อหลักสูตร Master’s Programme in Cybersecurity ณ Royal Institute of Technology (KTH)

Advertisement

2.นายพรพิพัฒน์ พงษ์ศิริ สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาต่อหลักสูตร Master’s Programme in Machine Learning ณ Royal Institute of Technology (KTH)

3.เรืออากาศตรี อานนทณัฏฐ์ เฉยเฟื้อง สำเร็จการศึกษา Bachelor of Computing and Cyber Security จาก University of New South Wales Canberra ศึกษาต่อหลักสูตร Master’s Programme in Cybersecurity ณ Linköping University (LiU)

4.นายปราชญ์ โพธิ์เกตุ กำลังศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมอากาศยาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาต่อหลักสูตร Master’s Programme in Aerospace Engineering ณ Royal Institute of Technology (KTH)

5.นายภัคศรัณย์ นวพลพัฒน สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมแมคคาทรอนิกส์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ศึกษาต่อหลักสูตร Master’s Programme in Aerospace Engineering ณ Royal Institute of Technology (KTH)

6.น.ส.ศดานันท์ กวีกุล สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ศึกษาต่อหลักสูตร Master’s Programme in Electromagnetics, Fusion and Space Engineering ณ Royal Institute of Technology (KTH)

7.น.ส.สุกุมาร สังข์วรรณะ สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ศึกษาต่อหลักสูตร Master’s Programme in Molecular Biology, Microbiology and Biotechnology ณ Lund University

8.นายเทพพิทักษ์ วิปุลาคม กำลังศึกษาปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ศึกษาต่อหลักสูตร Master’s Programme in Molecular Biotechnology ณ Lund University

9.น.ส.ณิชาดา อาภาพันธ์ กำลังศึกษาปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาต่อหลักสูตร Master’s Programme in Molecular Biology, Molecular Genetics and Biotechnology ณ Lund University

การดำเนินโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูง Gripen E/F ระยะที่ 1 ควบคู่กับโครงการ Defence Offset ตามบันทึกข้อตกลง (MOA) ร่วมกับบริษัท Saab AB ประเทศสวีเดน มีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ พัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และบุคลากรของกองทัพอากาศในระยะยาว

ปัจจุบันโครงการ Defence Offset มีความก้าวหน้าใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบเชื่อมโยงทางยุทธวิธี Link-T (Transfer of Technology : ToT) การได้รับสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property Right : IPR) ของระบบ Link-T และการสนับสนุนทุนการศึกษาระดับปริญญาโทด้านวิทยาศาสตร์ในประเทศสวีเดน พร้อมความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศสวีเดน

สำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี Link-T กองทัพอากาศและบริษัท Saab AB ได้ร่วมกันปรับปรุงรายละเอียดของข้อตกลง พร้อมจัดทำแผนดำเนินงาน (Execution Plan) และเตรียมส่งกำลังพลเข้ารับการฝึกอบรม เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านระบบเชื่อมโยงทางยุทธวิธี ซึ่งเป็นระบบสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการร่วมระหว่างหน่วยงานทางทหาร

ส่วนสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาของระบบ Link-T ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาร่างข้อตกลงการอนุญาตใช้สิทธิ (Link-T IPR License Agreement) และดำเนินการตามแผนที่กำหนดร่วมกัน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีดังกล่าวได้ในอนาคต

ด้านโครงการทุนการศึกษาระดับปริญญาโท กองทัพอากาศได้คัดเลือกผู้รับทุนจำนวน 9 คน เพื่อเข้าศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์ในประเทศสวีเดน พร้อมอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดค่าใช้จ่ายและความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ รองรับการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการบินและการป้องกันประเทศในอนาคต

ทั้งนี้ กองทัพอากาศเตรียมดำเนินกิจกรรมสำคัญในระยะต่อไป ได้แก่ การประชุมติดตามความก้าวหน้าร่วมกับบริษัท Saab AB การพิจารณาข้อตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญา การลงนามบันทึกความเข้าใจด้าน Defence Offset และการติดตามความก้าวหน้าของทุกโครงการตามแผนงานที่กำหนด

นอกจากนี้ กองทัพอากาศยังให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างขีดความสามารถในทุกมิติ ไม่เฉพาะการจัดหาเครื่องบินขับไล่ แต่ครอบคลุมถึงระบบอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ระบบปฏิบัติการอัตโนมัติ (Autonomous System) ระบบป้องกันทางไซเบอร์ (Cyber Security) ระบบบัญชาการและควบคุม (C2) รวมถึงระบบเครือข่ายเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี เพื่อให้สามารถปฏิบัติการร่วมระหว่างเหล่าทัพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กองทัพอากาศระบุว่า โครงการ Defence Offset จะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการป้องกันประเทศ เสริมสร้างการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี ลดการนำเข้ายุทโธปกรณ์จากต่างประเทศ พัฒนากำลังพลของกองทัพอากาศ และสร้างความมั่นคงของประเทศไทยในระยะยาว เพื่อให้กองทัพอากาศสามารถปฏิบัติภารกิจในการพิทักษ์รักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับความท้าทายด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา