มท.2 ลุยกระบี่ ยึดที่ดินนอมินีบนเกาะปอ 126 ไร่ 2,146 ล้านบาท เตรียมเข้าสู่ขั้นตอนบังคับจำหน่าย
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 24 กรกฎาคม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เปิดปฏิบัติการ “ทวงคืนที่ดินที่มีนอมินีนายทุนต่างชาติถือครองที่ดิน” โดยมี พล.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 พล.ต.ต.สุขเกษม นครวิลัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ และนายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ร่วมแถลงข่าว ณ บ้านเกาะปอ ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่
นายพลพีร์ กล่าวว่า จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ พบพฤติการณ์อันมิชอบด้วยกฎหมายของนายทุนชาวต่างชาติสัญชาติบริติช นามว่า นาย Alain ซึ่งได้เข้ามาจัดตั้งบริษัทจำกัดจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ บริษัท ภูเก็ตลันตาเฮ้าส์ จำกัด บริษัท สกายโกลบอลเน็ท จำกัด และบริษัท กุลวัล พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด โดยในเบื้องต้นได้ใช้วิธีการถือหุ้นในสัดส่วนที่ไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ ร้อยละ 39 ร้อยละ 30 และร้อยละ 49 ตามลำดับ จากนั้นได้วางโครงสร้างอำพรางโดยให้ทั้ง 3 บริษัทถือหุ้นไขว้กันไปมาในลักษณะวงกลม เมื่อคำนวณสัดส่วนที่แท้จริงแล้ว ส่งผลให้นาย Alain กลายเป็นผู้ควบคุมผลประโยชน์และมีอำนาจเบ็ดเสร็จแต่เพียงผู้เดียวในการบริหารจัดการทรัพย์สินของบริษัท กุลวัล พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด ด้วยสัดส่วนการถือหุ้นที่สูงถึงร้อยละ 99.87 กลุ่มทุนดังกล่าวได้กว้านซื้อและครอบครองที่ดินในพื้นที่เกาะปอ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ จำนวนทั้งสิ้น 22 แปลง รวมเนื้อที่กว่า 126 ไร่ คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 2,146 ล้านบาท ก่อนที่จะนำที่ดินดังกล่าวไปประกาศขายผ่านทางช่องทางออนไลน์

นายพลพีร์ กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับขั้นตอนการดำเนินการทางกฎหมาย ในเบื้องต้นได้อายัดยึดที่ดินดังกล่าวไว้ก่อน จากนั้นกระทรวงมหาดไทย โดยอธิบดีกรมที่ดิน จะได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และคณะกรรมการจังหวัดเร่งดำเนินการยึดพื้นที่เพื่อนำมาบังคับจำหน่ายตามกฎหมายของกรมที่ดิน ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ในส่วนของคดีความ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะรับหน้าที่สืบสวนขยายผลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน ตลอดจนประวัติการเดินทางเข้าออกประเทศของนายทุนต่างชาติรายดังกล่าว ซึ่งในขณะนี้ไม่พบว่าพำนักอยู่ในประเทศไทย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะทำการเรียกตัวบุคคลสัญชาติไทยที่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นร่วมในทั้ง 3 บริษัทมาสอบปากคำอย่างละเอียดเพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินลงทุน หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นเงินทุนจากชาวต่างชาติ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
“พร้อมกันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำการตรวจสอบกระบวนการออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างละเอียด เนื่องจากพบข้อเท็จจริงที่น่าสังเกตว่า ประชาชนในพื้นที่ซึ่งอาศัยอยู่มาตั้งแต่กำเนิดเกือบร้อยครัวเรือนกลับยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินเป็นของตนเอง รวมทั้งจะมีการขยายผลตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มเอกชนหรือไม่ และมีเครือข่ายกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้ในพื้นที่อื่น ๆ อีกหรือไม่ ทั้งนี้ ขอย้ำอีกครั้งว่าจุดยืนของรัฐบาลนี้คือ “แผ่นดินไทยจะต้องเป็นของคนไทย” เท่านั้น และจะไม่มีกฎหมายฉบับใดที่เปิดช่องว่างให้ชาวต่างชาติเข้ามาครอบครองหรือเอื้อประโยชน์เพื่อเอาเปรียบคนไทยได้อย่างเด็ดขาด” นายพลพีร์ กล่าวเน้นย้ำ

เรื่องการตรวจสอบการครอบครองที่ดินและนอมินีต่างชาตินั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดินจำนวน 22 แปลงว่าถูกต้องหรือไม่ แต่สำหรับพื้นที่เกาะปอได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นเอกสารสิทธิ์จริง โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่เพื่อหารือถึงขั้นตอนการบังคับจำหน่ายและการดำเนินคดีต่อไป การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่และรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ที่คอยเฝ้าระวังและสืบสวนเรื่องความมั่นคงในพื้นที่มาโดยตลอด
นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบพบการตั้งมูลนิธิที่มีเครือข่ายกระจายไปถึง 9 สาขา โดยจุดเริ่มต้นมาจากการเข้าตรวจสอบสถานที่แห่งหนึ่งในป่าตองที่ขออนุญาตจดทะเบียนเป็นโรงแรม แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบใบอนุญาตกลับพบว่ามีการเปิดเป็นร้านอาหาร 2 ร้าน และบริเวณชั้นลอยของชั้น 2 ถูกดัดแปลงเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมของชาวต่างชาติ รวมถึงทำเป็นโบสถ์ของชาวยิวอิสราเอล ขณะนี้ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสืบสวนหาตัวเจ้าของที่แท้จริงและเอาผิดเรื่องการใช้อนุญาตผิดประเภทแล้ว ทางกรมการปกครองตรวจสอบพบเพิ่มเติมว่ามีสถานที่ลักษณะนี้ถึง 9 แห่งที่เป็นเจ้าของเดียวกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ขอเวลาให้พนักงานสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมที่สุดก่อนจะมีการแถลงข่าว

ในส่วนของกระบวนการทางกฎหมายเกี่ยวกับการเพิกถอนสิทธิ์ หากพิสูจน์ได้ว่ามีการกระทำความผิดจริง จะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการบังคับจำหน่ายตามกฎหมายของกรมที่ดิน โดยหลังจากกรมที่ดินสอบสวนเสร็จสิ้น จะมอบหน้าให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการบังคับจำหน่าย จากนั้นจะเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน ผู้ร่วมหุ้น แและดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่งกับผู้กระทำความผิดต่อไป



