เท้ง ลงพื้นที่อุดรธานี รับฟังปัญหา ปชช. ย้ำไม่ทอดทิ้งพื้นที่ แม้ ส.ส.เดิมโผล่หนุนภูมิใจไทย ลั่นต้องแก้ระบบการเมืองไทยที่ทำให้เกิดงูเห่า
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 7 ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของนายสุริยา วงศ์อารีย์ ส.ส.อุดรธานี พรรคประชาชน ที่ปัจจุบันมักโหวตไปในทิศทางเดียวกับพรรคภูมิใจไทย พร้อมทั้งติดตามปัญหาของประชาชน พบปะสมาชิกพรรค และยืนยันการทำงานของพรรคประชาชนในพื้นที่
โดยช่วงเช้า นายณัฐพงษ์เดินพบปะพี่น้องประชาชนภายในตลาดเช้า อ.กุมภวาปี พร้อมแจกหนังสือพิมพ์ของพรรคประชาชน และพูดคุยสอบถามปัญหาปากท้อง โดยประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น หลายคนเข้ามาทักทาย ให้กำลังใจ และสะท้อนความรู้สึกเสียดายที่พรรคประชาชนไม่ได้เป็นรัฐบาล พร้อมฝากความหวังให้พรรคเร่งหาผู้สมัครคนใหม่มาทำหน้าที่แทน เพื่อให้คนในพื้นที่มีผู้แทนที่ยืนอยู่ข้างประชาชนตามเจตนารมณ์ของผู้ที่เคยลงคะแนนเสียง

จากนั้นในช่วงบ่าย นายณัฐพงษ์เดินทางไปรับฟังสถานการณ์บริหารจัดการน้ำของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากุมภวาปี โดยหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตัวแทนประชาชน ถึงการเตรียมความพร้อมทั้งในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำไม่ควรเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดวิกฤต แต่ต้องวางแผนอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และความต้องการของประชาชน กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องยกระดับการบริหารจัดการน้ำให้ทันต่อความผันผวนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะสุดท้ายผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือประชาชนในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ช่วงหนึ่งนายณัฐพงษ์ กล่าวถึงกรณี ส.ส.งูเห่าว่า เป็นสิ่งที่ผู้แทนราษฎรควรพึ่งตระหนักว่าเรามาจากใคร ตนเชื่อมั่นว่าประชาชนทราบดีและไม่อาจยอมรับการเมืองที่ไม่เคารพเจตนารมณ์ของประชาชน ผู้แทนราษฎรได้รับความไว้วางใจจากประชาชนภายใต้ชื่อและอุดมการณ์ของพรรค เมื่อเลือกเดินออกจากอุดมการณ์นั้น พรรคก็มีหน้าที่ต้องกลับมาทำงานกับประชาชนต่อ และขณะนี้อยู่ระหว่างการสรรหาบุคลากรที่มีความพร้อม มีความสามารถ และยึดมั่นในอุดมการณ์ เพื่อเข้ามารับช่วงการทำงานในพื้นที่
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงปัญหาของนักการเมืองคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาของระบบการเมืองไทย หากทุกครั้งที่มีการย้ายพรรค เราเพียงแค่ตำหนิตัวบุคคล วงจรแบบนี้ก็จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก

“สิ่งที่ต้องแก้ ไม่ใช่แค่คน แต่ต้องแก้กติกา เพราะรัฐธรรมนูญปี 2560 ได้สร้างระบบการเมืองที่เปิดช่องให้เกิดการต่อรองผลประโยชน์ การดูด ส.ส. และการเมืองแบบพวกพ้อง จนทำให้เสียงของประชาชนถูกลดทอนความหมาย” นายณัฐพงษ์ กล่าว
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าพรรคจะผลักดันการปฏิรูปกติกาทางการเมืองควบคู่ไปกับการสร้างบุคลากรทางการเมืองที่ยึดโยงกับประชาชน เพื่อให้ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย และเพื่อไม่ให้การทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชนกลายเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย




