กรวีร์ ซัดไอลอว์ทำเสียหาย คดีฮั้วส.ว.อ้าง คำบอกเล่า ไหม ซัดซื้อคลาวด์ซ้ำซ้อน
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีพรรค ภท.เตรียมจะยื่นฟ้องหมิ่นประมาท นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ที่ออกมากล่าวหา 9 บุคคลของพรรค ภท.อาจเกี่ยวกับคดีฮั้ว ส.ว.ได้มีการพูดคุยกับนายยิ่งชีพแล้วหรือยังว่า ยังไม่ได้พูดคุย ปกติตนคุยกับเขาอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่ได้บ่อย เพราะรู้จักกัน คุ้นเคยกัน พูดคุยกันได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีโอกาสที่พรรค ภท.จะไม่ฟ้องนายยิ่งชีพหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้ติดใจ แต่ในส่วนของพรรค ภท.ที่เกี่ยวข้องกับพรรค พรรคเห็นแบบไหน ในฐานะสมาชิกพรรค ถ้าพรรคได้รับความเสียหายจากการกล่าวหาต้องเป็นเรื่องของพรรค อย่างไรก็ตาม เรื่องจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง เชื่อว่า เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ขณะที่ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภท. กล่าวถึงกรณีที่ นายยิ่งชีพ เปิดเผยพยานหลักฐานคดีฮั้ว ส.ว.โดยมีชื่อของนายกรวีร์อยู่ด้วย ว่า เมื่อวันที่ 23 ก.ค. นายภราดร ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ ilaw เปิดเผยชื่อก็ได้พูดไปแล้ว ซึ่งเรื่องนี้พรรคภท. ได้มีการพูดคุยกันโดยจะให้ทั้ง 9 คนที่ถูกพาดพิง และได้รับความเสียหายไปแจ้งความดำเนินคดี คงต้องพูดคุยกันว่าจะไปดำเนินคดีแบบไหน อย่างไรก็ตาม จากที่ตนได้ติดตามจากข่าวในวันแรก มีการเปิดเผยรายชื่อทั้ง 9 คน ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วส.ว. แต่ต่อมานายยิ่งชีพ กลับบอกว่าไม่ได้มีหลักฐาน ในเรื่องพยานหลักฐานแต่ไปฟังจากคนอื่นที่มาเล่าให้ฟัง
“ผมฟังที่เขาพูด 2 รอบ ก็ถามกับตัวเองเหมือนกันว่าแล้วเกี่ยวอะไรกับผม ถ้าบอกว่าผมเป็นคนขับรถพาไปสมัคร ส.ว. หรือผมอยู่ในขบวนการมีคลิปวิดีโอ คลิปเสียง หลักฐานการโอนเงินว่าผมไปมีส่วนรู้เห็น ถ้าแบบนี้ก็ไปอย่าง แต่นี่ไม่ใช่ เพราะเป็นบุคคลอื่น แต่พยายามโยงให้มาถึงตัวผม จึงทำให้สังคมเข้าใจผิด ซึ่งผมฟังแล้วก็งง เพราะสิ่งที่เขาพูดไม่ใช่ตัวผมเลย จึงทำให้เกิดความชัดเจนว่าเขาไม่ได้มีเจตนาที่จะมาตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใส แต่เป็นประเด็นที่น่าจะโยงไปถึงการเมือง”นายกรวีร์ กล่าว
ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2570 ในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ 70 ในส่วนของงบกลาง ว่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมามีการเปิดให้ถ่ายทอดสด ทำให้ประชาชนให้ความสนใจกับการพิจารณางบประมาณ ซึ่งในวาระหนึ่งได้อภิปรายกันไปว่ามีการตัดงบประมาณหลายหน่วยงานค่อนข้างมาก ดังนั้น ในการพิจารณาเนื้อหางบประมาณจะไปในเชิงนโยบายเป็นหลัก
และเมื่อรัฐบาลรวมถึงสำนักงบประมาณได้ตัดงบค่อนข้างมากแล้ว ในชั้นอนุกรรมาธิการก็ไม่จำเป็นจะต้องตัดอะไรมากมาย ซึ่งสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แรกในการพิจารณาในชั้นอนุกรรมาธิการ พบว่า แม้ว่า งบภาพรวมจะถูกตัดออกไปเยอะแล้ว แต่ก็พบว่าภาพรวมยังมีงบประมาณบางรายการที่สูงผิดปกติและมีการขอซ้ำซ้อนกัน เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ได้รับงบประมาณสูงขึ้น 30% โดยที่ส่วนใหญ่เป็นคลาวด์กลางภาครัฐ ซึ่งเจตนาคือการรวบรวมการเช่าซื้อ การจัดเก็บข้อมูล มาไว้ที่ส่วนกลางเพียงส่วนเดียว

