หน้าแรก การเมือง วิปฝ่ายค้าน จ...

วิปฝ่ายค้าน จัดเสวนาฮั้วสว.ภาค 2 ห่วงคดีไม่ถึงศาล ทวี แนะไม่ควรจำกัดสิทธิประชาชน 

26.07.26 | 09:34 น.

วิปฝ่ายค้าน จัดเสวนาฮั้วสว.ภาค 2 ห่วงคดีไม่ถึงศาล ทวี แนะไม่ควรจำกัดสิทธิประชาชน 


 

เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 26 กรกฎาคม ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) นำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน จัดกิจกรรม “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. – เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาค 2)” โดยมีผู้ร่วมอภิปรายและพยานบุคคลร่วมเสวนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้แก่ น.ส.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท สว.สำรอง พ.ต.อ.สมยศ สีหาบัว ผู้สมัคร สว.จังหวัดภูเก็ต นายสมนึก สุชัยธนาวนิช

โดยนายพริษฐ์ กล่าวเปิดเวทีว่า คดีโกงสว. แม้จะถูกพูดถึงและมีการขับเคลื่อนมา 2 ปี แต่ที่กังวลใจคือ เรื่องไปไม่ถึงศาล เพราะหน่วยงานที่ตรวจสอบอาจทำหน้าที่ไม่ตรงไปตรงมา เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ 4 ใน 7 กกต. ที่ถูกเห็นชอบโดย สว. ชุดปัจจุบัน และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เกียร์ว่างและยังมีการเปลี่ยนตัวปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วที่มีการจัดงานภาคแรก เป็นการสื่อสารเพื่อให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบหน่วยงานตรวจสอบทำงานตรงไปตรงมาหรือไม่ สิ่งที่เราทำได้คือการทำให้เรื่องนี้อยู่ในแสงสว่าง สังคมไม่กระพริบตา โดย 2 สัปดาห์ที่แล้ว เรามีการเปิดหลักฐานเกี่ยวกับโพยฮั้ว สว. มาถึงวันนี้เราก็เห็นแล้วว่า 1 ในผู้สมัครที่ยื่นโพยให้ กกต. ไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ซึ่งเราได้เรียนรู้เพิ่มเติมว่าก่อนที่จะมาเป็นโพยในการเลือก สว.วันนั้น มีขบวนการที่มีการเตรียมการกันมาก่อนล่วงหน้า ไม่ใช่แค่ขบวนการของการจัดทำโพยแล้วแลกเปลี่ยนคะแนนกันอย่างเป็นระบบ แต่เป็นขบวนการจ้างคนมาสมัคร จ้างคนมาโหวตกระจายตัวไปในหลายจังหวัดทั่วประเทศ

Advertisement

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว เป็นการตอกย้ำรายละเอียดและองค์ประกอบของคดีนี้ชัดเจนขึ้น แต่เท่านั้นไม่พอเวลานี้เราทุกคนกำลังทำกับเราไม่รู้ว่า กกต. จะมีมติชี้ขาดว่าจะสั่งฟ้องใคร จะยกคำร้องใครในวันไหน ดังนั้น ทุกวินาทีหลังจากนี้จนกว่า กกต.จะมีมติ ตนเห็นว่าหากพวกเรามีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมที่สามารถนำเสนอต่อสาธารณะได้ เกี่ยวกับขบวนการดังกล่าวก็ล้วนเป็นประโยชน์ต่อสังคมในการร่วมกันตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต. ที่กำลังจะลงมติในเร็วๆ นี้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เราต้องมาจัดงานอีกครั้งในวันนี้เพื่อนำเสนอข้อมูลบางส่วนและรวบรวมข้อมูลบางส่วนที่อาจจะยังกระจัดกระจายอยู่ให้ทุกคนได้เห็นภาพชัดเจนขึ้น

วันเดียวกันพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรประชาชาติ กล่าวถึงการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี รวมถึงนักการเมืองหลายท่านว่าจะดำเนินการฟ้องร้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw เพื่อเอาผิดฐานหมิ่นประมาทนั้น ที่ออกมาจัดกิจกรรมเปิดโปง ฮั้ว สว ว่า การใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ถือเป็นการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองที่สำคัญของประชาชน รัฐบาลควรต้องส่งเสริม ไม่ใช่จำกัดสิทธิดังกล่าวอันไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

เรื่องนี้ไม่ใช่เฉพาะกรณีของคุณยิ่งชีพเท่านั้น แต่หมายรวมถึงประชาชนในทุกกรณีด้วย เมื่อท่านเห็นว่าข้อกล่าวหานั้นไม่เป็นความจริง สิ่งที่ควรทำคือการออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงว่าประชาชนเข้าใจผิดไปอย่างไร และแสดงให้เห็นว่าตนเองพร้อมรับการตรวจสอบผ่านกระบวนการยุติธรรม แทนที่จะไปแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชน ซึ่งรังแต่จะสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้น

เรื่องการฟ้องร้องดำเนินคดีกับคุณยิ่งชีพรวมถึงประชาชนในทุกกรณี การกลับมาชี้แจงแสดงข้อมูลย่อมดีกว่าการดำเนินคดีกับประชาชน ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการถูกมองว่ารัฐบาลกำลังใช้กลไกทางกฎหมายเพื่อปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นต่อประโยชน์สาธารณะ หรือการฟ้องคดีปิดปาก (SLAPP) การใช้สิทธิฟ้องคดีอาญาที่มีลักษณะกลั่นแกล้ง เอาเปรียบ หรือมุ่งสร้างภาระให้แก่ผู้ถูกฟ้อง เช่น การไปฟ้องร้องในพื้นที่ห่างไกลจากที่อยู่ของผู้ถูกฟ้อง ฯลฯ อันเป็นการนำกระบวนการยุติธรรมมาบิดเบือน หรือใช้เป็นเครื่องมือคุกคามเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน ถือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต

“คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 1/2569 ในคดีที่ สว. รวม 92 คน ยื่นร้องผมและท่านภูมิธรรม ซึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่าไม่มีความผิด แต่ศาลรัฐธรรมนูญได้วางบรรทัดฐานสำคัญไว้ว่ารัฐธรรมนูญได้กำหนดจริยธรรมรัฐมนตรีไว้เข้มงวด เพราะเป็นผู้ใช้อำนาจรัฐที่มีผลกระทบกว้างขวาง จึงต้องถูกตรวจสอบทั้งเรื่องส่วนตัวและการปฏิบัติหน้าที่ทุกแง่มุม มิให้ผู้ปราศจากคุณธรรมเข้ามาใช้อำนาจตามอำเภอใจ พร้อมกำหนดให้รัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ คือประพฤติตรง จริงใจ ไม่คดโกง ต้องไม่มีพฤติกรรมบกพร่อง บิดเบือนเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้อง และไม่ประพฤติตนขัดแย้งกับสิ่งที่สังคมคาดหวัง การตรวจสอบกระบวนการได้มาซึ่งอำนาจรัฐจึงเป็นเรื่องประโยชน์ของสังคมโดยรวม”พ.ต.อ.ทวี กล่าว

ที่สำคัญ รัฐต้องจัดกลไกคุ้มครองประชาชนที่ชี้เบาะแสทุจริต การเปิดเผยข้อมูลเป็นการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ องค์กรตรวจสอบอย่าง กกต. และ DSI ต้องใช้เป็นเบาะแสสำคัญ ไม่ใช่เร่งตั้งแง่ดำเนินคดีกับผู้แจ้ง และรัฐต้องมีมาตรการคุ้มครองพยานไม่ให้ถูกกลั่นแกล้ง หรือถูกดำเนินคดีปิดปาก