หน้าแรก การเมือง กรณ์ ชี้วิกฤต...

กรณ์ ชี้วิกฤตเศรษฐกิจไทย Gen Z ค่าครองชีพแซงหน้ารายได้ ซ้ำเติมด้วย AI-สังคมสูงวัย-เด็กเกิดน้อย

26.07.26 | 11:23 น.

กรณ์ ชี้วิกฤตเศรษฐกิจไทย Gen Z ค่าครองชีพแซงหน้ารายได้ ซ้ำเติมด้วย AI-สังคมสูงวัย-เด็กเกิดน้อย

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม เวลา 09.30 น.ที่รัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บรรยายในโครงการ DIP16 หลักสูตรอบรมและพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ หัวข้อ “ปัจจัยการเงินที่ส่งผลต่อประเทศ” ให้กับกลุ่มเยาวชน โดยฉายภาพความท้าทายครั้งใหญ่ของระบบเศรษฐกิจระดับโลกและประเทศไทย พร้อมข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อหาทางออกให้ประเทศ

นายกรณ์ กล่าวว่า ระบบทุนนิยมเสรีที่เคยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกหลังสงครามโลกกำลังถูกท้าทายด้วยปัญหาความเหลื่อมล้ำ และผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ขณะที่ไทยเน้นการทำกำไรโดยขาดกลไกถ่วงดุลและการแข่งขันที่เป็นธรรม ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบหนักที่สุดต่อ คนรุ่นใหม่ (Gen Z) ที่เผชิญภาวะค่าครองชีพแซงหน้ารายได้ ทั้งต้นทุนการมีบ้าน การหางาน การดูแลพ่อแม่ และการศึกษาของลูก ซ้ำเติมด้วยการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลัง จัดระเบียบโครงสร้างสังคมใหม่ ออกเป็น 5 กลุ่ม คือ 1.กลุ่ม 0.01% ผู้กุมอำนาจเทคโนโลยี เจ้าของ AI, Data Center และแพลตฟอร์มระดับโลก 2.กลุ่ม 1% เจ้าของสินทรัพย์เดิม ผู้ถือครองที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ และแบรนด์ใหญ่ 3.กลุ่ม 10% ผู้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี นำ AI มาเสริมศักยภาพการทำงาน 4.กลุ่ม 20% ผู้ให้บริการ/ทักษะเฉพาะทั้งแพทย์ พยาบาล เชฟ นักกีฬา และช่างฝีมือ และ 5.กลุ่มที่เหลือ ตกขอบระบบเศรษฐกิจ ประชาชนส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถปรับตัวได้ทัน และต้องรอการช่วยเหลือจากรัฐ

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า โลกเปลี่ยนผ่านจากยุคพลังงาน สู่ยุค AI เต็มรูปแบบ โดยเป็นความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก สะท้อนผ่านมูลค่าบริษัทที่ใหญ่ที่สุด 10 อันดับแรกของโลกในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โดยปี 2006 ขับเคลื่อนด้วยกลุ่มพลังงานและการเงิน ขณะที่ ปี 2026 เปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีและ AI ชัดเจน

นายยกรณ์กล่าวด้วยว่า เมื่อหันกลับมามองประเทศไทย ซ้ำเติมด้วยโครงสร้างประชากรที่เด็กเกิดน้อย เกิดสังคมผู้สูงอายุ และความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ยิ่งทำให้งบประมาณแผ่นดินติดล็อก โดย 69% ของงบประมาณ หมดไปกับรายจ่ายประจำและภาระผูกพัน โดยงบบุคลากรภาครัฐ 39.5% เป็นเงินเดือน, สวัสดิการ, กบข. และท้องถิ่น งบสวัสดิการสังคม 15.0% ใช้ไปในส่วนของบัตรทอง 2.14 แสนล้านบาท เบี้ยผู้สูงอายุ 1 แสนล้านบาท , งบเรียนฟรี 8 หมื่นล้านบาท และประกันสังคม 6.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่งบชำระหนี้ 12.2% ดอกเบี้ย 8.2% และเงินต้น 4.0% ส่วนที่เหลือเป็นรายจ่ายอื่น ๆ 31.0%, งบลงทุนชดเชย 1.9% และรัฐวิสาหกิจ 0.4%

“หากรัฐบาลยังคงบริหารงบประมาณอย่างสุรุ่ยสุร่าย ขาดยุทธศาสตร์ระยะยาว เน้นโครงการประชานิยม และปล่อยให้มีการทุจริตเชิงโครงสร้าง รัฐบาลจะเสี่ยงไร้ศักยภาพในการดูแลคนส่วนใหญ่ของประเทศ จึงเสนอ 2 ทางออกสำคัญ คือ สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ยกระดับทักษะคน พัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคตเพื่อหาเงินเข้าประเทศ และแก้ไขที่ภาคการเมืองเป็นจุดแรก ปรับบทบาทของรัฐ รื้อโครงสร้างงบประมาณ ใช้เครื่องมือทางการคลังอย่างโปร่งใสและสร้างสวัสดิการที่ลดความเหลื่อมล้ำได้จริง ก่อนวิกฤตการคลังจะสายเกินแก้” นายกรณ์ กล่าว

Advertisement