จักรภพ ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพบริหารทรัพยากรบุคคล ยกระดับมาตรฐาน HR ไทย
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม นายจักรภพ เพ็ญแข ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมหารือกับสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย หรือ PMAT ประกอบด้วย นายวรพงษ์ รวิรัฐ ประธานสถาบันพัฒนาวิชาชีพบริหารทรัพยากรบุคคล และอดีตนายกสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย, นางมาริสา เชาว์พฤฒิพงศ์ รองประธานสถาบัน และอดีตนายกสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย และนายจินดา ผาสุข กรรมการสถาบัน และอดีตประธานชมรมบริหารงานบุคคลบางพลี ในการผลักดันกฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิชาชีพบริหารทรัพยากรบุคคล พ.ศ. …
นายจักรภพ กล่าวว่า การเดินทางไปครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อหารือเกี่ยวกับการผลักดันร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพนักบริหารงานบุคคล หรือ HR ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของ ส.ส. ในการผลักดันกฎหมายให้ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาและมีผลบังคับใช้โดยเร็ว จากการหารือนายวรพงษ์ โดยเห็นถึงความจำเป็นในการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพนักบริหารงานบุคคลให้มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เช่นเดียวกับวิชาชีพอื่นๆ ที่มีการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพมาแล้ว 18 วิชาชีพ
นายจักรภพ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ตนมีความเข้าใจว่างานบริหารบุคคลอาจไม่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติเฉพาะทางด้านวิชาชีพ เนื่องจากพบเห็นหลายองค์กรแต่งตั้งบุคคลใกล้ชิด หรือเครือญาติเข้ามารับผิดชอบงานด้านบุคลากร อย่างไรก็ตาม ภายหลังได้ศึกษาร่างกฎหมายและหารือกับผู้เกี่ยวข้องอย่างละเอียด ทำให้เปลี่ยนมุมมองและเห็นด้วยว่า วิชาชีพนักบริหารงานบุคคลจำเป็นต้องมีมาตรฐานที่ชัดเจน
นอกจากนี้ การยกระดับมาตรฐานวิชาชีพดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในภาพรวม โดยเฉพาะการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เนื่องจากภาคธุรกิจไทยมีทั้งผู้ประกอบการชาวไทยและนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งล้วนต้องการระบบบริหารจัดการบุคลากรที่มีมาตรฐาน เป็นมืออาชีพ และสามารถสร้างหลักประกันให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
นายจักรภพ กล่าวด้วยว่า ตนพร้อมสนับสนุนประชาคมนักบริหารงานบุคคลในการผลักดันร่างกฎหมายให้มีความสมบูรณ์และเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติ โดยจะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือภายในพรรคฯ โดยเฉพาะกับวิปของพรรคฯ รวมถึงทำความเข้าใจกับ ส.ส.และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง ขอย้ำว่า การสนับสนุนครั้งนี้ไม่ได้มีผลประโยชน์ส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เป็นการสนับสนุนแนวทางที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานวิชาชีพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย

