อดีตผู้สมัครสว. เล่ายิบ ขั้นตอนทำโพยฮั้ว มีผู้สมัครสส.ร่วมด้วย จองตั๋วเครื่องบิน-จัดโรงแรม
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 26 กรกฎาคม ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) นำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน จัดกิจกรรม “ครบรอบ 2 ปี เลือก ส.ว. – เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว ส.ว. (ภาค 2)” โดยมีผู้ร่วมอภิปรายและพยานบุคคลร่วมเสวนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้แก่ น.ส.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ พ.ต.อ.สมยศ สีหาบัว อดีตผู้สมัคร กลุ่ม 15 จ.ภูเก็ต นายทรงยศ เหมหงษ์ อดีตผู้สมัคร ส.ว.กลุ่มที่ 16 จ.ภูเก็ต นายสมนึก สุชัยธนาวนิช อดีตผู้สมัคร ส.ว.กลุ่ม 4 จ.สุโขทัย และนางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ส.ว.กลุ่มสำรอง
โดยในช่วงพยานเปิดหลักฐาน พ.ต.อ.สมยศกล่าวว่า หลังจากที่ตนผ่านการเลือกระดับจังหวัดแล้ว ตนได้จองตั๋วเครื่องบินในวันที่ 19 มิถุนายน 2567 เพื่อเตรียมตัวเดินทางมากรุงเทพฯ ในวันที่ 25 มิถุนายน 2567 เพราะจะมีการเลือกระดับประเทศในวันที่ 26 มิถุนายน 2567
แต่ในช่วงวันที่ 21-22 มิถุนายน 2567 นายศุภศักดิ์ นุ่นสังข์ ผู้สมัคร ส.ว.จังหวัดภูเก็ต ที่ผ่านเลือกระดับจังหวัดเช่นเดียวกับตนก็ได้โทรศัพท์มาหาตนและบอกว่ามีอดีตผู้สมัคร ส.ส.โทรประสานกับนายศุภศักดิ์ว่าให้ตนคืนตั๋วเครื่องบินที่จองไว้เอง แล้วเดี๋ยวผู้สมัคร ส.ส.จะจองให้เอง แต่ให้ส่งสำเนาบัตรประชาชนผ่านทางทีมงานไป ซึ่งตนก็เอะใจ แต่ก็ได้ส่งสำเนาไปให้ ซึ่งต้องเดินทางมาพร้อมกับเขาในวันที่ 23 มิถุนายน 2567 โดยในเที่ยวบินนั้นมีการเดินทางมาพร้อมกัน 10 กว่าคน และนั่งรถต่อมารวมตัวกันที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เพื่อเช็กดูว่ามาจากภูเก็ตกี่คน หลังจากนั้นก็พาเข้าที่พักที่โรงแรมแกรนด์ แถวสาทร และมีการนัดเลี้ยงอาหารแบบล่องเรือด้วย
พ.ต.อ.สมยศกล่าวต่อว่า ต่อมาวันที่ 24 มิถุนายน 2567 ทีมงานของผู้สมัคร ส.ส.ก็บอกให้พวกตนไปที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งตอนแรกไม่ยอมบอกว่าเป็นโรงแรมอะไร บอกเพียงแค่ให้ไปที่ห้างฟิวเจอร์พาร์คก่อน ก่อนจะมีการประสานมาว่าให้เดินทางต่อไปที่โรงแรมแกรนด์ธารา ปทุมธานี ซึ่งพวกตนก็เอะใจว่าทำไมถึงไม่ให้นั่งเดินทางไปครั้งเดียวเลย
เมื่อไปถึงก็มีการจัดประชุมกันที่โรงแรม โดยในโรงแรมดังกล่าวมีผู้สมัครจาก 3 จังหวัดคือ พังงา ภูเก็ต และกระบี่ โดยที่แต่ละห้องแยกกันเป็นแต่ละจังหวัด และให้พวกตนได้จดหมายเลขที่ต้องเลือกรอบแรก และจดหมายเลขที่ต้องเลือกในรอบไขว้ รวมถึงมีการอธิบายว่าเมื่อเลิกประชุมแล้วให้มีการเก็บเอกสาร สว.3 ไว้ที่ทีมงาน แล้วให้ไปรับในวันรุ่งขึ้นที่เมืองทองธานีก่อนที่จะเลือกตั้ง
พ.ต.อ.สมยศกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ยังมีการบอกให้ใส่เสื้อสีเหลืองที่มีตราสัญลักษณ์ความจงรักภักดี แต่ตนก็ได้โต้แย้งไป และไม่ยอมให้เก็บเอกสาร สว.3 ขณะที่นายศุภศักดิ์ ก็ได้ซักถามถึงว่าทำไมจึงไม่มีชื่อเขาเป็นตัวแทนที่จะไปเป็น ส.ว. ได้รับคำตอบว่าเป็นการแรนด้อมของคอมพิวเตอร์ หลังจากที่กลับมาจากประชุมตนก็ได้คุยกับนายศุภศักดิ์ว่าเป็นการครอบงำที่ไม่ถูกต้องในเรื่องที่มีสมาชิกพรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง และต้องเลือกตามเบอร์ที่เขาล็อกไว้
พ.ต.อ.สมยศกล่าวอีกว่า โดยในวันที่ 25 มิถุนายน 2567 ช่วงเช้า ขณะที่ตอนอยู่ในห้องพักกับนายศุภศักดิ์ ก็ได้มีทีมงานของผู้สมัคร ส.ส.ถือซองขาวใส่ธนบัตรมายื่นให้นายศุภศักดิ์ โดยนายศุภศักดิ์สอบถามว่าเป็นซองอะไร ทีมงานบอกว่าเป็นซองค่าใช้จ่ายในกรุงเทพฯ นายศุภศักดิ์จึงสอบถามต่อว่าเท่าไหร่ ทีมงานที่เอามาให้บอกว่า 1 หมื่นบาท แต่นายศุภศักดิ์ไม่ได้รับเงินเนื่องจากไม่มีของตน นายศุภศักดิ์จึงคืนเงินไปและขีดฆ่าชื่อที่เซ็นรับ
จากนั้นพวกตนจึงตัดสินใจเช็กเอาต์ออกจากโรงแรมที่ทีมงานของผู้สมัคร ส.ส.จองให้แล้วไปพักอีกโรงแรม ซึ่งเมื่อผลการเลือกตั้งออกมาก็ตรงตามที่เราได้เขียนไว้ทั้งนั้น ไม่รู้ว่าขบวนการเช่นนี้เขาเรียกว่าฮั้วหรือไม่
ด้านนายทรงยศ เหมหงส์ ผู้สมัคร ส.ว.จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ส.ว.ภูเก็ตมีการจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมที่เดียวกันให้ แต่ตนเดินทางไปเอง โดยก่อนวันเลือกตั้ง ตนได้รับโทรศัพท์จากนายวาริน ขาวทอง ผู้สมัคร ส.ว.จังหวัดภูเก็ต ว่านายวงศกรติดต่อให้เดินทางไปที่โรงแรมแกรนด์ธารา ปทุมธานี ในช่วงบ่าย ซึ่งเมื่อไปถึงโรงแรมได้พบกับผู้สมัคร ส.ส.ยืนคอยต้อนรับและสังเกตการณ์ผู้สมัคร ส.ว.จากจังหวัดภูเก็ต และในการประชุมมีการแยกเป็นทีละจังหวัด เพราะมีผู้บรรยายเพียงคนเดียวคือนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ หรือโกเกียรติ ซึ่งได้มีการเก็บเครื่องมือสื่อสารไว้ที่หลังห้องประชุม
นายทรงยศกล่าวต่อว่า หลังประชุมเสร็จก็มีการเก็บ สว.3 โดยในตัวเลขที่ให้มีการจดนั้นมีตัวเลขเดียวที่จะได้เป็น ส.ว. คือคนที่เป็น ส.ว.คนปัจจุบัน ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายตนไม่ได้รับ เพียงแค่ได้รับทราบมาว่ามีการจ่ายเงิน โดยในวันเลือก ตนได้นำเอกสาร สว.3 ขึ้นมาเช็กคะแนนว่าเป็นไปตามโพยหรือไม่ ทำให้ผู้สมัครที่นั่งข้างๆ เห็นและนำตนไปร้องเรียนที่ กกต.ว่าทุจริต ทำให้ได้เข้าไปให้ข้อมูลและกลายเป็นพยาน อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เลือก ส.ว.เสร็จก็มีการโทรมาเช็กว่าตนไม่ลงคะแนนให้
ด้านนายสมนึกกล่าวว่า ในกรณีของตนนั้นถูกประสานโดยบุคคล 2 คน ที่ใกล้ชิดกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ติดต่อให้ไปพบที่ร้านกาแฟหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมระบุว่า มีคน 10 คนที่พร้อมเลือกไปด้วยกัน แต่เมื่อไปถึงพบว่ามีผู้มาร่วม 7 คน
นายสมนึกกล่าวต่อว่า วันต่อมาได้นัดหารือกันโดยต้องลงทะเบียน 600 บาท เป็นค่าอาหารกล่องและค่าสถานที่ และแนะนำตัวทีละกลุ่ม ทั้งนี้ ระหว่างหารือมีคนที่หนึ่งโทรศัพท์มาตามให้ไปที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เวลา 14.00 น. เพราะที่พระนครเหนือเป็นละครฉากหนึ่งเท่านั้น ซึ่งตนไปตามนัดหมาย พร้อมกับพี่ชายที่เป็นผู้สมัคร ส.ว.กลุ่มอุตสาหกรรม จ.สุโขทัย โดยคนที่มาพูดคุยกับตนและพี่ชายว่า ทางพรรครับที่จะให้เป็น ส.ว.สาธารณสุข แต่ทางพรรคขอให้เซ็นใบลาออกไว้ โดยไม่ลงวันที่และขอสำเนาบัตรประชาชนไว้ พร้อมบอกว่าไม่ต้องตกใจจะควบคุมการยกมือตามนโยบายพรรคเท่านั้น
“อีกเรื่องคือ ต้องมีการประชุมเพื่อทำโพย โดยในโพยนั้นอาจไม่ได้เลือกเลขของตัวเอง แต่สัญญาว่าได้ ส.ว.แน่นอน ผมจึงปรึกษากับพี่ชาย คนที่ให้ผมมาโปรไฟล์ดีเป็นระดับเป็นที่ปรึกษา แล้วบอกว่าไม่ต้องหาเสียงแล้ว ผมจึงยอมเซ็น จากนั้นเข้าสู่กระบวนการทำโพย มีคนหนุ่ม 5-6 คนสอนทำโพย พร้อมกับคนที่ผ่านจังหวัดสุโขทัยเกือบ 30 คน ทั้งนี้ รอบแรกผมมีชื่ออยู่ แต่ทราบว่าโพยรอบสองถูกแก้ ให้เอาหัวหน้าอนามัยมาแทนผม และผมรู้ในเวลาต่อมาว่า คนที่มาแทนเป็นลูกน้องของคนประสานผมคนที่หนึ่ง โดยมีการปลุกไปแก้ใบ สว.3 ตอนตีสอง แต่อย่างไรก็ตาม ตอนลงคะแนนผมก็กาตามโพยที่ให้ไว้” นายสมนึกกล่าว
นางกุสุมาลวตีกล่าวว่า วันที่ 20 มิถุนายน 2567 ตนมาที่สภา และได้เจอกับนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นายทรงศักดิ์ได้ถามว่าตนมาทำไม ตนจึงบอกว่า มีน้องสาวผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเขาลง ส.ว.กลุ่ม 14 เลยจะมาขอคะแนน นายทรงศักดิ์จึงบอกว่า หาเสียง ส.ว.ทีละคนหรือ ของพวกเขามีเป็นพัน จากนั้นนายทรงศักดิ์ได้พาตนไปเจอกับนายอนุทิน แล้วบอกว่าตนจะลง ส.ว.ได้อันดับหนึ่งมาจากจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งตนก็ได้แค่สวัสดี แต่ไม่ได้พูดอะไร นายอนุทินจึงถามตนว่าได้โหวตเตอร์เท่าไหร่ เมื่อตนบอกไป นายอนุทินก็บอกตนว่าเผื่อได้จอยกัน ให้เอาเบอร์นางสุขสมรวย วันทนียกุล ไปสิ และได้ให้เลขาแลกเบอร์ตน หลังจากนั้นตนจึงโทรหานางสุขสมรวย นางสุขสำรวยก็บอกว่าทราบแล้ว หัวหน้าบอกแล้ว และนางสุขสมรวยก็ได้ถามตนว่าจะเป็นตัวจริงหรือเป็นโหวตเตอร์ เมื่อตนตอบไปว่าจะเป็นตัวจริง นางสุขสำรวยก็บอกว่า ส.ว.กลุ่ม 14 ตัวจริงเต็มแล้ว ทั้งที่วันนั้นยังไม่ถึงวันเลือก อย่างไรก็ตาม ในการสอบสวนของดีเอสไอมีหลักฐานที่เชื่อว่าหากส่งศาลจะมีผู้ที่ติดคุก เพราะมีเส้นทางการเงิน ซึ่งตนยื่นยุบพรรคภูมิใจไทยแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่ง น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนขอขอบคุณพยานที่มาร่วมเวที เพราะทราบว่ามีกระบวนการข่มขู่พยาน ทำให้พยานกลัว คุกคามประชิดตัวเข้าหาในพื้นที่ ฉะนั้น คนที่ปรากฏตัวบนเวทีตนขอขอบคุณที่กล้ายืนยัน



