หน้าแรก การเมือง ครวญเพลง Zomb...

ครวญเพลง Zombie รีแคปชีวิต! คู่หู ConforAll ชวนใช้ 30 วิฯ หวังนักโทษการเมืองได้กลับบ้าน

26.07.26 | 19:47 น.
ConforAll

คู่หู ConforAll ครวญเพลง ’Zombie-หัวใจเสรี‘ รีแคปรสชาติชีวิต – ’ณัฐชนน‘ ย้ำ ผู้ต้องขังการเมืองล้นคุก ขอเวลา 30 วินาที ลงชื่อยกเลิกมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา หวั่นสถานการณ์ปัจจุบัน ขยายโทษกฎหมายหมิ่นประมาท

 

จากกระแสจัดกิจกรรม ‘นั่งเฉย ๆ ไม่ทำเหี้ยอะไรเลย’ ซึ่งริเริ่มโดยกลุ่ม Common & Bonfires ที่โพสต์เชิญชวนมาร่วมนั่งเฉยๆ เพื่อพักสมอง ดีท็อกซ์ตัวเองจากความโปรดักส์ทีฟ หลีกหนีหน้าจอ ต่อต้านทุนนิยม หรือนั่งเป็นภาระ GDP เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ที่สวนลุมพินี จนกระทั่งกลายเป็นไวรัล มีการจัดอีเวนต์ลักษณะเดียวกันกระจายไปในหลายจังหวัดนั้น

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่สนามราษฎร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จัดกิจกรรม ‘นั่งเหม่อให้กับการเมืองไทย’

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ตั้งแต่เวลา 16.30 น. ทีมงานแนวร่วมธรรมศาสตร์ ตั้งโต๊ะ ’ขอคนละชื่อ ไม่เอาอำนาจ ส.ว. ส.ส.ร.ต้องเลือกตั้ง‘ ขณะที่นักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ตลอดจนเยาวชนจากสถาบันการศึกษาอื่น และอดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมือง หลั่งไหลเดินทางมาถึง อาทิ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ (CALL) และนายณัฐชนน ไพโรจน์ อดีตแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันทั้งสองเป็นหนึ่งในแกนนำหลักที่ร่วมขับเคลื่อน แคมเปญ ConforAll (กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ)

Advertisement

โดยบางส่วนเข้าแสดงตน เพื่อรับแทร็ก เป็นซองใสสำหรับใส่โทรศัพท์มือถือห้อยคอ เพื่องดการใช้เครื่องมือสื่อสารขณะนั่งเหม่อ รวมถึงร่วมลงชื่อเสนอ ‘ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชน’ และแคมเปญ ’ลบมรดกบาปรัฐประหาร 6 ตุลาฯ’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดข้อมูล 26 ก.ค. 69 18.00 น. มีผู้ร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ แล้ว 118,000 คน (ต้องการ 50,000 รายชื่อ) ผ่านทางเว็บไซต์ https://conforall.com

ทั้งนี้ ผู้ที่นั่งเหม่อครบ 1 ชั่วโมง ตามกติกา คือนั่งนิ่งๆ ไม่ทำอะไรเลย ไม่ลุกไปไหนมาไหน และไม่เล่นมือถือ ไม่ดึงหญ้า ครบ 1 ชั่วโมงเต็ม จะมีสิทธิจับสลากลุ้นรับของรางวัลพิเศษ อาทิ ปากกาทนายสิทธิ หนังสือผู้ต้องหาเสรีภาพ และกระเป๋าผ้า จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, ปากกา ‘ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ’, เสื้อ NO ไม่เอาอำนาจ สว. ไม่เห็นชอบระบอบสีน้ำเงิน จาก iLaw, รวมถึงเสื้อจากครช. ’HUMAN DIGNITY RIGHTS LIBERTY FREEDOM CONSTITUTION‘ ไปจนถึง มาม่า และหนังสือซึ่งนอกจากการ ‘นั่งเหม่อ’ ยังมีกิจกรรม ’ระบายสีปูนปลาสเตอร์‘ ชวนปล่อยจินตนาการไปกับสีและพู่กัน โดยทางสตาฟปูนปลาสเตอร์และสีเตรียมไว้ให้

บรรยากาศเวลา 17.00 น. น.ส.ภัสราวลี หรือ มายด์ กล่าวเชิญชวนผู้ที่เดินผ่านไปผ่านมาเข้าร่วมกิจกรรม โดยทบทวนกติกาอีกครั้ง หากนั่งครบ 1 ชั่วโมงสามารถไปจับสลากรับของที่ระลึกได้ ทั้งของกินและปากกา จากเรื่อง ‘ทนายปีศาจ’ ถ้าใครได้ยินเสียงนี้ ตามเสียงมา มานั่งเหม่อให้กับการเมืองไทย ที่ไม่ค่อยจะทำอะไรได้

“เรามีสองกิจกรรม ที่จะไม่ทำให้การเมืองไทย ต้องนั่งเหม่อไปตลอดกาล“ น.ส.ภัสราวลีกล่าว และว่าที่โต๊ะลงทะเบียน มีโปสเตอร์ 2 ใบ สีเขียว เรื่องรัฐธรรมนูญ อยากชวนทุกคนลงชื่อ เสนอยื่นกฎหมาย ให้มี สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และอีกอันคือ ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ ‘ข้อเสนอยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41’ ที่ไปเพิ่มโทษกฎหมายหมิ่นประมาท ให้เยอะขึ้นกว่าเดิม โดยหนึ่งในกฎหมายสำคัญคือ ม.112 จากที่กำหนดโทษ 0-6 ปี ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น 3-15 ปี โดยต้องมีการลงโทษ 3 ปีเป็นขั้นต่ำ

กระทั่งเวลา 17.15 น. เริ่มจับเวลา ผู้ร่วมงานบางส่วนนั่งเหม่อเฉยๆ บางรายนอน-นั่งบนพื้นหญ้า มองผิวน้ำลู่ลม บางส่วนนั่งระบายสีปูนปลาสเตอร โดยนายณัฐชนน เริ่มบรรเลงกีต้าร์ ขณะที่ น.ส.ภัสราวลี หรือ มายด์ ร่วมร้องดนตรีสด ขับกล่อมผู้ร่วมกิจกรรม ที่มานั่งชิลล์ปล่อยใจฟังเพลงเพลินๆ รับลมริมน้ำ กลางสนามหญ้า ลานราษฎร

โดยเริ่มจากเพลง ‘Zombie’ พร้อมกล่าวถึงที่มาว่า แต่งขึ้นจากสงคราม มีเยาวชน 2 คนเสียชีวิตจากสงคราม เพื่อต้องการบอกว่า คิดบ้างไหม กับการที่ทำให้คนเสียชีวิต จากผลของสงคราม

ด้าน นายณัฐชนน กล่าวเสริมว่า เป็นเพลงต่อต้านสงคราม เป็นที่รู้จักมานานแล้ว แต่กลับมาแมสอีกครั้ง

จากนั้นต่อด้วยเพลง ‘รสชาติชีวิต’ โดย น.ส.ภัสราวลีกล่าวว่า รสชาติของชีวิตคือ เราไม่มีทางรู้ว่าอนาคตจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร แต่เราก็ต้องใช้ชีวิตต่อไป

ด้าน นายณัฐชนน สอบถามถึงรสชาติชีวิต โดย น.ส.ภัสราวลีเผยว่า ค่อนข้างขึ้นๆ ลงๆ บางวันก็เปรี้ยว เข็ดฟัน หวานหยาดเยิ้ม บางวันเดือดดาล กับความโกรธแค้น กับความไม่เป็นธรรมในประเทศนี้ ”วันนี้เป็นรสเบาๆ ชิลๆ สบายๆ“

เมื่อถามว่า รสที่อร่อยที่สุดในชีวิตตอนนั้น เป็นประมาณไหน? น.ส.ภัสราวลีกล่าวว่า เราได้รู้สึกสบายกาย สบายใจ มันมีความเสรีอยู่ในนั้น สุขใจและสดชื่น

แล้วรสที่กินยากที่สุดในชีวิต ? น.ส.ภัสราวลีเผยว่า คงเป็นรสชาติ ’ความโกรธแค้นและน้ำตา‘ ตอนที่เพื่อนหายไป

”มายด์ พยายามแปรเปลี่ยนเป็นพลังในชีวิต แม้มันจะยาก แต่เราต้องผ่านไปให้ได้“ น.ส.ภัสราวลีกล่าว

ก่อนขับขาน ’หัวใจเสรี‘ โดยเมื่อร้องจบ นายณัฐชนน และ น.ส.ภัสราวลี กล่าวว่า หัวใจที่เสรี คือเราควรรักได้อย่างอิสระ ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ เพราะความรักต้องให้อิสระต่อกัน

จากนั้นตามด้วย ‘เพลงนิทาน’ นายณัฐชนนกล่าวว่า เรามีฝันที่ต่างกันไป เรามีดวงจันทร์เป็นของตัวเอง เป็นกระต่ายน้อยในเรื่องราวของตัวเอง

“ขออวยพรให้ทุกคนที่มีฝัน ขึ้นไปได้ตามที่ตัวเองหมายจันทร์ไว้”

จากนั้น เมื่อถึง ‘บทเพลงของสามัญชน’ นายณัฐชนน เผยว่า เพลงนี้แต่งเพื่อสามัญชน ความน่าสนใจคือ แต่งตอนที่ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ‘ไผ่ดาวดิน’ ติดคุก เป็นเวลาเกือบ 10 ปีได้แล้ว

“แต่ผ่านมาหลายปี ไผ่ยังอยู่ในเรือนจำ แม้ไม่ใช่คดีเดิม แต่โดนขังด้วยมาตราเดิม คือ ม.112 ตอนนี้มีผู้ต้องขังทางการเมืองเยอะมาก มากกว่าครึ่ง มาจาก ม.112 ถ้าใครอยากให้กำลังใจ มาร่วมกันลงชื่อ ลบล้างมรดก 6 ตุลาฯ ได้” นายณัฐชนนกล่าว

โดยในช่วงท้าย บรรเลงบทเพลง ‘ใจรัก‘ ก่อนสิ้นสุดกิจกรรม ซึ่งส่วนหนึ่งทยอยกลับบ้าน บางส่วนร่วมจับสลาก และยังนั่งเหม่อ วาดภาพระบายสีต่อไป