หน้าแรก การเมือง นั่งระบายสี ‘...

นั่งระบายสี ‘เหม่อให้การเมืองไทย’ ชี้ เหตุผล 8 กุมภาฯ กาเห็นชอบแล้ว ยังไม่ได้รธน.ใหม่

26.07.26 | 21:03 น.

แนวร่วมมธ. นั่งระบายสี ‘เหม่อให้การเมืองไทย’ ชี้เหตุลผล 8 กุมภาฯ กาเห็นชอบ แล้วยังไม่ได้รัฐธรรมนูญใหม่

 

จากกระแสจัดกิจกรรม ‘นั่งเฉย ๆ ไม่ทำเหี้ยอะไรเลย’ ซึ่งริเริ่มโดยกลุ่ม Common & Bonfires ที่โพสต์เชิญชวนมาร่วมนั่งเฉยๆ เพื่อพักสมอง ดีท็อกซ์ตัวเองจากความโปรดักส์ทีฟ หลีกหนีหน้าจอ ต่อต้านทุนนิยม หรือนั่งเป็นภาระ GDP เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ที่สวนลุมพินี จนกระทั่งกลายเป็นไวรัล มีการจัดอีเวนต์ลักษณะเดียวกันกระจายไปในหลายจังหวัดนั้น

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่สนามราษฎร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จัดกิจกรรม ‘นั่งเหม่อให้กับการเมืองไทย’

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ตั้งแต่เวลา 16.30 น.ทีมงานแนวร่วมธรรมศาสตร์ ตั้งโต๊ะ ’ขอคนละชื่อ ไม่เอาอำนาจ ส.ว. ส.ส.ร.ต้องเลือกตั้ง‘ ขณะที่นักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ตลอดจนเยาวชนจากสถาบันการศึกษาอื่น และอดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมือง หลั่งไหลเดินทางมาถึง อาทิ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ (CALL) และนายณัฐชนน ไพโรจน์ อดีตแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ซึ่งปัจจุบันทั้งสองเป็นหนึ่งในแกนนำหลักที่ร่วมขับเคลื่อน แคมเปญ ConforAll (กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ)

โดยบางส่วนเข้าแสดงตน เพื่อรับแทร็ก เป็นซองใสสำหรับใส่โทรศัพท์มือถือห้อยคอ เพื่องดการใช้เครื่องมือสื่อสารขณะนั่งเหม่อ บางส่วนลงทะเบียน เพื่อรับอุปกรณ์มาร่วมระบายสีปูนปลาสเตอร์ รวมถึงร่วมลงชื่อเสนอ ‘ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชน’ และแคมเปญ ’ลบมรดกบาปรัฐประหาร 6 ตุลาฯ’ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด (ข้อมูล 26 ก.ค. 69 18.00 น.) มีผู้ร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ แล้ว 118,000 คน (ต้องการ 50,000 รายชื่อ) ผ่านทางเว็บไซต์ https://conforall.com

Advertisement

ต่อมาเวลา 17.00 น. น.ส.ภัสราวลี หรือ มายด์ กล่าวเชิญชวนผู้ที่เดินผ่านไปผ่านมาเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งหากนั่งครบ 1 ชั่วโมง จะได้รับสิทธิจับสลากรับของที่ระลึก โดยมีทั้งของกิน เสื้อยืด และปากกา จากเรื่อง ‘ทนายปีศาจ’

กระทั่งเวลา 17.15 น. เริ่มจับเวลา ผู้ร่วมงานบางส่วนนั่งเหม่อเฉยๆ บางรายนอน-นั่งบนพื้นหญ้า มองผิวน้ำลู่ลม บางส่วนนั่งระบายสีปูนปลาสเตอร์

โดยนายณัฐชนนเริ่มบรรเลงกีต้าร์ ขณะที่ น.ส.ภัสราวลี หรือ มายด์ ร่วมร้องดนตรีสดขับกล่อมผู้ร่วมกิจกรรมที่มานั่งชิลปล่อยใจเพลินๆ รับลมริมน้ำ กลางสนามหญ้า ลานราษฎร รวมทั้งสิ้น 8 บทเพลง โดยเริ่มจากเพลง ‘Zombie’ และในช่วงท้ายปิดจบด้วยบทเพลง ‘ใจรัก‘

บรรยากาศภายหลังสิ้นสุดกิจกรรม ส่วนหนึ่งทยอยกลับบ้าน บางส่วนยังนั่งเหม่อและวาดภาพระบายสีต่อไป โดยใช้จินตนาการแต่งแต้มสีสันให้กับ จานรองแก้วออกมาเป็นหลายลวดลาย และข้อความ เพื่อร่วมสื่อสารเชิงการเมือง อาทิ No 112, รูปสายรุ้ง สะท้อนความหลากหลายทางเพศ เป็นต้น

โดยผู้ที่นั่งเหม่อตามกติกา ไม่ทำอะไรเลย ไม่เล่นมือถือ ไม่ดึงหญ้า ครบ 1 ชั่วโมงเต็ม ต่างเข้ามาร่วมจับสลากลุ้นรับของรางวัลพิเศษ อาทิ ปากกาทนายสิทธิ หนังสือผู้ต้องหาเสรีภาพ และกระเป๋าผ้า จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, ปากกา ‘ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ’, เสื้อ NO ไม่เอาอำนาจ สว. ไม่เห็นชอบระบอบสีน้ำเงิน จาก iLaw, รวมถึงเสื้อจากครช. ’HUMAN DIGNITY RIGHTS LIBERTY FREEDOM CONSTITUTION‘ ไปจนถึง มาม่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ร่วมงานบางคนจับสลากได้ ‘มาม่า’ กลับไปต้มทาน นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนกลุ่มอิสระล้อการเมืองแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมาร่วมนั่งเหม่อ พร้อมกล่าวประชาสัมพันธ์งานของกลุ่ม ที่มีทั้งการเขียนป้าย ทำหุ่น คอนเทนต์ออนไลน์ ยั่วล้อการเมือง รวมทั้งในงานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์

ด้าน มาเฟีย นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะนิติศาสตร์ จับได้เสื้อ ‘โหวต NO ส.ว.’
ส่วน เจ นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 จาก โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ’เฟิร์ส‘ จากคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ก็ได้เดินทางมาร่วมและนั่งเหม่อครบตามกำหนด 1 ชม. เช่นกัน

ในช่วงหนึ่ง น.ส.ภัสราวลี กล่าวว่า ในความไม่กระชุ่มกระชวยหัวใจ ในการนั่งเหม่อนี้ จริงๆ ก็มีอะไรที่คนธรรมดาอย่างเราพอจะทำได้อยู่บ้าง

“วันนี้เราขนมา 2 แคมเปญ ไม่ได้เรียกร้องให้ทุกคนทำอะไรเยอะ ถ้าหากเห็นตรงกัน มาร่วมลงชื่อไปด้วยกัน โดยแคมเปญสีเขียวๆ คือ ร่วมลงชื่อเสนอ ‘ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชน อนาคตเรา เราอยากให้ใครกำหนด ลองถามตัวเองกันดูหน่อย การเมืองจะดีขึ้นได้ สังคมจะดีขึ้นได้ ก็คงต้องเริ่มต้นจากตัว ‘รัฐธรรมนูญ’ นี่แหละ ที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารประเทศ และเป็นเครื่องมือสำคัญในการอยู่ร่วมกันของทุกคน ลองมาอ่านดูก่อน หรือเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์ Con for All ได้เช่นกัน”น.ส.ภัสราวลี กล่าว

ด้าน นายณัฐชนน ชวนสะท้อนปัญหาในเรื่องรัฐธรรมนูญ ว่ามันเป็นปัญหาอย่างใด หลังจากที่มีการรณรงค์ 8 กุมภาพันธ์การเห็นชอบ เมื่อลงประชามติไปแล้ว ทำไมยังอยู่แบบเดิม แล้วจะต้องทำยังไงต่อไป ?

น.ส.ภัสราวลีกล่าวว่า 8 กุมภาฯ กาเห็นชอบไปแล้ว แต่เราก็ยังคงไม่ได้รัฐธรรมนูญใหม่สักที หลายคนก็อาจจะสงสัยเหมือนกัน คำตอบก็คือว่า เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์เป็นเพียง การเปิดประตูบานแรกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เท่านั้น

ทั้งหมดมี 3 บาน ‘เรายังเหลือประตูอีก 2 บาน’ กว่าเราจะได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จริงๆ ซึ่งเราไม่ได้เป็นคนกำหนด ประตู 3 บานนี้ ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้กำหนด

“เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์เราได้ลงมติเห็นชอบแล้วก็จริง แต่ยังต้องผ่านประตูบานที่ 2 ที่เขาจะถามเราว่าเห็นชอบหรือไม่กับที่มาของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ที่ทางสภาผู้แทนราษฎรเขาได้เคาะกันมาแล้ว ซึ่งผู้ที่จะมาร่าง เราเรียกกันว่า ส.ส.ร. ที่นี้ตอนนี้ในสภาก็มีพรรคการเมืองหนึ่ง เป็นพรรคสีน้ำเงิน เขาได้เสนอให้มี ส.ส.ร.มาจากการเห็นชอบของรัฐสภาเพียงเท่านั้น โดยที่ไม่ผ่านสายตาของประชาชนเลย นั่นหมายความว่า ถ้าหากร่างฯ นี้ ผ่านไป คนที่จะมาเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นคนที่สภาฯ จิ้มเลือก สภาที่มี ส.ว.และ ส.ส.ส่วนใหญ่เป็นพวกเดียวกัน ถ้าเป็นเช่นนั้นเราจะไม่มีสิทธิอะไรเลย ในกันร่วมเขียน“ น.ส.ภัสราวลีกล่าว


น.ส.ภัสราวลีกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันก็มีอีกพรรคการเมืองนึง สีส้ม หรือพรรคประชาชน ซึ่งก็ได้เสนอฉีกจากพรรคสีน้ำเงิน คือเสนอว่าให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม แล้วให้รัฐสภารับรอง

“แต่ทีนี้พวกเราภาคประชาชนคนธรรมดา ก็ยังไม่ชอบทั้ง 2 แนวทางอยู่ดี เราจึงเสนอทำร่างกฎหมายกันเองให้มี ส.ส.ร.หรือคนที่ร่างรัฐธรรมนูญจากการเลือกตั้ง 100% เท่านั้น ที่เขียนจะต้องมาจากการเลือกตั้ง เราจึงจะมั่นใจได้ ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น จะเป็นเครื่องมือในการปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ปกป้องสิทธิของคนธรรมดาอย่างเราอย่างแท้จริง”

”นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม เราจึงอยากเชิญชวนทุกคนมาลงชื่อถ้าหากว่าเห็นร่วมกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะต้องเขียนโดยผู้ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน อนาคตเราเราต้องกำหนดเอง ส.ส.ร.ต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น” น.ส.ภัสราวลี กล่าว

สำหรับ อีกแคมเปญ ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ นายณัฐชนน กล่าวว่า 6 ตุลาคม 2519 คือโศกนาฏกรรมบาดแผลครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ เกิดขึ้นที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

“นอกจากการล้อมปราบประชาชนยังมีการทำรัฐประหาร มีการออกมาฉีกรัฐธรรมนูญ และออกคำสั่งมากมายเพื่อแก้ไขกฎหมาย และเขียนขึ้นมาใหม่ ซึ่งหนึ่งในฉบับน่าสนใจคือ ‘คำสั่งคณะปฏิรูปการปกครอง ฉบับที่ 41’ ที่มีการแก้ไขเนื้อหาของประมวลกฎหมายอาญาหลายมาตราด้วยกัน ซึ่งมาตราเหล่านี้ มักจะเกี่ยวกับการแสดงออก การชุมนุม และสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งมีผลกระทบมาจนถึงปัจจุบัน” นายณัฐชนนเผย

จากนั้น หยิบยกตัวอย่าง ม.118 ข้อหา ‘หมิ่นธง(ชาติ)’ เหตุเกิดที่ สภ.คลองหลวง , หรือการที่ป้าออกไปพยายามต่อต้านอดีตนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วถูกแจ้งข้อหา, ซึ่งหนึ่งใยกฎหมายที่ถูกเพิ่มโทษเหล่านี้คือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ยังคงใช้อยู่ไม่เปลี่ยนแปลง แต่โทษเพิ่มขึ้น จากที่ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี คืออาจจะแค่ลงโทษ แค่ 1-2 วันหรือเดือนเดียวก็ได้ แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็น 3 -15 ปี

“อย่างกรณี บัสบาส มงคล จากการโพสต์ facebook เป็นจำนวนมาก และมีโทษจำคุกถึง 50 ปี หรือป้าอัญชัญ ปรีเลิศ ในการอัพโหลดไฟล์เสียง ถูกจำคุกถึง 40 กว่าปี จากประกาศของคณะรัฐประหารนี้” นายณัฐชนนกล่าว