หน้าแรก การเมือง ศิริกัญญา อัด...

ศิริกัญญา อัดแผนปฏิรูประบบราชการล้มเหลว เบรกมาทบทวนภารกิจก่อน 6-12 เดือน ก่อนเปิดเออร์ลี่รีไทร์

27.07.26 | 11:21 น.

‘ศิริกัญญา’ จวกแผนปฏิรูประบบราชการล้มเหลว-ไม่เป็นระบบ ทำแบบลูบหน้าปะจมูก ชี้ควรทบทวนภารกิจก่อนด่วนเออร์ลี่รีไทร์ มองมาตรการไร้แรงจูงใจ-อายุน้อยกว่า 50 ใครจะออก เพราะยังไม่ได้รับบำนาญเลย แนะเบรกแผน นำมาศึกษาก่อน

เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 27 กรกฎาคม ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เสนอแนวทางการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ และอาจจะยุบบางหน่วยงานที่มีความซ้ำซ้อนว่า เรื่องนี้ไม่ควรออกมาพูดทีละหน่วยงาน แต่ต้องการเห็นรองนายกรัฐมนตรีกางวิธีคิดทั้งหมดเกี่ยวกับการปฏิรูประบบราชการ ซึ่งจะต้องมีการทบทวนภารกิจหน่วยงานก่อนที่จะทำเออร์ลี่รีไทร์

“เป็นไปได้อย่างไรว่าเราคุยกันเรื่องเออร์ลี่รีไทร์ ก่อนที่เราจะยุบหน่วยงานนั้นที่มันซ้ำซ้อนบ้าง ดิฉันมองว่าต้องกลับไปที่จุดตั้งต้นว่าหน่วยงานราชการทั้งหมดทั้งประเทศควรต้องทบทวนภารกิจครั้งใหญ่ได้แล้วว่ารูปแบบของกระทรวงต่างๆ ที่มีกรมต่างๆ อยู่ใต้สังกัด ยังมีภารกิจจำเป็นแบบเดิมหรือไม่ หรือต้องมีภารกิจใหม่ต้องการหน่วยงานรองรับ หรือทบทวนภารกิจใหม่ทั้งหมด เพื่อจะได้รู้ว่าสุดท้ายตัวที่ซ้ำซ้อนที่ต้องโดนยุบ ควบรวมมีอะไรบ้าง ไม่ใช่เพราะนึกอะไรออกแล้วค่อยบอกทีละหน่วยงาน แบบนี้ดิฉันคิดว่าไม่เป็นระบบ” น.ส.ศิริกัญญากล่าว

น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อว่า เมื่อทบทวนภารกิจแล้ว รู้ว่าจะต้องยุบ ควบรวมหน่วยงานไหนแล้วค่อยไปสู่กระบวนการเออร์ลี่รีไทร์ในรูปแบบที่ไม่ใช่ให้สมัครใจทั้งหมด ซึ่งจะต้องมีการคัดเลือกบุคคลที่ไปต่อกับหน่วยงานไม่ได้แล้วออกด้วย ไม่เพียงแค่เออร์ลี่รีไทร์ ไม่เช่นนั้นการเออร์ลี่รีไทร์ที่ประกาศรับฟังความคิดเห็นจะไม่ได้ผล กลายเป็นว่าคนที่มีความสามารถแต่เออร์ลี่ไปก่อนเป็นลำดับแรก จึงไม่แปลกใจหลังจากประกาศรับฟังความคิดเห็นเพียง 3 วัน มีคอมเมนต์ 8,000 ความเห็น นั่นเพราะไม่ได้ดึงดูดใจของคนที่ต้องการเข้าโครงการ เพราะค่าตอบแทนสูงสุดในการชดเชยเพียง 12 เดือน

น.ส.ศิริกัญญากล่าวด้วยว่า สำหรับคนที่อายุเกิน 50 ปี ซึ่งอาจจะดึงดูดได้บ้าง แต่เมื่อกำหนดช่วงอายุ 40-49 ปี เข้าโครงการได้ให้ชดเชยสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน คงไม่มีใครอยากเข้าโครงการ เพราะข้าราชการที่อายุต่ำกว่า 50 ปี ออกตอนนี้จะยังไม่ได้รับบำนาญ คิดว่าสุดท้ายไม่น่าจะมีข้าราชการสนใจ ส่วนแรงจูงใจที่บอกว่าจะให้หน่วยงานหากมีคนออก 5 คน จะจ้างเอาต์ซอร์สเข้ามาปรับปรุงด้านเทคโนโลยี มองว่าไม่น่าทำให้หัวหน้าหน่วยงานใดสนใจ สร้างแรงกดดันหรือเชิญชวนให้ข้าราชการภายใต้กำกับดูแลของตัวเองต้องเข้าโครงการนี้

“คิดว่าเป็นโครงการที่ล้มเหลว ทำไม่ได้ถูกลำดับขั้นตอน มีข่าวคราวมีปัญหาขึ้นมาคิดจะมาแก้แล้วรีบร้อนในการออกตัวมาตรการ โดยท้ายที่สุดไม่ได้ผล คิดว่า 4,000-5,000 คน ไม่น่าจะได้แน่ๆ แต่ในความเป็นจริงอาจต้องการให้ไซซ์กำลังคนภาครัฐเล็กลงกว่านี้อีก นายปกรณ์พูดว่าจาก 3 ล้าน จะเหลือ 2 ล้านคน จะเอาจากที่ไหน เมื่อโครงการเออร์ลี่รีไทร์ของท่านไม่ได้น่าดึงดูดเลย” น.ส. ศิริกัญญากล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่า การเออร์ลี่รีไทร์อาจไม่ได้ดึงดูดจึงมีการมองถึงการยุบหน่วยงาน น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า เป็นลำดับขั้นตอนที่ผิด ควรต้องคิดเรื่องยุบหรือรวมหน่วยงานก่อน แล้วสุดท้ายเมื่อเหลือแค่ไหนค่อยไปทำเอรี่รีไทร์ แต่กลายเป็นว่าเมื่อโครงการไม่ได้ผล ไปเอาอันโน้นออก หรือมีแรงกดดันจากห้องกรรมาธิการที่มีการพูดเยอะเกี่ยวกับหน่วยงานที่ซ้ำซ้อน และตามกระแสสังคมและอยู่ดีๆ ก็หยิบจับหน่วยงาน มายุบรวมมองว่าเป็นการลูบหน้าปะจมูก เสนอแนะว่าจะต้องทบทวนเรื่องนี้อย่างจริงจัง หรือศึกษาก่อนเป็นระยะเวลา 6-12 เดือน เพราะยังไม่ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับงบประมาณทันที และมาตรการที่มีอยู่ยังไม่ได้ช่วยทำให้งบประมาณปี 2571 กลับเข้าสู่สภาวะปกติ ดังนั้น ไม่ต้องรีบร้อนรีบรนออกมามาตรการเช้าอันเย็นอันแบบนี้