หน้าแรก การเมือง การดี ยื่นหนั...

การดี ยื่นหนังสือ’ไชยชนก’ จี้เลิก TH-AI เปิด 5 ข้อสังเกต หวั่นไม่คุ้มงบ 1.6 พันล้าน

27.07.26 | 12:31 น.

การดี บุกดีอียื่น 5 ข้อสังเกต ถึง ‘ไชยชนก’ ให้ยุติ TH-AI Passport ยันสามารถทำได้ ตามพ.ร.บ.จัดซื้อฯ หวังปูทางนวัตกรรมไทยโปร่งใส ยั่งยืน พร้อมร่วมสร้างมาตรฐานใหม่ด้าน AI

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 27 กรกฎาคม ที่บริเวณหน้ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นางการดี เลียวไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ เดินทางเข้ายื่นหนังสือเปิดผนึกถึง นายไชยชก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี เพื่อขอให้ทบทวนและพิจารณาดาเนินการแก้ไข หรือดำเนินการเพื่อยกเลิกโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) เนื่องจากเป็นโครงการที่มีวงเงินงบประมาณสูงถึง 1,621 ล้านบาท หากมีการทบทวน ปรับปรุง หรือยกเลิกสัญญาเพื่อยึดถือผลประโยชน์สูงสุดของรัฐและเงินภาษีของประชาชนเป็นสำคัญ


นางการดี กล่าวอีกด้วยว่า ตนและพรรคฯ มีความตั้งใจที่จะเห็นนวัตกรรมของไทยเติบโตอย่างมีทิศทาง จึงได้เสนอข้อสังเกตสำคัญ 5 ประเด็น เพื่อให้กระทรวงฯ นำไปพิจารณาปรับแก้ ได้แก่ 1.ข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใสและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง กระบวนการอนุมัติโครงการมีความเร่งรัดอย่างผิดปกติ มีการแก้ไขเงื่อนไขสำคัญใน TOR ช่วงรัฐบาลรักษาการ อีกทั้งกำหนดเงื่อนไขที่สุ่มเสี่ยงต่อการเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้รับจ้างกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นการเฉพาะ ซึ่งเป็นข้อพิรุธร้ายแรงที่ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างโปร่งใสก่อนการตรวจรับหรือเบิกจ่ายงบประมาณ

การดี

2. ความไม่คุ้มค่าและคุณภาพระบบที่ต่ำกว่ามาตรฐานฟรีทั่วไป วัตถุประสงค์ตั้งต้นคือการมอบสิทธิ์ใช้งาน AI ระดับมืออาชีพ (Pro หรือ Premium) แก่ประชาชน 5 ล้านคน แต่จากการทดสอบประสิทธิภาพระบบจริงกลับพบว่า ระบบโปรแกรม Generative AI (Ai Pass) มีคุณภาพต่ำกว่าโปรแกรม Generative AI ฟรีที่มีให้ใช้งานทั่วไปในปัจจุบัน เมื่อเปรียบเทียบกับโครงการของหน่วยงานอื่น เช่น OKMD ที่ใช้งบประมาณเพียง 2.4 ล้านบาท แต่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ใกล้เคียงกัน ย่อมสะท้อนชัดเจนว่าการใช้งบประมาณ 1,621 ล้านบาทในโครงการนี้เป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า สุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียงบประมาณแผ่นดินโดยเปล่าประโยชน์ และไม่สร้างโครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมใด ๆ ไว้ให้ประเทศหลังจบโครงการ

Advertisement

3. ความไม่โปร่งใสในเกณฑ์การจ่ายเงินตามการใช้งานจริง (Pay per Use หรือ Pay per Active User) ข้อชี้แจงว่าจะเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินเป็น Pay per Use หรือ Pay per Active User ยังขาดความชัดเจนในเกณฑ์การนับจำนวน Token และความหมายของ Active User ที่ชัดเจน การตรวจสอบผู้ใช้งานจริง และราคากลางต่อหน่วย หากไม่มีระบบตรวจสอบที่รัดกุม ย่อมสุ่มเสี่ยงต่อการเบิกจ่ายเงินเกินจริงและการทุจริตเชิงนโยบาย ทั้งนี้ในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างที่ปรับปรุงใหม่จำเป็นต้องมีการระบุรายละเอียดที่ชัดเจนเพื่อให้เกิดตรวจสอบได้จริง

การดี

4. การขัดต่อเงื่อนไข TOR และกระทบต่ออธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) ตามวัตถุประสงค์ของ TOR ข้อ 2.2 “กำหนดชัดเจนให้จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและพฤติกรรมการใช้งานภายในประเทศไทย” แต่ในทางปฏิบัติเมื่อมีการเรียกใช้โมเดลต่างชาติ จะมีการส่งข้อมูลไปประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ในต่างประเทศ การกระทำดังกล่าวนอกจากจะขัดต่อ TOR โดยตรงแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและอธิปไตยทางข้อมูลของประเทศในระยะยาว นอกจากนี้ก็อาจมีประเด็นตาม TOR ข้อ 4.2.2.1. ที่ระบุชัดเจนว่า “ระบบ Generative AI มีคุณสมบัติรุ่น Pro หรือรุ่น Premium หรือที่ปกติต้องมีการใช้เงินคิดค่าบริการสำหรับการใช้งาน อย่างน้อย 8 ผลิตภัณฑ์/ยี่ห้อ” ซึ่งเมื่อทดสอบระบบแล้วโปรแกรม Ai Pass มีคุณสมบัติที่ด้อยกว่าในหลายประการ

5. การขาดตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ที่ชัดเจน โครงการระดับพันล้านบาทกลับไม่มีเป้าหมายและตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ที่วัดผลได้จริงในการ “ยกระดับทักษะ AI ของคนไทย” การลงทุนครั้งนี้จึงขาดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน

การดี

นางการดี กล่าวว่า การยกเลิกโครงการสามารถทำได้ตาม พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 97 ที่นอกจากจะเปิดช่องให้หน่วยงานภาครัฐสามารถแก้ไขข้อตกลงในสัญญาได้เพื่อประโยชน์สาธารณะแล้ว ตามสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง (TOR) ข้อ 15.4 มีข้อสงวนสิทธิ์ที่เปิดโอกาสให้ภาครัฐสามารถปรับปรุงขอบเขตงาน ลดวงเงิน หรือยกเลิกโครงการได้ หากเห็นว่ากระทบต่อประโยชน์สาธารณะ โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือค่าปรับแก่แผ่นดิน

“การเดินทางมาในวันนี้ นอกจากได้ชี้ให้เห็นถึงข้อสังเกตแล้ว ยังเป็นการร่วมกันปกป้องเงินภาษีของพี่น้องประชาชน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกบาททุกสตางค์จะถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด เพื่ออนาคตเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ของคนไทยอย่างแท้จริง” นางการดี กล่าว

การดี