‘สมพาน’ ส.ว.อำนาจเจริญ จ่อแจ้งความ ‘ยิ่งชีพ’ กล่าวหาขาดคุณสมบัติ ชี้ กกต.ปัดตกคำร้องนานแล้ว ไล่ไปดูคำวินิจฉัย ซัดนิยามตัวเองเป็นนักประชาธิปไตย แต่ดูถูกอาชีพคนอื่น สงสัยทำคอนเทนต์มีวัตถุประสงค์ใดแอบแฝงหรือไม่
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม นายสมพาน พละศักดิ์ ส.ว. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวกล่าวหานายสมพานและนางแดง กองมา ส.ว.จังหวัดอำนาจเจริญ ขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ว.กลุ่ม 10 ว่าเป็นเรื่องเก่ามากกว่า 2 ปี ที่ตนและนางแดงเคยถูกร้องคณะกรรมการหารเลือกตั้ง (กกต.) และ กกต.ได้ตีตกคำร้องไปแล้ว เนื่องจากตนมีคุณสมบัติครบถ้วน หากนายยิ่งชีพไม่เชื่อ ให้ไปดูคำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ 249/2567 ที่ได้มีคำสั่งยกคำร้องนางแดงที่กล่าวหาว่าไม่มีคุณสมบัติ โดยจากหลักฐานและคำวินิจฉัยชี้ชัดว่านางแดงมีประสบการณ์การทำงานในกลุ่มที่สมัครมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี และไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันได้ว่ามีการกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายตามข้อกล่าวหา
นายสมพานกล่าวต่อว่า เช่นเดียวกับคำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ 17/2568 ได้มีคำสั่งยกคำร้องตน กรณีที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ใช่บุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่า 10 ปี ซึ่งจากพยานหลักฐานรับฟังได้ว่าผู้ถูกร้องเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในกลุ่มผู้ประกอบการอื่น นอกจากกลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมตามกฎหมาย ไม่น้อยกว่าสิบปี
“นายยิ่งชีพเป็นนักกฎหมาย นายยิ่งชีพต้องรู้ หรือควรจะรู้ว่า กกต.คำวินิจฉัยจบไปแล้ว และต้องตรวจสอบข้อมูลให้ดี อีกอย่างคือเหตุใดถึงตีความ ส.ว.กลุ่ม 10 คือกลุ่มประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม ตามกฏหมายว่าด้วยการนั้นหรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกันว่าหมายถึงกลุ่มเจ้าของกิจการขนาดใหญ่ที่ใหญ่กว่าเอสเอ็มอี หรือนายยิ่งชีพควรเคารพคำวินิจฉัย กกต. และไม่ควรจะเปิดประเด็นให้สังคมสับสน สงสัยอย่างมีนัยแอบแฝง อันอาจเป็นการแสดงความคิดเห็นชี้นำโดยไม่สุจริต” นายสมพานกล่าว
นายสมพานกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนและนางแดงเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับนายยิ่งชีพ เนื่องจากทำให้เกิดความเสียหายทั้งที่ตนผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและรับรองโดย กกต.ไปแล้ว ก็ยังมีการจะหยิบมาเปิดประเด็น ทำให้สร้างความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียง ให้ถูกดูหมิ่นและเกลียดชัง โดยตนคงอาศัยช่องทางการแจ้งความผ่านตำรวจ เพราะไม่มีเงินบริจาคช่วยสู้คดีเหมือนกับกลุ่ม iLaw อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวตนเอาใจช่วยสำหรับการเดินทางมาสู้คดีที่อำนาจเจริญ แต่ก็ไม่ควรหาคดีเพิ่ม เพราะทราบว่าต้องเดินสายอีกหลายจังหวัด
“นายยิ่งชีพเป็นถึงผู้นำจิตวิญญาณของการเมืองบางกลุ่ม และเรียนจบกฎหมาย ไม่นึกว่าจะขาดการกลั่นกรองข้อมูล เลยเถิดไปถึงการดูถูกอาชีพคนอื่น ทั้งที่นิยามตัวเองว่าเป็นนักประชาธิปไตย จึงไม่รู้ว่ามีทีมงานแนะนำการทำคอนเทนต์ด้อยคุณภาพแบบนี้เพื่อหวังสิ่งใดตอบแทนหรือไม่ ถ้าเป็นทีมงานแนะนำจริง ต้องไล่ออก เพราะทำให้เสียชื่อเสียงไปถึง NGO ต่างชาติที่ให้การสนับสนุนกลุ่ม iLaw ซึ่งนายยิ่งชีพก็ออกมายอมรับเองแล้วว่ารับเงินต่างชาติจริง” นายสมพานกล่าว



