‘เซมเบ้’ ตรวจเสร็จแล้ว เผยใช้บัญชีที่ถูกแต่แรก แต่สถ.ไปใช้ที่ผิด รับรองผู้สอบผ่านเอง 1.1 หมื่นราย

28.07.26 | 15:04 น.

เซมเบ้ เผย ตรวจคะแนนสอบท้องถิ่นเสร็จแล้ว ใช้บัญชีแรกที่บันทึกหลังตรวจกระดาษคำตอบเสร็จในวันสอบ รับ กสถ. ใช้บัญชีไม่ถูกต้องมารับรองผล เตรียมประชุม กสถ. สัปดาห์หน้า รับรองรายชื่อผู้สอบผ่านบริสุทธิ์ 11,030 ราย จ่อเช็กบิล 5,925 ราย แก้คะแนนสอบ

เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 28 กรกฎาคม ที่กระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทน อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการตรวจกระดาษคำตอบข้อสอบท้องถิ่น ประจำปี 2568 ว่า กระดาษคำตอบของผู้สอบ 279,949 คน รวมทั้งที่สอบไปตั้งแต่เดือนธ.ค.2568 และส่วนของภาคใต้ที่สอบเมื่อเดือนก.พ.2569 ซึ่งหลังจากประกาศผลและบรรจุ มีการขึ้นบัญชีเดิมไว้ 55,193 คน

ต่อมาภายหลัง พบว่าได้มาโดยผิดปกติ ไม่สุจริต หรือไม่เป็นไปตามกระบวนการสอบที่ควรจะเป็น จึงต้องยกเลิกบัญชีนั้น และใช้บัญชีที่ถูกต้อง พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้ตรวจกระดาษคำตอบใหม่ เนื่องจากกระดาษคำตอบ ได้ถูกตรวจตั้งแต่วันที่สอบแล้ว ซึ่งมีตัวเลขดิจิทัลกำกับวันเวลาชัดเจน และเป็นบัญชีที่ถูกต้อง

แต่จากการประชุม คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) พบว่า มีการนำบัญชีอื่นไปใช้ในการรับรอง จำนวน 55,193 ราย และมีส่งไปบรรจุตามที่ต่างๆ ซึ่งหลังจากปรากฏการทุจริต จึงนำบัญชีที่ถูกต้อง และมีอยู่แล้วกลับมาใช้ได้เลย ทำให้มีผู้สอบผ่านอยู่ 50,064 ราย เป็นผู้สอบผ่านโดยสุจริต 49,268 ผู้ที่พบว่ามีการแก้ไขคะแนน 5,925 ราย

ซึ่งในจำนวนนี้ มีทั้ง สอบไม่ผ่านแต่แก้ให้ผ่าน 5,129 ราย และผู้ที่สอบผ่านอยู่แล้ว และไม่รู้แก้คะแนนทำไม อีก 790 ราย ดังนั้น บัญชีทั้งหมดจะถูกประกาศโดยบัญชีใหม่ ซึ่งเป็นบัญชีเดิมที่ไม่ได้เอามาใช้ โดยประธาน กสถ. ได้ลงนามแล้ว ซึ่งใช้เวลาตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค.ถึงเมื่อวานนี้ (27 ก.ค.) เป็นเวลา 10 วัน ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ใช้ทั้งคนร่วมตรวจสอบกับเครื่องอีกรอบหนึ่ง เพื่อเป็นการตรวจทาน เพื่อลดความผิดพลาด เพื่อให้ถูกต้องมากที่สุด ยอมรับว่าช้านิดนึง แต่ก็ทำงานกันไม่เคยหยุด

Advertisement

นายนิรัตน์ กล่าวด้วยว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีการเรียกประชุม กสถ. เพื่อกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับกลุ่มคนแต่ละกลุ่มใหม่ สำหรับกลุ่มที่สอบได้อยู่แล้ว จะดำเนินการต่อไปอย่างไร กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่มีการเปลี่ยนแปลงจากที่คะแนนต่ำไม่น่าจะได้บรรจุ แต่บรรจุไปแล้วรวม 5,000 กว่าคน จะดำเนินการอย่างไร ซึ่งจะมีการแจ้งไปยังแต่ละจังหวัด กลุ่มที่ 3 ที่มีการแก้ไขคะแนนทั้งที่สอบผ่าน จะดำเนินการอย่างไร ทั้งหมดนี้ทาง กสถ.จะมีการกำหนดแผนขึ้นมา เพื่อดำเนินการต่อไป แม้ว่าจะใช้เวลามากอาจไม่ทันใจ แต่ก็ถือว่าเดินมาสู่จุดที่ถูกต้องแล้ว และตนจะแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดให้ดีที่สุด

ส่วนที่มีข้อเสนอจาก นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาผู้แทนราษฎร จะต้องขึ้นแบล็คลิสต์กับ มศว ด้วยหรือไม่ เพราะการจัดซื้อจัดจ้างยังไม่เสร็จสิ้น และมีปัญหาที่เกิดขึ้น นายนิรัตน์ กล่าวว่า ได้หารือกันในเรื่องนี้ เพราะเกิดความเสียหายในวงกว้าง กระทบคนหมู่มาก และตอนนี้กำลังหารือกับกฤษฎีกา สำนักงานอัยการสูงสุดสูง และกรมบัญชีกลาง เราจะเดินอย่างไรให้ถูกกฎหมาย เป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อป้องกันความเสียหายจะเกิดขึ้นอีก

นายนิรัตน์ ยังย้ำว่า กลุ่มที่ 1 เป็นผู้สอบผ่านหลังตรวจสอบ และประกาศผลใหม่แล้ว สถานะไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงรับราชการได้ตามปกติ มีจำนวน 11,030 คน แม้อันดับอาจมีการเปลี่ยนแปลง แต่ผลสอบยังคงเดิม เพราะเป็นผู้ที่สอบได้ด้วยความสามารถของตนเอง

นายนิรัตน์ กล่าวว่า ส่วนผู้ที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งทั้งหมด 14,988 คน ซึ่งรวมทั้งผู้ที่สอบได้ด้วยตนเอง และผู้ที่มีการตกแต่งคะแนนนั้น จากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ที่คะแนนไม่ถึงเกณฑ์กว่า 5,129 คน ต้องหลุดทันที และถูกเพิกถอนการบรรจุ ในจำนวนนี้มีผู้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการแล้วกว่า 3,000 คน ซึ่งจะต้องถูกเพิกถอนการบรรจุเช่นกัน

เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีการดำเนินการอะไรอีกหรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ภายหลังที่ กสถ. กำหนดแนวทางดำเนินการสำหรับผู้สอบแต่ละกลุ่มแล้ว เรื่องจะถูกส่งต่อให้ ก กลาง พิจารณา ทั้งในส่วนของบัญชีเดิมและบัญชีใหม่ที่ได้รับความเห็นชอบ เมื่อประกาศบัญชีใหม่แล้ว ก กลาง จะจัดส่งรายชื่อไปยังแต่ละจังหวัด โดยแต่ละจังหวัดจะเห็นเฉพาะรายชื่อในพื้นที่ของตนเอง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกับผู้ที่เกี่ยวข้อง จากนั้น ก. จังหวัด จะส่งข้อมูลต่อให้ส่วนท้องถิ่น เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ได้รับการบรรจุแล้ว หรือผู้ที่ต้องถูกเพิกถอนการบรรจุ และเลิกจ้าง โดยจะมีการแจ้งเหตุผลและฐานกฎหมายประกอบอย่างชัดเจน

นายนิรัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประกาศผลคะแนนเรียบร้อยแล้ว แต่จะเปิดเผยเฉพาะข้อมูลของแต่ละจังหวัด เนื่องจากการเผยแพร่รายชื่อทั้งหมดอาจกระทบสิทธิส่วนบุคคล แม้ข้อมูลดังกล่าวจะไม่ใช่ความลับก็ตาม โดยรายละเอียดทั้งหมดจะมีความชัดเจนหลังการประชุม กสถ. ในสัปดาห์หน้า ซึ่งขณะนี้บัญชีรายชื่อได้ตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว