หน้าแรก การเมือง อนุทิน จี้สาง...

อนุทิน จี้สางปมโกงสอบท้องถิ่น รีเซ็ตมหาดไทย สั่งบิ๊กมท.ให้เร่งฟื้นเชื่อมั่น เซมเบ้ชี้เช็กคะแนนใหม่จบ จ่อชงกสถ.รับรอง 1.1 หมื่น

29.07.26 | 06:25 น.
อนุทิน

อนุทิน จี้สางปมโกงสอบท้องถิ่น รีเซ็ตมหาดไทย สั่งบิ๊กมท.ให้เร่งฟื้นเชื่อมั่น เซมเบ้ชี้เช็กคะแนนใหม่จบ จ่อชงกสถ.รับรอง 1.1 หมื่น

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางเข้ากระทรวงมหาดไทย เพื่อหารือกับคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ก่อนกล่าวว่า ตนต้องจัดเวลาในการเข้ามากระทรวงมหาดไทย อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน แม้ว่าจะทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล หรือข้างนอก ก็ต้องหาเวลามาพบปะกับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย เพื่อทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ในการให้บริการประชาชน


เมื่อถามว่า ปัญหาต่างๆ จะกระทบต่อความศรัทธา และความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าหากมีปัญหา คนที่คิดทุจริตเราไปห้ามจิตใจเขาไม่ได้ เมื่อมันเกิดเหตุขึ้นมาภายในกี่สัปดาห์ เพียงแค่ 2 สัปดาห์กว่าๆ ก็จับโกงได้เกือบหมดแล้ว และคณะกรรมการที่ได้รับมอบอำนาจให้ไปดำเนินการ ก็ประกาศเพิกถอนรายชื่อ คนที่ทุจริตแล้ว

นายอนุทิน กล่าวว่า เข้ามากระทรวงนี้ ต้องเรียนว่าไม่เคยเกลียดใครสักคน ชอบทุกคน มีความสุขที่ได้พบกับทุกคน เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องขอจริงๆ สิ่งที่ผมมีโอกาสโชคดีมากๆ คือต้องไปพักร้อนอยู่ 3 เดือน ยิ่งเห็นอะไรที่ผมว่าท่านคิดได้ สไตล์การทำงานเป็นอย่างไร ผมรู้หมด ต้องใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ พอจะเข้าเดือน ส.ค. ผมจะกดปุ่มรีเซ็ต และขอให้ทุกท่านได้ทำงาน ปั้นผลงานอย่างเต็มที่ เพื่อแสดงผลงานต่างๆออกมา
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนจะขับเคลื่อนองค์กรนี้ไปให้ได้ดี และให้เกิดความเนื้อเชื่อใจต่อกัน จะประคับประคองกระทรวงนี้ให้ผ่านพ้น แม้ปัญหาจะเยอะแยะไปหมด โดยเฉพาะเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่น 2 สัปดาห์นี้ ตนต้องใช้วิญญาณนักปลุกระดมเก่า ปลูกวิญญาณคนกระทรวงนี้เข้ามาจัดการ เพราะเรื่องนี้ร้ายแรงเสียจนมีหน่วยงานอื่นรับเป็นเจ้าภาพอีกเพียบ รวมถึง ป.ป.ช. นี่เรียกว่าสามัคคีกฐิน สามัคคีของทุกคน และสุดท้ายแม่น้ำทั้ง 5-6 สายมารวมกันจัดการ

“ขอความร่วมมือทุกท่าน ถ้าทำได้เร็ว ความศรัทธาของประชาชนจะคืนมา อย่าให้หญ้ากาฝากเกิดขึ้น เพราะจะกลืนหญ้าดีหมด หากปล่อยพวกนี้เข้ามาเรื่อยๆ คนดีๆ จะอยู่ไม่ได้ และผมจะรีเซ็ตกระทรวงมหาดไทยใหม่ และยืนยันว่าผมไม่พกความแค้น และการทำงานสามารถชี้แจง อธิบายได้หมด ไม่มีเรื่องส่วนตัว” นายอนุทินกล่าว

Advertisement

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการตรวจกระดาษคำตอบข้อสอบท้องถิ่น ประจำปี 2568 ว่า กระดาษคำตอบของผู้สอบ 279,949 คน รวมทั้งที่สอบไปตั้งแต่เดือนธ.ค.2568 และส่วนของภาคใต้ที่สอบเมื่อเดือนก.พ.2569 ซึ่งหลังจากประกาศผลและบรรจุ มีการขึ้นบัญชีเดิมไว้ 55,193 คน ต่อมาภายหลัง พบว่าได้มาโดยผิดปกติ ไม่สุจริต หรือไม่เป็นไปตามกระบวนการสอบที่ควรจะเป็น จึงต้องยกเลิกบัญชีนั้น และใช้บัญชีที่ถูกต้อง พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้ตรวจกระดาษคำตอบใหม่ เนื่องจากกระดาษคำตอบ ได้ถูกตรวจตั้งแต่วันที่สอบแล้ว ซึ่งมีตัวเลขดิจิทัลกำกับวันเวลาชัดเจน และเป็นบัญชีที่ถูกต้อง แต่จากการประชุม คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) พบว่ามีการนำบัญชีอื่นไปใช้ในการรับรอง จำนวน 55,193 ราย และมีส่งไปบรรจุตามที่ต่าง ๆ

นายนิรัตน์ กล่าวว่า ซึ่งหลังจากปรากฏการทุจริต จึงนำบัญชีที่ถูกต้อง และมีอยู่แล้วกลับมาใช้ได้เลย ทำให้มีผู้สอบผ่านอยู่ 50,064 ราย เป็นผู้สอบผ่านโดยสุจริต 49,268 ผู้ที่พบว่ามีการแก้ไขคะแนน 5,925 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ มีทั้งสอบไม่ผ่าน แต่แก้ให้ผ่าน 5,129 ราย และผู้ที่สอบผ่านอยู่แล้ว และไม่รู้แก้คะแนนทำไม อีก 790 ราย ดังนั้น บัญชีทั้งหมดจะถูกประกาศโดยบัญชีใหม่ ซึ่งเป็นบัญชีเดิมที่ไม่ได้เอามาใช้ โดยประธาน กสถ. ได้ลงนามแล้ว ซึ่งใช้เวลาตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค.ถึงเมื่อวานนี้ (27 ก.ค.) เป็นเวลา 10 วัน ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ใช้ทั้งคนร่วมตรวจสอบกับเครื่องอีกรอบหนึ่ง เพื่อเป็นการตรวจทาน เพื่อลดความผิดพลาด เพื่อให้ถูกต้องมากที่สุด ยอมรับว่าช้านิดนึง แต่ก็ทำงานกันไม่เคยหยุด

นายนิรัตน์ กล่าวด้วยว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีการเรียกประชุม กสถ. เพื่อกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับกลุ่มคนแต่ละกลุ่มใหม่ สำหรับกลุ่มที่สอบได้อยู่แล้ว จะดำเนินการต่อไปอย่างไร กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่มีการเปลี่ยนแปลงจากที่คะแนนต่ำไม่น่าจะได้บรรจุ แต่บรรจุไปแล้วรวม 5,000 กว่าคน จะดำเนินการอย่างไร ซึ่งจะมีการแจ้งไปยังแต่ละจังหวัด กลุ่มที่ 3 ที่มีการแก้ไขคะแนนทั้งที่สอบผ่าน จะดำเนินการอย่างไร ทั้งหมดนี้ทาง กสถ.จะมีการกำหนดแผนขึ้นมา เพื่อดำเนินการต่อไป แม้ว่าจะใช้เวลามากอาจไม่ทันใจ แต่ก็ถือว่าเดินมาสู่จุดที่ถูกต้องแล้ว และตนจะแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดให้ดีที่สุด

นายนิรัตน์ ยังย้ำว่า กลุ่มที่ 1 เป็นผู้สอบผ่านหลังตรวจสอบ และประกาศผลใหม่แล้ว สถานะไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงรับราชการได้ตามปกติ มีจำนวน 11,030 คน แม้อันดับอาจมีการเปลี่ยนแปลง แต่ผลสอบยังคงเดิม เพราะเป็นผู้ที่สอบได้ด้วยความสามารถของตนเอง