หน้าแรก การเมือง ส.ว.พิสิษฐ์ ซ...

ส.ว.พิสิษฐ์ ซัดฝ้ายค้านชี้นำสังคม-กดดันกกต.คีดฮั้ว ท้าเช็กใบเสร็จการเมือง ถามหลักฐานได้มาถูกกม.ไหม

29.07.26 | 12:58 น.

‘ส.ว.พิสิษฐ์’ อัดฝ่ายค้านชี้นำสังคม 2 สัปดาห์ติดคดีฮั้ว ส.ว. กดดัน กกต. ท้าเช็กใบเสร็จทางการเมือง ตกรางวัลผู้ช่วย ส.ว. เข้าข่ายผิด ม.77 แฉอีกฝั่งยังปิดห้อง-ยึดมือถือ ย้อนถามหลักฐานคลิป-ตั๋วบิน ได้มาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ยก 5 ข้อจัดฉากทำเป็นขบวนการ ดิสเครดิต-เซาะกร่อนสถาบัน

เมื่อวันทึ่ 29 กรกฎาคม นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ส.ว.ฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านออกมาเรียกร้องเรื่องคดีฮั้ว ส.ว.ว่า ต้องเรียกว่า 2 สัปดาห์ติดกันแล้ว ที่ทางพรรคฝ่ายค้านของสภาฯ รวมตัวกัน ทั้งพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ ประชาชาติ รวมถึงอดีตผู้สมัคร ส.ว. และ ส.ว.สํารองต่างๆ ตนเรียกว่ามาชี้นำสังคมแล้วกันว่า ส.ว.ปัจจุบันมาอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยใช้คำว่าฮั้ว โกง ทุจริต เพื่อด้อยค่า ดูถูกดูแคลน ส.ว.ชุดนี้อย่างต่อเนื่องไม่จบไม่สิ้นสักที ที่สำคัญคือพยายามกดดัน แทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของ ส.ว.ที่ถูกกล่าวหาอยู่ 138 ท่าน

เป็นความพยายามของกลุ่มเหล่านี้ ทางสมาชิกวุฒิสภาเองก็พยายามอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด ไม่อยากตอบโต้มาก เพื่อลดความขัดแย้งและความเข้าใจผิดต่อสังคมด้วย แต่ต้องบอกว่าไม่ใช่เราไม่มีหลักฐานข้อมูลที่จะชี้แจงต่อสาธารณชนหรือประชาชน เราก็ทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ 2560” นายพิสิษฐ์ กล่าว

เมื่อถามถึงเรื่องเส้นเงินที่ฝ่ายค้านมาเปิด จะเป็นน้ำหนักที่ทำให้คนในสังคมเชื่อหรือไม่ นายพิสิษฐ์กล่าวว่า เรื่องเส้นเงิน ตนไม่ทราบข้อมูลจริงๆ ต้องบอกว่าตนก็ไม่เห็นสำนวนของ กกต.เพราะฉะนั้นตนคงตอบไม่ได้ แต่สิ่งที่เราจะให้เห็นชัดๆ อาจจะต้องเรียกว่าใบเสร็จทางการเมือง คือคำสั่งแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ ผู้ช่วยของ ส.ว.โดยเฉพาะที่เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ว.มาเป็นผู้เชี่ยว ผู้ชำนาญของ ส.ว.หลายๆ ท่าน ในชุดนี้ ตนคิดว่าจริงๆ กกต.ควรจะตั้งกรรมการมาสอบด้วยซ้ำว่ามีการตกลงกันหรือไม่

“มีการให้การหรือไม่ มีการสัญญาว่าจะให้หรือไม่ตามมาตรา 77 แบบนี้ชัดเจนสุดเลย ผมถึงเรียกว่าใบเสร็จทางการเมือง ไม่ต้องไปพิสูจน์ใคร เงินเดือนแค่เดือนละ 15,000 บาท ปีหนึ่งก็ 180,000 บาท 2 ปีก็ 360,000 บาทแล้ว คุณก็ไปร้อง กกต.ควรจะไปตั้งกรรมการสอบได้เลยว่าที่ไปตั้งมา เพราะว่ามีอะไรกันหรือไม่ มีการตกลงอะไรกันก่อนการเลือกตั้งหรือไม่” นายพิสิษฐ์ กล่าว

นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า ทางไอลอว์ (iLaw) ก็เคยขอเอกสารจากทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้ไปทำอะไร แค่ออกมาโชว์ชื่อเฉยๆ ทำไมไม่ลองไปแกะดูว่าในผู้ช่วยของแต่ละคน ผู้เชี่ยว ผู้ชำนาญการ ทั้งหลายแหล่ของแต่ละสมาชิกวุฒิสภา เคยเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ว.หรือไม่ พร้อมย้ำว่า ส.ว.ปัจจุบันไม่มีปัญหา เห็นกันชัดๆ เลย ไม่ต้องไปดูเส้นเงินอะไรทั้งนั้น ส่วนที่ไอลอว์และพรรคร่วมฝ่ายค้านเปิดเผยพาดพิงมาถึงพรรคภูมิใจไทย ถือเป็นการกล่าวหา ไอลอว์เองก็ต้องไปพิสูจน์ให้ได้ถ้าเกิดมีการฟ้องร้องกันจริง ต้องไปพิสูจน์กันในชั้นศาล ต้องเป็นหน้าที่ของคนที่ถูกกล่าวอ้าง ตนคงตอบไม่ได้

Advertisement

เมื่อถามว่าทีมกฎหมายของฝั่ง ส.ว. จะมีการดำเนินคดีกลับหรือไม่ นายพิสิษฐ์กล่าวว่า ตอนนี้กระบวนการทุกอย่างมันอยู่ในชั้นของ กกต.ทั้งหมด ตนคิดว่า กกต.น่าจะเร่งทำงานอยู่แล้ว ส่วน ส.ว.ต้องบอกว่าเราให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แม้กระทั่งตอนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้ามาทำงานร่วมกับ กกต. วุฒิสภาก็ให้ความร่วมมือมาโดยตลอด

เมื่อถามถึงข้อสงสัยถึงคุณสมบัติของนางแดง กองมา และนายสมพาน พละศักดิ์ ส.ว.จากอำนาจเจริญ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ต้องบอกว่าไม่ได้ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่รู้มาว่าทางทั้งคู่ไปชี้แจงกับ กกต.แล้ว ทาง กกต.อาจจะต้องมายืนยันเองอีกที

เมื่อถามว่ามองว่าเป็นเกมการเมืองหรือไม่ เพราะมีคนมองว่าอย่างตอนสมัยก่อนที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กับนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี ทำเรื่องนี้ พรรคประชาชนก็เหมือนจะเงียบ นายพิสิษฐ์กล่าวว่า ตนมองประเด็นที่ช่วงนี้ พรรคประชาชนหรือพรรคฝ่ายค้าน มาตีประเด็นนี้ไว้ 5 ประเด็น 1.คือต้องการจัดกิจกรรม ทำเป็นลักษณะขบวนการ เอาทั้งบุคคลที่เคยเป็นผู้เสียประโยชน์ ไม่ว่าจะเคยไม่ได้รับแต่งตั้งจาก ส.ว.ปัจจุบัน รวมอาจจะไปถึง กลุ่มบุคคลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ส.ว.สำรอง อดีตผู้สมัคร เรียกว่าทำเป็นลักษณะเป็นขบวนการ ส่วนเรื่องเกมการเมือง เราไม่ได้เกี่ยวข้องอยู่แล้ว 2.ตนสังเกตว่าที่มาตีกันบ่อยๆ ก็คือการพูดถึงหลักฐาน ไม่ว่าจะคลิปต่างๆ หรือบอกว่ามีเส้นเงิน มีตั๋วเครื่องบิน มีแผนผังต่างๆ ตนต้องถามกลับไปทางพรรคฝ่ายค้านว่า หลักฐานการได้มา ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และที่สำคัญไปกว่านั้นคือหลักฐานที่ได้มาสอดคล้องกันหรือบิดเบือนไปจากในสำนวนการสอบสวนของ กกต.

“วันนี้ทางฝ่ายค้านเองเริ่มเปลี่ยนจากคำว่าฮั้วเป็นคำว่าโกงแล้วทำไมถึงเปลี่ยน เพราะว่าตอนสมัยก่อนการเลือกตั้ง คุณมีการจัดงาน มีการแจกริสแบนด์ มีการเข้าไปร่วมประชุม ผมถึงบอกว่าคุณมีการตกลงอะไรกันในนั้นหรือไม่ เพราะทุกคนถูกยึดมือถือกันทั้งหมด แล้วยิ่งย้อนกลับไปใบเสร็จทางการเมือง หนังสือที่แต่งตั้งผู้เชี่ยว ผู้ชำนาญของ ส.ว. แต่ละคน มีการตกลงกันหรือไม่ มีการไปคุยกันมาก่อนหรือไม่ ว่าถ้าใครได้เป็น แล้วคนนั้นจะได้เป็นผู้เชี่ยว ผู้ชำนาญของสมาชิกวุฒิสภา” นายพิสิษฐ์ กล่าว

นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า 3.พยานในคดีที่เปิดเผย ให้การกับ กกต.ตรงกับที่มาพูดในกิจกรรมที่รัฐสภาหรือไปสัมภาษณ์ตามสื่อมวลชนหรือไม่ ถ้าให้การไม่ตรงกัน แสดงว่าคุณก็ไม่น่าเชื่อถือแล้ว 4.ที่ระบุว่าผู้สมัคร ส.ว. ที่แต่งกายด้วยเสื้อเหลืองในวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ จริงๆ แล้ว วันที่ 26 มิ.ย.คือก่อนวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระเจ้าอยู่หัว 1 เดือน แล้วปีนั้นเป็นปีที่ครบรอบ 6 รอบ 72 พรรษาด้วย รัฐบาลเองก็รณรงค์ให้ประชาชนใส่เสื้อเหลืองเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ให้ประชาชนมีส่วนร่วม แล้วประณามคนที่ใส่สัญลักษณ์เสื้อเหลืองว่า อ้างสถาบันบังหน้า เพื่อทำทุจริต ตนต้องถามกลับไปว่าท่านมีเจตนาบิดเบือนข้อเท็จจริง หรือมีเจตนาอื่นใดแอบแฝงหรือไม่ รวมไปถึงต้องการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันหรือไม่ 5.ตนต้องบอกว่าการนำเสนอข่าวบางสำนักชี้นำประชาชน เชิญแขกที่มาร่วมออกรายการ ก็เชิญแต่เจ้าประจำ นำเสนอในมุมที่พยายามที่จะไม่ได้เอาข้อเท็จจริงหรือไม่ เหมือนกับเป็นศาลเตี้ยที่ตัดสินไปแล้ว เคยปรากฏอยู่ในหลายคดี ที่หน้าสื่อไปชี้ว่าคนนั้นผิดคนนี้ผิด สุดท้ายศาลยกฟ้อง