หน้าแรก การเมือง ลือสะพัดทั่วอ...

ลือสะพัดทั่วอีสาน! ทนายสกุลดัง เคยติดคุกคดียา 16 ปี ลบประวัติ-เปลี่ยนชื่อ สมัครทนายใหม่

29.07.26 | 16:30 น.

ลือหึ่งทั่วอีสาน!“ทนายนามสกุลคล้ายคนดัง” เคยต้องโทษจำคุก 16 ปี คดียาเสพติด เปลี่ยนชื่อ – นามสกุล ลบประวัติ สมัครทนายรอบใหม่ จับตา “สภาทนายฯ” ทบทวนใบอนุญาต

เมื่อวันที่ 29 ก.ค. แหล่งข่าว จากกระบวนการยุติธรรม แจ้งว่า มีความเคลื่อนไหวของทายชื่อดังในภาคอีสาน กำลังถูกร้องเรียนว่าขัดมรรยาททนายความและเข้าข่ายปกปิดข้อมูลส่วนบุคคล ในการใช้เอกสารมาเเสดงต่อการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทนายความ เนื่องจากพบว่าทนายชื่อดังให้ข้อมูลไม่ตรงตามข้อเท็จจริงในการประกอบวิชาชีพ ส่งผลให้ต้องพ้นสภาพการเป็นทนายความทันที และอาจจะมีความผิดทางอาญาอื่นๆ จากขั้นตอนไปขอใบอนุญาตการเป็นทนายความจากสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่า ทนายชื่อดังเคยต้องโทษตามคำพิพากษาคดีอาญาที่ศาลพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก (ไม่ใช่ความผิดประมาทหรือลหุโทษ) แต่มีการเเก้ไขและลบประวัติการจำคุกตามคำพิพากษาในคดียาเสพติด จากคำพิพากษาของศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ศาลจังหวัดสีคิ้ว ศาลจังหวัดพล และรับโทษจำคุกในเรือนจำจังหวัดพล ตั้งเเต่ปี 2542 – 2558 โดยพนักงานสอบสวน ชุดจับกุม รวมทั้งเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ยืนยันว่าช่วงนั้น มีการจับกุมทนายชื่อดัง และรับโทษในเรือนจำจริงกว่า 16 ปี

“ต่อมาเมื่อพ้นโทษและได้รับการปล่อยตัว ทนายชื่อดังเดิมชื่อนาย “ส.” นามสกุล “ศ.” ได้เปลี่ยนชื่อเป็นนาย “ภ.” นามสกุล “ศ.” และได้ประกอบอาชีพทนายความจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังพบว่าทนายคนดัง มีนามสกุลพ้อง กับทนายความคนหนึ่ง ในภาคอีสานใต้ที่เคลื่อนไหวร้องเรียนทางการเมืองหลายวาระ”

เเหล่งข่าวระบุอีกว่า ทนายความรายนี้ได้ใช้สิทธิการล้างประวัติการต้องโทษจำคุก จากการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลทะเบียนประวัติอาชญากรของแนวคิด อดีตนายตำรวจระดับสูงรายหนึ่ง เมื่อหลายปีก่อน ที่วางเป้าหมายเพื่อนำรายชื่อของประชาชนที่ถูกศาลยกฟ้อง หรือมีโทษปรับ หรือโทษเล็กน้อย ออกจากทะเบียนประวัติอาชญากร ซึ่งหลังปรับปรุงข้อมูลดังกล่าว ทำให้บุคคลที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนประวัติอาชญากรเหลือ3ล้านกว่าราย จากทั้งหมดกว่า 13 ล้านราย ซึ่งจำนวนประชาชนที่ถูกลบรายชื่อออกจากทะเบียนประวัติอาชญากรไปแล้วกว่า 9 ล้านคน ส่วนที่เหลือพบว่าคดียังไม่ถึงที่สุด

“มีทนายความรายหนึ่ง ที่เป็นคนใกล้ชิดกับทนายคนชื่อดัง ประสานกับอดีตรองผบ.ตร. ในช่วงเวลาดังกล่าวให้ประสานสั่งการ ผกก.สถานีตำรวจเเห่งหนึ่ง ในจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อลบประวัติการต้องโทษจำคุกของทนายชื่อดัง เพื่อนำข้อมูลและประวัติส่วนบุคคลที่ไม่มีโทษจำคุกในคดียาเสพติด ไปขึ้นทะเบียนการเป็นทนายความ และคนใกล้ชิดกับทนายความคนนี้ ได้แจ้งสิทธิกับหลายฝ่ายไว้ว่า ขอสงวนสิทธิการใช้กฎหมายPDPA ในการเปิดเผยข้อมูลประวัติการจำคุก หากข้อมูลรั่วไหลจากฝ่ายใด จะมีการดำเนินการทางกฎหมาย”

Advertisement

เเหล่งข่าวแจ้งว่า คดียาเสพติดนั้นนับเป็นภัยต่อสังคมขั้นรุนแรงและขัดศีลธรรมอันดี แม้ทนายความรายนี้จะได้รับการลงโทษและพ้นโทษตามคำพิพากษาแล้ว แม้กรมราชทัณฑ์มีนโยบายคืนคนดีสู่สังคมก็ตาม เเต่หากพิจารณาอัตราโทษที่ทนายความรายนี้ได้รับการพิพากษาให้จำคุกราว 16 ปี นับว่าเป็นอัตราโทษสูง ผนวกกับหากพิจารณาคุณสมบัติบุคคลที่ประกอบอาชีพทนายความที่ต้องขึ้นทะเบียนสมาชิกกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ในการประกอบอาชีพทนายความนั้น

ทนายความคนนี้เคยรับโทษในคดียาเสพติดจริงนั้นจะเข้าข่ายขาดคุณสมบัติ และฝ่าฝืนพ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา35(4)(5)(6) และมาตรา67 จึงต้องจับตาว่าสภาทนายความฯจะชี้แจงกรณีนี้อย่างไร และขอให้หน่วยงานต่างๆควรเปิดเผยข้อมูลของบุคคลที่มีความประพฤติเสื่อมเสียถึงขั้นจำคุกต่อผู้ขอข้อมูลเพื่อป้องกันบุคคลที่กระทำผิดเเต่ไม่หลาบจำไปก่อความเดือดร้อนกับสังคม