‘ยิ่งลักษณ์’ วอนอย่าโยงพี่ชายเอี่ยวบึ้ม รพ.พระมงกุฎฯ เชื่อไม่หนุนรุนแรง บอกแฟนเพจเสียใจแย่ หารับจ้างกดไลค์(คลิป)

16.06.17 | 10:39 น.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 มิถุนายน 2560 ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถนนแจ้งวัฒนะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีการจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฏฯ ที่พบนาฬิการูปนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายในบ้านของผู้ถูกจับกุมว่า นายทักษิณเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ต้องมีคนรู้จักรักชอบเป็นธรรมดา แต่ไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรง ขอความกรุณาอย่าเพิ่งเชื่อมโยง รอให้เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนและพิสูจน์หลักฐานให้สิ้นสุดก่อน เชื่อว่าท่านเองไม่เคยสนับสนุนการใช้ความรุนแรง และทางพรรคเพื่อไทยก็ได้ประณามผู้กระทำการดังกล่าวไปแล้ว

ส่วนการที่มีคนกดไลค์แฟนเพจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถึง 6 ล้านแล้วนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ต้องขอบคุณแฟนเพจ รวมถึงพี่น้องประชาชนที่เข้ามาติดตาม เราเปิดเพจมาประมาณ 7 ปี เป็นความรักความผูกพันที่มีต่อแฟนเพจและประชาชนชาวไทย ลองเปิดดู ก็จะเห็นว่าทุกคนเข้ามาพูดคุยกันด้วยความรักความผูกพัน

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการจับกุมขบวนการรับจ้างกดไลค์ แล้วนำมาเชื่อมโยงกับแฟนเพจนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “อย่ามองแฟนเพจยิ่งลักษณ์เลย เดี๋ยวใครได้ยินก็จะเสียใจแย่”

ผู้สื่อข่าวยังถามถึงกรณีที่ สนช. ผ่านร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองแล้ว ควรเปิดพื้นที่ให้พรรคการเมืองได้ทำกิจกรรมแล้วหรือยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า การให้ทุกคนมีส่วนร่วมถือเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรจะเปิดพื้นที่กว้างให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ส่วนการปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้นั้นขึ้นอยู่กับ คสช. ที่จะเป็นผู้พิจารณา ในส่วนของพรรคการเมืองก็คงมีความต้องการ อยากให้ฟังความคิดเห็นของพรรคการเมืองโดยตรงดีกว่า

Advertisement

เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐบาลใช้มาตรา 44 เพื่อดำเนินการเรื่องรถไฟความเร็วสูง น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นรายละเอียด แต่อยากให้เร่งรัดพัฒนาในเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพราะเป็นสิ่งจำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น การใช้มาตรา 44 เป็นการเร่งด่วนเป็นสิ่งที่ดี แต่อยากให้มีกระบวนการตรวจสอบที่โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ

เมื่อถามว่าการเซตซีโร่ กกต. จะมีผลกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ทาง สนช.คงเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องผลกระทบต่างๆ แต่เชื่อว่าทุกคนจะรักษาโรดแมปที่สัญญาไว้กับประชาชน