เครือข่าย SEC Watch โวยรัฐบาลเบี้ยวข้อตกลง ไม่พับแลนด์บริดจ์ เมินทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ นัดชุมนุม 4 ส.ค.เป็นต้นไป หน้าทำเนียบ เรียกร้องเดินให้ถูกทาง
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 28 กรกฎาม เรื่อง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เบี้ยวบันทึกข้อตกลงกรณีการยกเลิก พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ การยกเลิกโครงการแลนด์บริดจ์ การตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ พร้อมนัดชุมนุมวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ที่ทำเนียบรัฐบาล
แถลงการณ์เครือข่าย SEC Watch ระบุว่า ตามที่มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงระหว่างนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี กับเครือข่ายศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ SEC Watch จำนวน 3 ข้อ คือการยกเลิก พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ การยกเลิกโครงการแลนด์บริดจ์ การตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้
บัดนี้ข้อเรียกร้องทั้ง 3 ประการ ที่ลงนามร่วมกันกลับไม่ได้รับการปฏิบัติจากฝ่ายรัฐบาล ดังนี้
1.การเบี้ยวข้อตกลงเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่าสามารถนำโครงการแลนด์บริดจ์กลับคืนมาได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งการกล่าวเช่นนี้เป็นการละเมิดข้อตกลงเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ซึ่งระบุว่าการดำรงอยู่ หรือสิ้นสุดโครงการให้ขึ้นอยู่กับมติของกรรมการชุดรองนายกฯ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และกรรมการชุดการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนภาคใต้ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับความต้องการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี การสื่อสารเช่นนี้เท่ากับว่าบันทึกข้อตกลงนั้นไร้ความหมายสำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล
2.การเบี้ยวข้อตกลงว่าด้วยการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ โดยบันทึกข้อตกลงข้อที่ 3 ระบุให้รัฐบาลต้องตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทภาพรวมการพัฒนาภาคใต้เพื่อสร้างทิศทางการพัฒนาที่ถูกต้องนับตั้งแต่การลงนามในบันทึกข้อตกลงในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 จนกระทั่งถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบ 1 เดือน ยังไม่มีการดำนเนินการใดที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้
เมื่อข้อตกลง 2 ข้อถูกเบี้ยวโดยรัฐบาล จึงเป็นไปได้ว่าข้อตกลงข้อที่ 1 เรื่อง พ.ร.บ.SEC จะถูกเบี้ยวจากรัฐบาลได้เช่นกัน เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นว่าถึงแม้จะมีบันทึกข้อตกลงอย่างเป็นทางการ แต่นายกฯและรองนายกฯจากพรรคภูมิใจไทยยังกล้าเบี้ยวข้อตกลงที่ลงนามร่วมกับประชาชน ที่ผ่านมานายอนุทินและนายพิพัฒน์จากพรรคเดียวกันพูดไม่ตรงกัน และแนวโน้มเช่นนี้จะทำให้ข้อเสนอของประชาชนถูกทิ้งร้างอย่างแน่นอน
เครือข่าย SEC Watch ขอสื่อสารไปยังพี่น้องประชาชนว่า การพัฒนาโครงสร้างการคมนาคมขนส่งจะต้องเกิดขึ้นจากการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาพรวมก่อน จึงจะสามารถตอบคำถามได้ว่าการก่อสร้างเส้นทางขนส่งในรูปแบบไหนที่เหมาะสมกับเศรษฐกิจภาพรวมของภาคใต้ แต่หากรัฐบาลยังใช้วิธีคิดแบบเดิม นั่นคือ อยากสร้างตรงไหนก็เร่งดำเนินการโดยไม่ต้องจัดทำแผนภาพรวม ไม่ต้องตอบคำถามว่าการก่อสร้างเส้นทางขนส่งจะก่อเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประชาชนในภาคใต้อย่างไร แนวทางการทำงานเช่นนี้จะก่อให้เกิดความผิดพลาดเช่นเดิม กรณีโครงการแลนด์บริดจ์จึงควรเป็นโอกาสที่รัฐบาลจะสำนึกว่าการจัดทำโครงการใดต้องเกิดขึ้นจากข้อเท็จริง ไม่ใช่ความต้องการทางการเมือง
ถึงเวลาที่การผลิตโครงการในการพัฒนาภาคใต้ต้องเกิดขึ้นจากการจัดทำแผนที่สอดคล้องกับข้อมูลข้อเท็จจริงและศักยภาพของพื้นที่ ฉะนั้น การเกิดขึ้นของโครงการคมนาคมขนส่งในภาคใต้ต้องมาจากแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ในภาพรวม เพื่อให้เส้นทางคมนาคมขนส่งที่จะเกิดขึ้นเป็นประโยชน์กับคนภาคใต้อย่างแท้จริง
เครือข่าย SEC Watch จึงขอให้รัฐบาลกลับมาเดินอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง โดยสิ่งที่รัฐบาลต้องปฏิบัติคือนายกรัฐมนตรีต้องยอมรับบันทึกข้อตกลงข้อที่ 2 และสั่งการให้ทุกหน่วยดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงในการยุติโครงการแลนด์บริดจ์ที่ลงนามกันไว้ และนายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ตามที่ตกลงร่วมกัน
เมื่อประชาชนถูกหักหลังจึงไม่มีทางเลือกอื่น เครือข่าย SEC Watch จึงขอประกาศการชุมนุมเพื่อทวงบันทึกข้อตกลงที่ลงนามกันไว้แล้ว โดยขอประกาศการชุมนุมในวันที่ 4 สิงหาคม2569 เป็นต้นไป ณทำเนียบรัฐบาล
ด้วยจิตคารวะ
เครือข่ายศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้



