ไอติม รื้ออีก กกต.เคาะผ่าน คุณสมบัติ สว.นักบอลบุรีรัมย์ ชี้จุดน่าสงสัยอื้อ
วันที่ 30 กรกฎาคม นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า [ เปิดคำวินิจฉัย กกต. เรื่องคุณสมบัติ สว. ปราณีต เกรัมย์ (กลุ่ม 16 จ. บุรีรัมย์) : ผู้สมัครเซ็นรับรองข้อมูลที่คลาดเคลื่อนในใบแนะนำตัว (สว. 3) แต่ กกต. ไม่ติดใจ ]
ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา เราได้เห็นข้อถกเถียงในสังคม ต่อคำวินิจฉัยของ กกต. เกี่ยวกับคุณสมบัติของ 2 สว. จาก จ.อำนาจเจริญ (แดง กองมา / สมพาน พละศักดิ์) ซึ่งถูกเปิดประเด็นโดย iLaw และกำลังถูกตั้งข้อสังเกตโดย อดีต กกต. สมชัย ศรีสุทธิยากร ว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดย กกต. เพื่อช่วยเหลือผู้สมัคร 2 คนดังกล่าวหรือไม่
วันนี้ ผมขอชวนทุกคนไปวิเคราะห์ผลการวินิจฉัยของ กกต. อีกกรณีหนึ่ง ที่มีประชาชนส่งข้อมูลเข้ามา และที่น่าถูกตั้งคำถามในลักษณะเดียวกัน
คำวินิจฉัยที่แนบมานี้ เป็นคำวินิจฉัยของ กกต. ที่ 251/2567 เกี่ยวกับคุณสมบัติของ สว. ปราณีต เกมรัมย์ (กลุ่ม 16 จาก จ.บุรีรัมย์)
การร้องเรียนส่วนหนึ่งเกิดขึ้น เนื่องจากคุณปราณีต ได้ใส่ในใบสมัครและเอกสารข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัคร (สว. 3) ว่าตนเป็น “นักกีฬาฟุตบอลอาวุโส พ.ศ. 2527-2547”
แต่พอไปคำนวณจากข้อมูลว่าคุณปราณีตอายุ 61 ปี ตอนลงสมัครใน พ.ศ. 2567 ก็เท่ากับว่าคุณปราณีตมีอายุ 21-41 ปี ในช่วง พ.ศ. 2527-2547 ในขณะที่ข้อบังคับของการกีฬาแห่งประเทศไทย กำหนดว่า “กีฬาอาวุโส” หมายถึงกีฬาที่ผู้เข้าร่วมแข่งขันมีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป
.
นั่นหมายความว่า:
1. ไม่มีทางเป็นไปได้เลย ที่คุณปราณีตจะเป็นนักกีฬาอาวุโส ตลอดห้วงเวลา พ.ศ. 2527-2547 ตามที่ปรากฏในใบแนะนำตัว
2. หากประสบการณ์เดียวที่คุณปราณีตใช้อ้างอิงในการลงสมัคร คือประสบการณ์ในการเป็นนักกีฬาอาวุโส ก็เท่ากับว่าคุณปราณีตสามารถมีประบการณ์เป็นนักกีฬาอาวุโสได้มากสุดเพียงแค่ 6 ปี (ช่วงอายุ 35-41 ปี ใน พ.ศ. 2541-2547) ซึ่งจะน้อยกว่าประสบการณ์ 10 ปี ที่ผู้สมัครต้องมีในด้านที่ตนสมัคร
ในการไต่สวน คุณปราณีตได้แก้ประเด็นในข้อ 2 โดยการชี้แจงว่าตนมีประสบการณ์เป็นนักกีฬาฟุตบอลเกิน 10 ปี เพราะตนเริ่มแข่งขันในระดับตำบลตั้งแต่อายุ 16 ปี ก่อนจะถูกคัดเลือกในปี พ.ศ. 2527 ให้เป็นนักฟุตบอลของกองพันในระหว่างรับราชการทหาร และยังร่วมแข่งขันฟุตบอลต่อในระดับตำบลและอำเภอต่อเนื่องมาจนถึง พ.ศ. 2547 – โดยในประเด็นดังกล่าว คำวินิจฉัยมีการอ้างถึงการไต่สวนพยานบุคคลอื่นที่ร่วมแข่งขันฟุตบอลกับคุณปราณีต (น่าเชื่อถือหรือไม่ คงต้องร่วมกันวิเคราะห์และตรวจสอบกันต่อ)
อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่าการแก้ประเด็นในข้อ 1 ของคุณปราณีต มีจุดที่น่าสงสัย – โดยสรุป คุณปราณีตให้การว่า:
1. เขาไม่ได้เป็นคนเขียนใบสมัครและข้อมูลแนะนำตัวเขาด้วยตนเอง แต่ใช้วิธีพูดและขอให้เจ้าหน้าที่เขียนให้
2. เขายืนยันว่าเขาบอกเจ้าหน้าที่เพียงว่าเขาเป็น “นักฟุตบอลตั้งแต่ พ.ศ. 2527-2547” แต่เจ้าหน้าที่ไปเติมคำว่า “อาวุโส” เอง
3. ตอนเซ็นรับรองเอกสารข้อมูลแนะนำตัว (ซึ่งมีคำว่า “นักกีฬาฟุตบอลอาวุโส พ.ศ. 2527-2547” อยู่) เขาอ้างว่าเขาไม่ได้เอาแว่นตาไป เลยเซ็นรับรองความถูกต้องไป โดยไม่ได้เห็นว่ามีข้อมูลที่คลาดเคลื่อน
แม้จะมีเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลมาให้การในฐานะพยาน ว่าตนเป็นคนเติมคำว่า “อาวุโส” เข้าไปเองจากการพูดคุยกันกับผู้สมัคร แต่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าสงสัย ที่เจ้าหน้าที่จะเติมข้อความใดๆเข้าไปเองหากไม่ได้เป็นความประสงค์ของผู้สมัคร และถึงแม้จะเติมเข้าไปเอง เอกสารดังกล่าวก็ต้องถูกตรวจสอบและลงชื่อรับรองความถูกต้องโดยผู้สมัครอยู่ดี
ดังนั้น การที่ กกต. วินิจฉัยว่าไม่มีการกระทำผิดใดๆเกิดขึ้นในกรณีนี้ และยอมรับได้กับความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้น ก็ย่อมทำให้สังคมเกิดคำถามต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ได้เช่นกัน ยิ่งเมื่อนำมาพิจารณาประกอบกับคำวินิจฉัยอื่นๆ ของ กกต. เรื่องคุณสมบัติ
ป.ล. หากใครมีข้อมูลว่ามีผู้สมัครคนอื่น ที่เคยมีข้อมูลที่คลาดเคลื่อนในใบแนะนำตัวผู้สมัคร (สว. 3) แต่กลับถูก กกต. วินิจฉัยอีกแบบ สามารถ comment เข้ามาได้ หรือส่งมาทาง inbox เพื่อให้ตรวจสอบเพิ่มเติมได้ครับ



