‘รังสิมันต์’ ตอกกลับ ‘ศุภชัย’ ท้าเปิดชื่อ ‘สส.ปชน.’ คนไหนเอี่ยวจัดตั้งสว. มาเลย จวก อย่าเบี่ยงประเด็น สาดวาทกรรม ‘สว.สีส้ม’ ลั่น ‘รัฐมนตรี-นายกฯ’ ก็ต้องไม่อยู่เหนือกฎหมาย งง ไม่รู้ทำไมจังหวัดไหนมีสว.สีน้ำเงินเยอะ จังหวัดนั้นมักมีทุจริตสอบท้องถิ่นเยอะ
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ระบุว่าจะร้องเรียนให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบพฤติการณ์ฮั้ว ส.ว. ของ ส.ว.ประชาชนหรือส.ว.สีส้ม ในการจัดกลุ่มเพื่อโหวต ส.ว.เมื่อปี 2567 ว่า ตนคิดว่าเรื่องที่นายศุภชัยพูดคือหนึ่งพรรคประชาชนไม่ได้คุมอำนาจรัฐ เรื่องตรวจสอบตนคิดว่าอย่างไรหากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งคุมอำนาจรัฐจะทำก็สามารถทำได้อยู่แล้ว
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เราพบว่าช่วงที่ผ่านมา มีแนวโน้มที่พรรคภูมิใจไทยใช้อำนาจรัฐที่จะมาให้ความสำคัญในการตรวจสอบพรรคประชาชน เราไม่มีปัญหาอะไร แต่การไปพูดว่าเราเกี่ยวข้องอะไรต่างๆ นั้น เป็นการพูดลักษณะเบี่ยงประเด็นสังคมที่กำลังจับตาของการโกง ส.ว.ที่ดูเหมือนว่า คนในพรรคภูมิใจไทยจะเข้าเกี่ยวข้อง
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า การที่พยายามลากพวกเราไปเกี่ยวด้วย คิดว่าเสียเวลาเปล่า ควรเอาเวลาตรงนี้ไปตอบคำถามของ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ไปตอบคำถามของ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ทั้งประเด็นการไปกินร้านอาหาร ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไปกินที่ โรงแรมพูลแมน คิดว่าไปตอบเรื่องนั้นให้เคลียร์ดีกว่า ไม่ใช่มาเล่นในเรื่องของการทำให้เรื่องนี้ เอาวาทกรรมมาพูดคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไร
“สิ่งที่สังคมควรได้รับจากผู้มีอำนาจคือ ตกลงแล้วที่มีการฮั้ว ส.ว. กระบวนการในการตรวจสอบ กระบวนการในการทำความจริงให้ปรากฏ แล้วดำเนินการตามพยานหลักฐานที่มี เท่าที่ทราบมีทั้งพยานหลักฐาน คลิปวีดีโอ เส้นทางการเงินต่างๆ ตกลงแล้ว จะจับใครได้หรือไม่ การโกง ส.ว.มันจะจบที่การฮั้วของกระบวนการยุติธรรม ผมหวังว่าจะไม่เป็นแบบนั้น” นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่นายศุภชัย ใช้คำว่า ส.ว.สีส้ม มีการโกง ส.ว. แล้วยกชื่อนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย ส.ว. มาเชื่อมโยง ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคส้มกับนายเทวฤทธิ์ มีจริงตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า อย่างแรกคิดว่าไม่มีข้อเท็จจริงใดว่าคนของพรรคประชาชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับจัดตั้ง ส.ว.แน่ๆ ถ้านายศุภชัยเชื่อว่ามี ก็ขอเปิดชื่อระบุมาเลยว่า ส.ส.คนไหนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. เราต้องแยกให้ชัดว่า การโกง ส.ว.กับการประชุมแนะนำตัวกันมันไม่เหมือนกัน การโกงคือต้องดูผลคะแนน ที่ล่าสุดมีนักวิชาการท่านหนึ่งโพสต์กลุ่มคะแนน ซึ่งเป็นกลุ่มคะแนนที่อาจจะมีการทุจริต ขอไปดูว่ามีกระบวนการทำลักษณะเดียวกัน เอาชื่อมากาง เอาชื่อมาดู ผลคะแนนที่ได้รับ ก็สามารถตอบได้แล้ว รวมถึงดูเส้นทางการเงิน
“ต้องบอกว่านายศุภชัยชอบคิดว่าคนอื่นเหมือนเขา แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ ในทางตรงกันข้าม สิ่งที่นายยิ่งชีพ ระบุออกมา ในเรื่องการโกง ส.ว.สีน้ำเงิน เขาระบุชื่อได้เลยว่าใครในพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวบ้างในเรื่องนี้ ดังนั้นคุณพูดให้ชัดเลยว่า ใครในพรรคประชาชนที่เกี่ยวข้องในการทำลักษณะเดียวกัน อะไรตรงไหน มีเส้นทางการเงินหรือไม่ มีการจัดตั้งใส่เสื้อสีอะไรหรือไม่ เอาให้ชัดตรงนั้นดีกว่า อย่ามาพูดเพื่อปรับเรื่องราว แล้วโยนกลับมาให้พรรคประชาชนที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบ” นายรังสิมันต์ กล่าว
ถามย้ำว่า หากนายศุภชัย เอ่ยชื่อ ส.ส.ของพรรคประชาชน เราพร้อมให้ตรวจสอบเต็มที่ใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่มีประเด็นว่าพร้อมหรือไม่พร้อม เพราะเชื่อว่า ถ้ามีคนบอกว่าเข้าไปเกี่ยวข้อง ทางนั้นน่าจะทำแบบเต็มคาราเบลแน่นอน แต่วันนี้ไม่มีพยานหลักฐานอะไรเลย คุณถืออำนาจรัฐ เข้าถึงพยานหลักฐานได้อยู่แล้ว แต่วันนี้บอกมีภาพหนึ่ง ที่มีนายเทวฤทธิ์ ไปร่วมประชุมด้วย ก่อนกล่าวหาว่าเขาทำแบบเดียวกับ สว.น้ำเงินหรือไม่ ต้องดูพยานหลักฐานให้ชัดว่า ความแตกต่างระหว่างวงนั้นกับวงน้ำเงินเป็นอย่างไร
“วงน้ำเงิน ทำกันขนาดไหน ข้อมูลต่างๆ เราก็เห็นกันอยู่ เส้นทางการเงินก็ไม่โกหก ข้อมูลที่ออกมาวันนี้ โกง สว.น้ำเงิน มีแน่ แต่สิ่งที่เราอยากเห็นคือกระบวนการยุติธรรมทำงาน ไม่ว่าคนนั้นจะดำรงตำแหน่งในบ้านเมืองอย่างไร จะเป็นรัฐมนตรี หรือนายกฯ ทุกคนต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า จุดหนึ่งที่น่าสนใจเรื่องการโกง สว.กับโกงสอบท้องถิ่นที่เหมือนกันคือ จังหวัดไหนที่มี สว.สีน้ำเงินเยอะ จังหวัดนั้นมักจะมีการทุจริตสอบท้องถิ่นเยอะเหมือนกัน ซึ่งก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน เช่น จ.สตูล จ.บุรีรัมย์ และตนคิดว่าน่าสนใจว่าการโกงสอบท้องถิ่นกับโกง สว.มีความสัมพันธ์อย่างไหนกัน ปัจจุบันพรรคประชาชนกำลังอยู่ระหว่างการติดตามและตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยเราจะออกมาเปิดข้อมูล และใช้กลไกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ในการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า ชัดถึงขั้นที่จะไปยื่นตรวจสอบองค์กรต่างๆ หรือไม่ หรือจะยื่นเข้า กมธ.ก่อน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่องค์กรต่างๆ ได้รับข้อมูลแล้วหรือไม่ เพราะเขาได้กันไปหมดแล้ว ปัญหาคือความยุติธรรมจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ดูเหมือนว่าพรรคประชาชนเราคงต้องแสดงบทบาทให้กระบวนการยุติธรรมเกิดขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น ผ่านกลไกต่างๆ ในสภาฯ



