3 จว.เหนือประสบน้ำป่าไหลหลาก “เจเศรษฐ์” สั่ง ปภ.รับมือภัยต้องเร็วกว่าภัย เกาะติดสถานการณ์ฝนหนัก กำชับจังหวัดเสี่ยงเตรียมพร้อม แจ้งเตือน และช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากการที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศแจ้งเตือนหลายจังหวัด เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก และอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในช่วงวันที่ 30 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม จึงได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) บูรณาการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เสี่ยง เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างเต็มกำลัง โดยย้ำหลักการว่าการรับมือภัยต้องเร็วกว่าภัย เพื่อให้การแจ้งเตือนและการช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินให้ได้มากที่สุด
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ได้กำชับให้จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังสถานการณ์ ติดตามระดับน้ำในแม่น้ำ ลำห้วย และคลองต่างๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นสู่ที่สูง หากระดับน้ำเพิ่มสูงจนอยู่ในขั้นวิกฤติ รวมทั้งให้ประชาชนติดตามประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือ เครื่องจักรกลสาธารณภัย และกำลังบุคลากร เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดสถานการณ์ในพื้นที่
ล่าสุดกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์สาธารณภัย ณ เวลา 18.00 น.ว่า จากฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ และพะเยา โดยทุกพื้นที่ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือประชาชน อำนวยความสะดวกด้านการจราจร ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
สำหรับ จ.เชียงราย เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 2 อำเภอ 7 ตำบล 7 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอแม่จัน และอำเภอเมืองเชียงราย เจ้าหน้าที่ได้เข้าดูแลพื้นที่ อำนวยความสะดวกด้านการจราจร และเร่งระบายน้ำ ขณะนี้ระดับน้ำลดลงแล้ว และอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย
จ.เชียงใหม่ เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อำเภอแม่อาย ครอบคลุม 4 ตำบล 5 หมู่บ้าน ส่งผลกระทบต่อประชาชน 4 ครัวเรือน เจ้าหน้าที่ได้เร่งช่วยเหลือ ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และระบายน้ำออกจากพื้นที่ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
จ.พะเยา เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อำเภอเมืองพะเยา ครอบคลุม 6 ตำบล 6 หมู่บ้าน ได้แก่ ตำบลบ้านสาง ตำบลแม่ใส ตำบลบ้านตุ่น ตำบลสันป่าม่วง ตำบลจำป่าหวาย และตำบลบ้านต๋อม ส่งผลกระทบต่อประชาชน 86 ครัวเรือน โดยหน่วยงานในพื้นที่ได้เร่งให้ความช่วยเหลือ ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสถานการณ์มีแนวโน้มคลี่คลายและระดับน้ำลดลง
นายเจเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า แม้หลายพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจะเริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงมีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา จึงได้กำชับให้จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าประมาท ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมกำลังพล เครื่องจักรกลสาธารณภัย ระบบแจ้งเตือนภัย และแผนเผชิญเหตุให้พร้อมปฏิบัติได้ทันที พร้อมทั้งดูแลกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถลดผลกระทบจากภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมพร้อมและการแจ้งเตือนให้เร็วที่สุด เพราะหากเรารับมือได้เร็วกว่าภัย ความสูญเสียก็จะลดลงได้มาก ทุกหน่วยงานต้องทำงานเชิงรุก บูรณาการทุกภาคส่วน และเข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าเมื่อเกิดภัย ภาครัฐจะอยู่เคียงข้างและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง” นายเจเศรษฐ์ กล่าว




