หน้าแรก การเมือง ผอ.มศว เข้ากอ...

ผอ.มศว เข้ากองปราบ รับทราบ 7 ข้อหา โกงสอบท้องถิ่น ด้านอดีตอธิบดีสถ.ขอเลื่อน

31.07.26 | 11:08 น.

ผอ.มศว เข้ากองปราบ รับทราบ 7 ข้อหา โกงสอบท้องถิ่น ด้านอดีตอธิบดีสถ.ขอเลื่อน

จากกรณีพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ต้องหารวม 13 ราย ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก) นายเรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หนึ่งในผู้ต้องหาทั้ง 13 ราย ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เพื่อให้ข้อมูลกรณีที่ นายอัศวิน โชติพนัง หรือดร.วิน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้การซัดทอดว่า เป็นคนประสานให้ นายเรืองเดช นำข้อสอบ และไฟล์ข้อสอบ ของผู้สมัครสอบข้าราชการท้องถิ่น ไปให้กับกลุ่ม 11 คนที่บ้านจังหวัดนนทบุรี เพื่อแก้กระดาษคำตอบ

โดยนายเรืองเดชได้แอบเข้าด้านหลังตึก ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อหลบสื่อมวลชน

มีรายงานพนักงานสอบสวน ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้หลักฐานส่วนหนึ่งจากที่ เคยเรียกให้นายเรืองเดชเข้ามาให้ข้อมูลก่อนหน้านี้ นำมาประกอบกับหลักฐานบางส่วนที่ตรวจพบในการแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำ และหากสอบปากคำแล้วเสร็จพนักงานสอบสวนจะปล่อยตัว โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์เนื่องจากเดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวนเอง

Advertisement

ส่วนนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ส่งเอกสารขอเลื่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนไปเป็นสัปดาห์หน้า โดยยังไม่ระบุวัน

สำหรับนายเรืองเดช ทางตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา 7 ข้อหา คือ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ,เป็นเจ้าพนักงานปลอมเอกสารราชการโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่ของตน,เป็นเจ้าพนักงานรับรองหลักฐานอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ,ร่วมกันเอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายซึ่งเอกสารของผู้อื่น,ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ,ร่วมกันเปิดผนึกหรือนำเอกสารที่ปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความ และ ร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

ขณะที่มีรายงานว่า กลุ่มคนที่พบในบ้านพักจังหวัดนนทบุรี ประมาณ 3-4 คน เข้ามารับทราบข้อกล่างหากับพนักงานสอบสวนในวันนี้ เช่นกัน และพบว่ามีอีกจำนวนหนึ่งที่ขอเลื่อน ซึ่งทั้งหมด โดยข้อกช่าวหา อั้งยี่ ซ่องโจร,ความผิดตามมาตรา 188 และ ความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ