หน้าแรก การเมือง ภัณฑิล จี้เปิ...

ภัณฑิล จี้เปิดผลหั่นงบฯ เสนอถ่ายทอดสดการประชุม ให้ประชาชนตรวจสอบ

31.07.26 | 12:23 น.

ภัณฑิล จี้ อนุฯกมธ.ตรวจสอบงบฯ ที่อาจซ้ำซ้อน แนะ โครงการไม่จำเป็น-ไม่เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงาน ควรปรับลดงบเพื่อความคุ้มค่ากับภาษีปชช.

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะคณะอนุกรรมาธิการฝึกอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าจ้างที่ปรึกษา ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ งบดำเนินงาน งบเงินอุดหนุน และงบรายจ่ายอื่น ในคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร แถลงความคืบหน้าการประชุมของคณะอนุกรรมาธิการฝึกอบรมฯ ว่า ตนตั้งข้อสังเกตุการทำงานที่ผ่านของกมธ.ที่ถูกตั้งเพื่อเข้ามาตรวจงบหรือเพียงแค่มารับรองงบประมาณ ซึ่งตนมีคำถามจะฝากถึงสื่อมวลชนและประชาชนว่า เมื่อหน่วยงานของรัฐของเงินภาษีประชาชนจึงขอให้เรียกร้องในแต่ละหน่วยงานพิสูจน์หรือไม่ว่าเงินก้อนจำเป็นคุ้มค่าและก่อเกิดผลประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริงอย่างไร โดยเฉพาะรายงานรายจ่าย ในประเภทสัมมนาประชาสัมพันธ์ ค่าที่ปรึกษา ค่าเดินทางต่างประเทศ ค่าเช่า และค่าจ้างเหมาบริการ ซึ่งเป็นรายจ่ายที่มีหน่วยงานที่มีดุลพินิจในการกำหนดและต้องได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง ตนในฐานะที่ทำงานอยู่ในอนุกรรมาธิการฯ ผ่านมาแล้ว 1 สัปดาห์กับอีก 1 วัน

นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า งบประมาณที่กำลังตรวจสอบไม่ใช่เงินเดือนของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่งบประมาณช่วยเหลือประชาชน งบประมาณเกี่ยวกับไฟป่าหรืองบประมาณที่เกี่ยวกับการเตือนภัยและการรักษาพยาบาล และพวกค่าประกันต่างๆที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นในส่วนของค่าใช้จ่ายประจำตนไม่ได้ยุ่งในส่วนนี้อยู่แล้ว อีกทั้งไม่ใช่งบภารกิจหลักที่หากถูกปรับลดแล้วจะทำให้ประชาชนค่าบริการโดยทันที และสิ่งที่พวกเรากำลังกระทำอยู่นั้นไม่ใช่การขัดขวางการทำงานของหน่วยงานรัฐ แต่เป็นเพียงการตั้งคำถามว่ารายจ่ายที่ไม่ใช่ภารกิจหลักเหล่านี้จำเป็นและคุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชนหรือไม่

“ผมเสนอให้ลดการสัมมนาที่ไม่รู้ว่าสัมมนาที่ไม่รู้ว่าสัมมนาอะไร ไปประชุมทางวิชาการลดสื่อประชาสัมพันธ์ที่วัดเพียงแค่ยอดเข้าถึง ลดการเดินทางที่ไม่รู้ว่ากลับมาประเทศไทยแล้วจะได้อะไร ผมถามประจำว่า ไปต่างประเทศด้วยสภาวะทางการคลังไทย ประเทศของเราร่ำรวยขนาดนั้นเลยเหรอที่จะไปประชุมสัมนาวิชาการไกลถึงต่างประเทศ” นายภัณฑิล กล่าว

นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า ส่วนตัวตนเข้าใจได้ว่ามีกรอบภาคีต่างประเทศที่ความจำเป็นต้องไป แต่การที่ลดงานที่ปรึกษาก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมเจ้าหน้าที่ประจำถึงไม่สามารถดำเนินการด้วยตัวเองได้ ต้องพึงพาเอาท์ซอร์ส เพื่อให้ที่ปรึกษาเป็นผู้ลงมือทำ สิ่งเหล่านี้ก็ทำให้ตนสงสัยได้ว่าบางกรณีก็อาจเป็นเรื่องของพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ที่ต้องให้หน่วยงานในภายนอกต้องมาตรวจสอบ สำหรับตนมองว่าในบางเรื่องที่จ้างที่ปรึกษาเป็นการจ้างงานพร่ำเพรื่อจนเกินไป

นายภัณฑิล กล่าวอีกว่า ตนและทีมงานไม่ได้ใช้ความรู้สึกในการตัดสิน แต่ยึดข้อมูลจากเอกสารประกอบการของบประมาณอย่างละเอียด โดยตรวจสอบทุกโครงการ ทั้งวงเงิน ผลการเบิกจ่าย ความซ้ำซ้อน ต้นทุนต่อหน่วย ตัวชี้วัด และผลลัพธ์ที่ประชาชนควรได้รับ พร้อมระบุว่า ทุกข้อเสนอของหน่วยงานควรมีข้อมูลประกอบอย่างครบถ้วน ทั้งชื่อโครงการ วงเงิน เหตุผลและความจำเป็น เอกสารอ้างอิง รายละเอียด TOR ใบเสนอราคา และคำชี้แจงต่อข้อซักถามของคณะกรรมาธิการ แต่ในหลายกรณีกลับไม่ได้รับคำตอบ และไม่มีเอกสารประกอบเพียงพอสำหรับการพิจารณา

Advertisement

นายภัณฑิล กล่าวอีกว่า ยกตัวอย่างหน่วยงานที่ถูกตั้งข้อสังเกต อาทิ สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) โดยระบุว่า ที่ผ่านมามีข้อถกเถียงถึงความจำเป็นในการคงอยู่ของหน่วยงาน เนื่องจากภารกิจหลายด้านอาจซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น เช่น การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การปฏิรูปกฎหมาย หรือการดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งมีหน่วยงานหลักรับผิดชอบอยู่แล้ว พร้อมเสนอให้ทบทวนหรือตัดลดโครงการที่เห็นว่าไม่มีความจำเป็น โดยระบุว่าในอดีตการตัดงบประมาณบางครั้งเป็นเพียงการปรับลดเล็กน้อยโดยไม่แตะสาระสำคัญของโครงการ

นายภัณฑิล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโครงการที่ใช้งบประมาณตั้งแต่หลักสิบล้านถึงหลายร้อยล้านบาทต่อโครงการ โดยส่วนหนึ่งเป็นการจัดกิจกรรม นิทรรศการ การสำรวจข้อมูล และการอบรมผู้บริหาร ซึ่งมองว่าอาจมีลักษณะซ้ำซ้อนหรือไม่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจน พร้อมย้ำว่า หลักเกณฑ์สำคัญในการพิจารณาคือ หากโครงการใดได้ดำเนินการแล้วไม่ส่งผลกระทบต่อภารกิจหลักของหน่วยงาน ก็ควรพิจารณาทบทวนความจำเป็นของการใช้งบประมาณ เพื่อให้การใช้จ่ายภาครัฐเกิดประโยชน์สูงสุดและตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง

นายภัณฑิล กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ขอตั้งข้อสังเกตต่อการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีว่ากระบวนการทำงานของคณะอนุกรรมาธิการบางชุดยังขาดความเข้มข้น และเรียกร้องให้ทบทวนแนวทางตรวจสอบงบประมาณ เพื่อให้การใช้จ่ายเงินภาษีมีความคุ้มค่า โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมกันนี้ขอเสนอให้เปิดเผยผลการปรับลดงบประมาณของคณะอนุกรรมาธิการแต่ละชุด เปรียบเทียบกับปีก่อนและระหว่างคณะต่างๆ รวมถึงถ่ายทอดสดการประชุม เพื่อให้ประชาชนร่วมตรวจสอบการทำงานได้อย่างโปร่งใส

ภัณฑิล