‘สส.พรรคประชาชน’ รับเรื่องตรวจสอบปมโรงงานอุตสาหกรรมลอบปล่อยของเสียอันตรายสู่แหล่งน้ำชาวพนัสนิคม ส่งต่อพื้นที่เร่งจัดการ
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี ส.ส.บัญชีรายชื่อ และคณะกรรมการเชิงประเด็นสิ่งแวดล้อม พรรคประชาชน แถลงกรณีการลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนของประชาชนเรื่องการลักลอบทิ้งสารเคมีและการปล่อยน้ำเสีย บริเวณตำบลนาวังหิน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ที่ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำ อากาศ และคุณภาพชีวิตของประชาชน ว่า คณะทำงานเชิงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมของพรรคประชาชน ได้ลงพื้นที่และร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดชลบุรี ได้แก่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 และผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบลนาวังหิน มีประเด็นในการพิขารณา ดังนี้
นายพูนศักดิ์ กล่าวว่า ประเด็นแรก คือ กรณีสวนอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งที่มีโรงงานประกอบกิจการรวม 9 แห่ง ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน ทั้งปัญหาฝุ่นละออง เสียงดัง และกลิ่นจากสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ซึ่งเป็นสารที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ คณะทำงานจึงได้ประสานสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรีให้เข้าตรวจสอบผลกระทบ และประสานกรมควบคุมมลพิษให้ดำเนินการตรวจวัดสารอินทรีย์ระเหยง่ายในพื้นที่ ประเด็นน้ำเสียจากที่พักอาศัยคนงานกว่า 200 ห้อง โดยอาคารที่พักภายในพื้นที่อุตสาหกรรม ซึ่งพบว่ามีจำนวนห้องพักเกินกว่าที่กำหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยรายงานกำหนดไว้ไม่เกิน 80 ห้อง แต่จากการตรวจสอบพบว่ามีจำนวนมากกว่านั้น คณะทำงานจึงได้มีหนังสือถึงสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว
นายพูนศักดิ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นบ่อน้ำกรดรุนแรงข้างบริษัทอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง ซึ่งปรากฏว่า พบน้ำในบ่อเก็บกักมีสภาพเป็นกรดรุนแรง และอาจมีความเสี่ยงแพร่กระจายสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก คณะทำงานจึงได้ประสานกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้ตรวจสอบการจัดการกากของเสียจากโรงงานดังกล่าว ซึ่งประกอบกิจการปรับสภาพสารเคมีประเภทกรด จึงขอให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมตรวจสอบเพิ่มเติมว่าการนำกากของเสียออกจากโรงงานจริงหรือไม่ หากมี ได้นำไปกำจัดที่ใด และหากไม่มี กากของเสียเหล่านั้นถูกจัดการอย่างไร
ประเด็นบ่อดินในพื้นที่เข้าข่ายผิดกฎหมายไม่มีแนวกันชนและอาจรุกล้ำที่สาธารณะ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยในอำเภอพนัสนิคมมีบ่อดินหลายแห่งที่ดำเนินกิจการโดยไม่ได้ดำเนินการตามเงื่อนไขหรือมาตรการที่กำหนด คณะทำงานจึงเห็นว่าหน่วยงานท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรตรวจสอบการอนุญาต และทบทวนการดำเนินกิจการบ่อดินทั้งจังหวัด นอกจากนี้ ยังพบว่าบางพื้นที่มีการนำที่สาธารณะไปใช้ประโยชน์เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ซึ่งจำเป็นต้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง
“โดยการดำเนินการต่อ ได้ทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอข้อมูลและขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ ครอบคลุมประเด็นบำบัดน้ำเสีย สมดุลมวลสารเคมี ข้อมูลการรับส่งกากของเสียย้อนหลัง 3 ปี ความคืบหน้าตามคำสั่งฟื้นฟูคุณภาพน้ำและการตรวจสอบว่าอาคารที่พักคนงานเข้าข่ายต้องจัดทำ EIA หรือไม่ และขอเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับผู้ก่อมลพิษอย่างจริงจังและตรงตามกำหนดเวลาไม่ปล่อยให้กระบวนการ ตรวจวัดกลายเป็นเครื่องมือประวิงเวลาจนปัญหาลุกลามเกินเยียวยา และจะติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบกับหน่วยที่เกี่ยวข้องต่อไป” นายพูนศักดิ์ กล่าว



