รายงานพิเศษ : เปิดเส้นทาง 2 ส.ว.อำนาจเจริญ เบอร์ตรงเป๊ะ คะแนนสูงเกินคาด
จากกรณี ที่มีการตั้งข้อสังเกตจากนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จากไอลอว์ ถึงคุณสมบัติของ 2 ส.ว.จากอำนาจเจริญ ที่สมัครในกลุ่มที่ 10 หรือกลุ่มผู้ประกอบการอื่นนอกจากกิจการ SME โดยตั้งคำถามถึงระดับของกิจการ และจากการตรวจสอบพบกิจการได้เลิกไปแล้ว
ต่อมานางแดง กองมา ส.ว.ได้แจ้งความที่สภ.เมืองอำนาจเจริญ เอาผิดนายยิ่งชีพ ในความผิดฐานหมิ่นประมาท
ทั้งนี้แม้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีคำวินิจฉัยยกคำร้องคัดค้านคุณสมบัติของ นางแดง กองมา แม่ค้าค้าขายเนื้อสุกร และ นายสมพาน พละศักดิ์ ขายก๋วยเตี๋ยว สว. จังหวัดอำนาจเจริญ ผู้สมัครกลุ่มที่ 10 โดยพิจารณาเพียงหลักฐานเอกสารประกอบอาชีพค้าขายเนื้อสุกรและร้านก๋วยเตี๋ยวว่าเกิน 10 ปี และวินิจฉัยยกคำร้องนั้น
ส่งผลให้ทั้งคู่เข้ามาเป็นส.ว.ในชุดปัจจุบัน

แต่ก็มีสิ่งที่น่าสนใจถึงผลคะแนนที่ได้รับการคัดเลือก โดยมีพยานหลักฐานดังนี้
1. คะแนนรอบเช้า เลือกกันเองในกลุ่มที่ 10 กลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการ SME ผู้สมัครจะเลือกผู้สมัครในกลุ่มเดียวกันได้จำนวน 10 เบอร์/ช่อง และสามารถเลือกตนเองได้
ผลปรากฏว่า นางแดง กองมา ผู้สมัครหมายเลข 24 ได้รับการเลือก 27 คะแนน และ นายสมพาน พละศักดิ์ ผู้สมัครหมายเลข 99 ได้รับการเลือก 30 คะแนน
สิ่งผิดปกติที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ คือบัตรที่มีการกรอกหมายเลขผู้สมัครมีเลขเรียงตรงกันและเหมือนกันทั้ง 10 ช่อง/เบอร์ มากถึง 20 ใบ!!
ในทางคณิตศาสตร์และสถิติ ถือเป็นไปไม่ได้เลย นอกจากจัดทำโพยล่วงหน้าแล้วเขียนหมายเลขตามโพยลงในช่องทั้ง 10 ช่อง (โอกาสเกิดขึ้นทางสถิติเทียบเท่ากับการออกรางวัลที่ 1 เป็นเลขเดิมติดต่อกันถึง 28 งวดซ้อน)
2. คะแนนรอบบ่าย (เลือกไขว้ สาย ง) ผู้สมัครทั้งนางแดง กองมา หมายเลข 24 และนายสมพาน พละศักดิ์ หมายเลข 99 จัดอยู่ใน สาย ง ซึ่งประกอบด้วยผู้สมัครจาก 4 กลุ่มอาชีพ ได้แก่ กลุ่มที่ 2 (กฎหมาย), กลุ่มที่ 3 (การศึกษา), กลุ่มที่ 10 (ผู้ประกอบกิจการอื่น) และกลุ่มที่ 14 (สตรี)
โดยผู้สมัครทุกคนในสาย ง ต้องเลือกลงคะแนนให้ผู้สมัครเลือกตัวเองไม่ได้ เลือกผู้สมัครกลุ่มอื่นในสายเดียวกันครบทั้ง 5 ช่อง/เบอร์

ตามหลักสถิติและผลคะแนนตามธรรมชาติ คะแนนของผู้สมัครทั่วไปควรเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5-7 คะแนน ขนาดนายสมชาย วงษ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม มีชื่อเสียงผ่านรอบเช้า ในรอบบ่ายได้คะแนนเพียง 10 คะแนน เท่านั้น
แต่ นางแดง กองมา กลับได้สูงถึง 63 คะแนน และ นายสมพาน พละศักดิ์ ได้ถึง 61 คะแนน ซึ่งตรงตามรหัสในโพยหลัก 2 โพย ซึ่งปรากฎเป็นหลักฐาน และขอเรียกว่าโพย A และโพย B แต่ละโพยมี 20 กลุ่มอาชีพๆละ 5 หมายเลข
โดยทั้ง 2 โพย จะมีเลขซ้ำกัน 3 หมายเลข ดังนั้น 2 โพย จะมีรวมกัน 7 หมายเลข
ปรากฏว่า สาย ง คะแนนหมายเลขที่อยู่ในโพยได้ทั้งหมด 7 คน โดยคะแนนสูงสุด อันดับ 1-6 อยู่ในโพยที่มีนางแดง กองมา หมายเลข 24 และนายสมพาน พละศักดิ์ หมายเลข 99 อยู่ด้วย ส่วน นิทัศน์ อารีย์วงศ์สกุล ผู้สมครหมายเลข 40 อยู่ในโพย อันดับ 9 ที่เป็นผู้สมัครจากจังหวัดอ่างทอง
ซึ่งหากดูผลคะแนนผู้ได้รับเลือกเป็น สว. อันดับ 1–10 ในกลุ่มที่ 10 ปรากฏดังนี้ ตามแบบ สว.ป.41
*อันดับที่ 1: นายโสภณ มะโนมะยา หมายเลขสมัคร 123 (โพย A และ โพยB)— ได้ 73 คะแนน
*อันดับที่ 2: นายรุจิภาส มีกุศล หมายเลขสมัคร 80 (โพยB)—ได้ 65 คะแนน
*อันดับที่ 3: พ.ต.ท. สง่า ส่งมหาชัย หมายเลขสมัคร 95 ( โพยB)—ได้ 64 คะแนน
*อันดับที่ 4: นางแดง กองมา หมายเลขสมัคร 24 (โพย A และ โพยB)—ได้ 63 คะแนน
*อันดับที่ 5: นายสมพาน พละศักดิ์ หมายเลขสมัคร 99 (โพย A )— 61 คะแนน
*อันดับที่ 6: นายสุนทร เชาว์กิจค้า หมายเลขสมัคร 109 (โพย A และ โพยB)— ได้ 60 คะแนน
อันดับที่ 7: นายนิคม มากรุ่งแจ้ง หมายเลขสมัคร 39— ได้ 28 คะแนน
อันดับที่ 8: นายสหพันธ์ รุ่งโรจนพณิชย์ หมายเลขสมัคร 104—ได้ 23 คะแนน
*อันดับที่ 9: นิทัศน์ อารีย์วงศ์สกุล หมายเลขสมัคร 40 (โพย A )—ได 22 คะแนน
อันดับที่ 10: มังกร ศรีเจริญกุล หมายเลขสมัคร 70— ได้ 22 คะแนน
ช่องว่างคะแนนระหว่าง อันดับที่ 6 (60 คะแนน) กับ อันดับที่ 7 (28 คะแนน) ทิ้งห่างวูบลงมาถึง 32 คะแนน

ตัวเลขที่ทิ้งห่างอย่างเห็นได้ชัดนี้ ทางสถิติและคณิตศาสตร์เป็นไปไม่ได้เลย
การที่ กกต. วินิจฉัยยกคำร้องนางแดง กองมา และ นายสมพาน พละศักดิ์ สว. อำนาจเจริญ โดยตรวจสอบเพียงความจริงขั้นต้นเรื่อง “การทำมาหากิน” แต่ละเลยพยานหลักฐานคะแนนและบัตรลงคะแนนในหีบบัตร และหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ทางคณิตศาสตร์ ที่เป็นหลักฐานที่เชื่อถือได้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
และเป็นความจริงที่สังคมรับรู้ ว่าคะแนนรอบเช้าที่เรียงเลขเหมือนกันถึง 20 คะแนน/บัตร และคะแนนรอบบ่าย 61–63 คะแนน/บัตร และรวมกับผู้ได้เป็น สว. ไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ
แถมน่าสงสัยว่าการลงคะแนนดังกล่าวจะขัดต่อหลักการลงคะแนนลับตามรัฐธรรมนูญ มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าตามกฎหมายแล้ว
แต่เหตุใด กกต. จึงตัดสินใจยกคำร้อง ซึ่งก็คาดหวังว่าจะมีข้อชี้แจงในกรณีดังกล่าว และมีผลต่อมติที่จะออกมาหลังจากนี้ จะยึดมั่นในกฎหมาย หลักฐานและความเป็นจริง

