สืบเนื่องกรณีนายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำทีม ส.ก.จากพรรคประชาธิปัตย์ และจากพรรคอื่นๆ ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า ส.ก.พรรคประชาชน เสียบบัตรแทนกัน ในการประชุมสภา กทม. เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ต่อมา นายภัทรศักดิ์ ใหม่พระเนตร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตยานนาวา พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชี้แจง โดยยอมรับว่ารีบกลับเข้าห้องประชุมจนเผลอกดเครื่องลงคะแนนผิด และยืนยันว่าไม่มีการเสียบบัตรหรือโหวตแทนสมาชิกคนอื่น พร้อมขอโทษต่อเหตุการณ์ที่สร้างความเข้าใจผิดและยืนยันจะระมัดระวังไม่ให้เกิดขึ้นอีก
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก กลุ่มคนทำงาน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยอธิบายหลักการทำงานของ ‘ระบบลงคะแนน’ สภา กทม. ว่ามีขั้นตอนการทำงานชัดเจน ไม่ใช่แค่กดปุ่มแล้วคะแนนถูกบันทึกทันที หากจะอธิบายว่าปัญหาเกิดจากระบบที่มีข้อบกพร่อง ก็ควรมีข้อเท็จจริงหรือผลการตรวจสอบรองรับ
รายละเอียด ดังนี้
‘ผมขออธิบายหลักการทำงานคร่าวๆ ของระบบลงคะแนนของสภากรุงเทพมหานคร เพื่อให้ประชาชนเข้าใจข้อเท็จจริงมากขึ้นครับ
ระบบลงคะแนนของสภากรุงเทพมหานครไม่ได้ถูกออกแบบให้เพียงแค่กดปุ่มแล้วคะแนนจะถูกบันทึกทันที แต่มีขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน
เมื่อสมาชิกลุกออกจากที่นั่ง ไม่ว่าจะไปรับประทานอาหาร เข้าห้องน้ำ หรือออกไปปฏิบัติภารกิจอื่น เจ้าหน้าที่สำนักเลขานุการสภาจะเป็นผู้ดูแลบัตรลงคะแนนตามสถานการณ์
หากสมาชิกลา หรือไม่ได้กลับเข้ามาประชุมแล้ว เจ้าหน้าที่จะนำบัตรลงคะแนนออกจากเครื่อง แต่หากสมาชิกเพียงออกจากห้องประชุมชั่วคราว และคาดว่าจะกลับเข้ามา เจ้าหน้าที่จะดึงบัตรออกจากตำแหน่งใช้งาน แต่ยังคาบัตรไว้ที่ช่องเสียบ ระบบจะแสดงสถานะ ไฟสีส้ม ซึ่งหมายความว่า ยังไม่อยู่ในสถานะพร้อมลงคะแนน
เมื่อสมาชิกกลับเข้ามาใช้สิทธิลงคะแนน จะต้องดันบัตรกลับเข้าไปในช่องเสียบก่อน เมื่อระบบรับบัตรเรียบร้อยแล้ว ไฟสถานะจึงจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว ซึ่งเป็นสถานะพร้อมลงคะแนน จากนั้นจึงสามารถกดปุ่ม เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง ได้
ดังนั้น การลงคะแนนแต่ละครั้ง ไม่ได้เกิดจากการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว แต่ต้องผ่านขั้นตอนของระบบก่อนที่คะแนนจะถูกบันทึก
ผมอธิบายเรื่องนี้ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำงานของระบบ เพราะหากจะอธิบายว่าปัญหาเกิดจากระบบ หรือระบบมีข้อบกพร่อง ก็ควรมีข้อเท็จจริงหรือผลการตรวจสอบรองรับ ไม่ใช่สรุปเช่นนั้นตั้งแต่ต้น’ นายวิพุธระบุ
นายวิพุธระบุด้วยว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่พร้อมสนับสนุนความโปร่งใสในการทำงานของสภากรุงเทพมหานครมาโดยตลอด แต่เชื่อว่าความโปร่งใสต้องเริ่มต้นจากการยอมรับข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา
‘เมื่อเรายอมรับความจริงได้ กระบวนการตรวจสอบก็จะเดินหน้าได้อย่างเป็นธรรม และประชาชนก็จะยังคงเชื่อมั่นในสภาแห่งนี้ ทำงานรักษามาตรฐานและความน่าเชื่อถือของสภากรุงเทพมหานคร ด้วยการยึดมั่นในข้อเท็จจริง ความรับผิดชอบ และความโปร่งใสที่ประชาชนคาดหวังจากสมาชิกสภาทุกคนครับ’ นายวิพุธทิ้งท้าย

