หน้าแรก การเมือง สถ.นัดถก ก.กล...

สถ.นัดถก ก.กลาง 6 ส.ค.ลุ้นรื้อบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

2.08.26 | 06:40 น.

สถ.นัดถก ก.กลาง 6 ส.ค.ลุ้นรื้อบรรจุข้าราชการท้องถิ่น กมธ.ชี้แก้คะแนนก่อนชงกสถ. มท.4 ยกระดับ-สกัดโกงสอบ

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม คณะกรรมการกองกลาง ทำหนังสือถึงก.ท.ก.จ. ก.อบต. และก.เทศบาล เรื่องขอเชิญประชุมและรับรองรายงานการประชุมคณะกรรมก.กลาง อ้างถึง หนังสือ ด่วนที่สุด ที่ มท 0809.2/ว. 76 ลงวันที่ 15 ก.ค. และ หนังสือด่วนที่สุด ที่ มท 0809.2/ว. 81 ลงวันที่ 21 ก.ค. โดยเนื้อหาในหนังสือ อ้างถึงการได้แจ้งกำหนดการประชุมคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล ครั้งที่ 7/2569 เมื่อวันที่ 23 ก.ค.

ซึ่งประธาน ก.กลาง ได้พิจารณากำหนดวันประชุมคณะกรรมการก.กลางได้แจ้งการประชุม ครั้งที่ 7/2569 ในวันที่ 6 สิงหาคม เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม 5501 อาคาร 5 ชั้น 5 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทั้งนี้ ขอความร่วมมือกรรมการที่อยู่ต่างจังหวัดใช้การประชุมทางไกลผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Web Conference) ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งเป็นไปตามพระราชกำหนดว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563

โดยยังมีการแนบเอกสารวาระการประชุมไปยัง ก.ท.ก.จ.ก.อบต. และก.เทศบาล โดยมีวาระเพื่อทราบ คือ แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน อสถ./ การแต่งตั้งเลขานุการ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. /การแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองบุคคลท้องถิ่น/ประกาศกำหนด วัน เวลา สถานที่สรรหาและระเบียบเกี่ยวกับการสรรหาข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นให้ดำรงตำแหน่งสงสายงานผู้บริหาร และวาระเพื่อทราบสำคัญคือ ประกาศยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 และขึ้นบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 และแนวทางการดำเนินการภายหลัง กสถ. มีประกาศ เรื่อง ยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ และขึ้นบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ใหม่

ส่วนวาระเพื่อพิจารณาจะมีการหารือการนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งที่เกี่ยวข้องและเกื้อกูลเพื่อประโยชน์ในการเลื่อนระดับสูงขึ้น

Advertisement

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย(ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังนำคณะกมธ.ฯ เข้าตรวจดูตู้นิรภัยที่เก็บแฟลชไดรฟ์ไฟล์ต้นฉบับข้อสอบภายในห้องอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) และห้องทำงานของ น.ส.บุรณี แพรโรจน์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสรรหาและเลือกสรรบุคคลส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในข้าราชการระดับสูงที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงและมีคำสั่งย้ายออกจากตำแหน่งชั่วคราวว่า จากการชี้แจงทำให้ทราบว่าข้อมูลรายชื่อผู้สอบผ่านที่นำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เพื่อประกาศผลนั้น ไม่ได้มาจากแฟลชไดรฟ์ที่เก็บไว้ในห้องอธิบดีตามที่เข้าใจในตอนแรก

แต่กลับเป็นข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานของ น.ส.บุรณี ที่ใช้ประสานงานกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบข้อมูลกับกระดาษคำตอบจริงพบว่าไม่ตรงกัน โดยมีการแบ่งผู้เข้าสอบออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่สอบผ่านจริง, กลุ่มที่สอบตกแต่ถูกแก้ไขคะแนนให้สอบผ่าน และกลุ่มที่สอบผ่านแต่ได้คะแนนต่ำ ก่อนถูกปรับเพิ่มคะแนนเพื่อให้ได้รับการบรรจุในรอบที่หนึ่ง รอบที่สอง และรอบที่สาม ซึ่งข้อมูลจากโต๊ะทำงานดังกล่าวได้ถูกนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม กสถ. ก่อนประกาศบนเว็บไซต์ตรงกับข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ของอธิบดี

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ส่อไปในทางทุจริตมากกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตรวจสอบ โดยกระบวนการสอบแข่งขันนี้มีข้าราชการเกี่ยวข้องอย่างน้อย 4 คน ทั้งระดับรองอธิบดี ผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการกลุ่ม และผู้เชี่ยวชาญ เบื้องต้น กมธ. ได้ส่งคำถามซักถามเพิ่มเติมรวม 19 ข้อ ให้ สถ. ชี้แจงแล้ว พร้อมเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพของ ป.ป.ช. ที่มีข้อมูลผู้เกี่ยวข้องอยู่แล้วกว่า 6,000 คน

โดยคาดว่าจะสามารถปะติดปะต่อพยานหลักฐานและขยายผลไปถึงผู้บงการระดับสูงสุดหรือ “บิ๊กบอส” ได้ภายใน 3 เดือน เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษและคืนความเป็นธรรมให้แก่ข้าราชการรวมถึงผู้เข้าสอบที่บริสุทธิ์ต่อไป

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการดำเนินการตามกฎหมายในทุกกรณี ซึ่งหน่วยงานในกำกับดูแลต้องเร่งยกระดับมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่ในอนาคต โดยคดีความต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายโดยไม่เข้าไปก้าวล่วง แต่ในส่วนของระบบต้องได้รับการปรับปรุงให้รัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนผ่านการบังคับใช้กฎหมายและการป้องกันที่ดำเนินควบคู่กันไป จึงได้มอบนโยบายให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จัดทำแผนยกระดับมาตรฐานการสอบทั่วประเทศ ภายใต้กรอบการทำงาน “วันนี้สั่ง-7 วันรายงาน-30 วันเห็นผล-90 วันสรุป” เพื่อให้เกิดการปฏิรูประบบอย่างต่อเนื่องและตรวจสอบได้

สำหรับกรอบเวลาการดำเนินงาน กำหนดให้ภายใน 7 วัน ต้องรวบรวมข้อเสนอในการลดความเสี่ยงการทุจริตและรายงานแนวทางปรับปรุงระยะเร่งด่วน จากนั้นภายใน 30 วัน ให้เริ่มดำเนินมาตรการยกระดับความโปร่งใสในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ สถ. รวมถึงจัดวางระบบติดตามข้อร้องเรียน และภายใน 90 วัน ให้สรุปผลการดำเนินงานทั้งหมด พร้อมเสนอแนวทางปรับปรุงระเบียบและขั้นตอนที่จำเป็น โดยมีเป้าหมายสร้างระบบการสอบท้องถิ่นที่ได้รับความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืน เปิดโอกาสให้คนมีความสามารถได้อย่างเป็นธรรม และปิดช่องโหว่การทุจริตในการสอบครั้งต่อไปให้ได้มากที่สุด