หน้าแรก การเมือง อนุทิน สั่งฝ่...

อนุทิน สั่งฝ่ายปกครองเข้มความปลอดภัยชายแดนใต้ ฮึ่มปราบเสพติด ลั่น รัฐบาลนี้ไม่มีโทรเคลียร์

3.08.26 | 12:07 น.

นายกฯ กำชับฝ่ายปกครองดูแลชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนใต้ หลังเกิดเหตุคนร้ายยิง จนท. พร้อมเร่งปราบยาเสพติด บอก ใครแหยมโดนจับหมด รัฐบาลนี้ไม่มีโทรเคลียร์ ส่วนกรณีปะทะล่าสุดที่ จ.ยะลา ยัน ได้รับรายงานแล้ว

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 3 สิงหาคม ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่วานนี้ (2 สิงหาคม) เกิดเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บและเสียชีวิตว่า วันนี้ผู้บัญชาการทหารบก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และทีมงาน ได้ลงพื้นที่ไปดำเนินการแล้ว ตนจึงได้กำชับให้ฝ่ายปกครองเข้าไปทำงานร่วมกัน เพื่อดูแลชาวบ้านด้วย

ส่วนกรณีที่สถานการณ์ชายแดนภาคใต้ไม่ได้มีแค่กลุ่มเห็นต่าง แต่ยังมีปัญหาในเรื่องของยาเสพติด และการค้าของเถื่อนได้กำชับอะไรหรือไม่ นายกฯยืนยันว่า ได้กำชับทุกเรื่อง และเรื่องของยาเสพติด เราก็เร่งปราบอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันในวันที่ 6 สิงหาคมนี้ ประธานาธิบดีของเมียนมาก็จะมาเยือนประเทศไทย เพื่อพูดคุยเรื่องของยาเสพติด แร่ธาตุที่อยู่ในแม่น้ำ และปัญหาฝุ่นมลพิษอย่างจริงจัง

เมื่อถามว่า ได้ดำเนินการเรื่องค้าของเถื่อนและยาเสพติด ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไรบ้าง นายกฯกล่าวว่า ได้มีการจับกุมตลอดเวลา เพราะเราไม่รู้ว่าใครจะทำผิดกฎหมายบ้าง แต่ถ้าเขาลองมาท้าทายกฎหมาย เราก็จะดำเนินการจับกุมทุกเรื่อง ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดซื้อรถเอกซเรย์เรียบร้อยแล้ว พร้อมยกตัวอย่างกรณีที่ จ.ระนอง เราก็จับของเถื่อนได้มูลค่ากว่า 200-300 ล้านบาท ดังนั้น ถ้าอยากเจ๊งก็ลองดู

ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา เราก็จับได้ที่ จ.ชุมพร ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นเครือข่ายเดียวกันหรือไม่ แต่ถ้าแหยมเข้ามาก็โดนจับ เคลียร์ไม่ได้ จึงขอให้ความมั่นใจกับประชาชนว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีการเคลียร์ และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายก็ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าโทรมาเคลียร์ไม่ได้ หน้าแตกกันไปก็หลายคนแล้ว

เมื่อถามถึงเหตุปะทะล่าสุดที่ จ.ยะลา เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (3 สิงหาคม) ได้รับรายงานแล้วหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ได้รับรายงานทุกอย่าง เรื่องนี้เรามีหน่วยงานที่รับผิดชอบกำกับดูแลอยู่แล้วตามนโยบายข้อสั่งการ ที่ให้ดำเนินการอย่างเต็มที่ในการระงับเหตุ และป้องกันปราบปรามคนที่ทำผิดกฎหมายอย่างเต็มที่ จึงไม่ต้องถามกลับมายังรัฐบาล เพราะอำนาจอยู่ที่นั่นหมดแล้ว

Advertisement

เมื่อถามว่า สถานการณ์ในขณะนี้ ที่ได้มีการเลื่อนพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่าง จะทำให้สถานการณ์ในพื้นที่บานปลายขึ้นหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า พูดคุยก็พูดคุยไป ส่วนการปราบปรามก็ต้องดำเนินการควบคู่กันไป

นายกฯยังกล่าวถึงเป้าหมายในการเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคมนี้ว่า ทุกเรื่องเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความร่วมมือต่างๆ ที่เกี่ยวที่พันกับปัญหาชายแดนภาคใต้ ซึ่งก็ต้องพูดคุยกัน