‘ชัชชาติ’ เปิดงบ กทม.ปี’70 วงเงิน 9.3 หมื่นล้าน เผย รายได้หายเกือบ 5 พันล้าน หลังรัฐลดค่าธรรมเนียมโอน ชี้ ต้องคุยชดเชยถ้าทำต่อ
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการพิจารณา ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 3) ประจำปีพุทธศักราช 2569 โดยมี น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุม นายชัชชาติให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า วันนี้เป็นวันสำคัญของสภากรุงเทพมหานครและฝ่ายบริหาร จะมีการพิจารณาข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570
“ต้องบอกว่าร่างข้อบัญญัติปีนี้มันขลุกขลิกนิดหน่อย เพราะอยู่ระหว่างช่วงการเลือกตั้งพอดี เพราะจริงๆ แล้วคนที่เสนอร่างข้อบัญญัติไม่ใช่ผม แต่เป็นปลัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งรักษาการอยู่ในขณะนั้น ตามกฎหมายกำหนดให้ยื่นข้อบัญญัติ 90 วัน ก่อนปีงบประมาณใหม่ ตรงกับต้นเดือนกรกฎาคม ซึ่งเข้ามาพอดี แต่ไม่ทัน” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า หลักการปีนี้ กรอบคือเราเสนอมา 93,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณแบบสมดุล เงินจะมีข้อสังเกตสำคัญอย่างหนึ่ง ปีนี้เราจะมีภาระค่าใช้จ่ายสำคัญขึ้นมา 6,000 ล้านบาท คือเป็นการจ่ายส่วนต่างระหว่างรายได้ BTS ส่วนต่อขยาย และที่ต้องไปจ้างเดินรถที่เราเก็บเงินได้
จะมีส่วนต่างอยู่ประมาณกว่า 5,000 ล้านบาท และมีค่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน ที่จ่ายให้กระทรวงการคลัง ซึ่งกระทรวงออกเงินไปก่อน รวม 6,000 ล้านบาท แต่ก่อนใช้เงินสะสมจ่ายขาดในการจ่ายหนี้ แต่ปีนี้ตามข้อแนะนำของสภาให้ตั้งเป็นงบประมาณจ่ายเป็นรายปีไปเลย
“เพราะฉะนั้น จากเงิน 93,000 ล้านบาท เราจะหักไป 6,000 ล้านบาท เหลือประมาณ 87,000 ล้านที่นำมาใช้บริหารจัดการได้ นอกจากนี้ จะมีเงินที่รัฐบาลสนับสนุนเข้ามาประมาณ 29,000 ล้านบาท รวมเงิน 2 ก้อน จะมีงบประมาณอยู่ที่ 122,000 ล้านบาท เงินส่วนใหญ่จากที่บอกจะหักไป 6,000 ล้าน ก็จะไปกินส่วนงบลงทุน ซึ่งงบลงทุนปีนี้จะประมาณ 18,000 ล้าน ซึ่งลดลงมาจากปีที่แล้ว ประมาณ 6,000 ล้าน” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวว่า ส่วนเงินที่เป็นเส้นเลือดฝอยที่ลงไปที่เขต ซึ่งใกล้เคียงกัน ประมาณ 6,600 ล้าน ถือว่ายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเส้นเลือดฝอยอยู่ แต่โครงการขนาดใหญ่ไม่ได้ทิ้ง มีโครงการที่ทำต่อเนื่องมาหลายเรื่องอยู่ในงบประมาณ ซึ่งไม่ใช่งบประมาณปีเดียว เป็นงบประมาณที่จ่ายต่อเนื่องกันไป
“ปีนี้จะเห็นว่ามีโครงการที่เริ่มใหม่ และมีภาระหนี้ผูกพันน้อยลง เหลือแค่ 14 โครงการ เป็นเงื่อนไขของงบประมาณที่เกิดขึ้น ข้อกังวลที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือเรื่องรายรับที่จะเข้ามา รายรับมี 2 ส่วน คือรายรับที่เราเก็บเอง คือเป็นส่วนภาษีโรงเรือนและภาษีป้ายต่างๆ ส่วนนี้ได้ตามเป้าไม่มีปัญหา ประมาณ 23,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นส่วนที่รัฐบาลเก็บให้ จะมีส่วนที่เป็นพวก VAT ภาษีอากร ค่าธรรมเนียมต่างๆ และเรื่องป้ายทะเบียนรถ”
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า สิ่งหนึ่งที่กระทบมากคือเรื่อง ‘ค่าธรรมเนียม’ เพราะรัฐบาลไปลดค่าธรรมเนียมการโอนในอสังหาริมทรัพย์ เหลือ 0.01% และเพิ่มวงเงิน แต่ก่อนเข้าใจว่ามูลค่าแค่ 3 ล้านบาท ตอนนี้ไปถึง 7 ล้านบาทแล้ว
“เห็นว่าเงินปีนี้เราจะหายไปเกือบ 5,000 ล้านบาทจากนโยบายของรัฐบาล ตรงนี้ต้องคุยกับรัฐบาลว่าจะชดเชยได้ไหม เพราะว่าเราไม่ได้ประมาณการตรงนี้ไว้ และอย่างที่บอกงบประมาณสมดุล คิดว่าปี 2569 ไม่น่ามีปัญหา แต่ถ้ารัฐบาลยังใช้นโยบายนี้ต่อไป ปี 2570 คงต้องคุยว่าจะมีการชดเชยส่วนไหนบ้าง”
“ส่วนเรื่องโอเพ่นดาต้า วันนี้เราจะเปิดเว็บไซต์ให้ประชาชนเข้ามาดูงบประมาณแบบโอเพ่นได้ และให้คำแนะนำว่าตรงไหนสมควรอย่างไร ช่วยกันดูให้รอบคอบมากขึ้น ชื่อเว็บไซต์ https://opencontract.bangkok.go.th/ เข้ามาดูได้และร่วมให้ความเห็น เพราะงบประมาณ เป็นของพวกเราทุกคน” นายชัชชาติกล่าวทิ้งท้าย


