พลพีร์ เปิดสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ต่างสำนักงานแบบออนไลน์ ครอบคลุมทุกสำนักงานทั่วประเทศ มุ่งยกระดับบริการอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ อำนวยประโยชน์ประชาชน
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาจตุจักร ถ.พหลโยธิน เขตจตุจักร นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิด “สำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ ต่างสำนักงานแบบออนไลน์ทั่วประเทศ” พร้อมยกระดับสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครและสาขารวม 17 แห่ง เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ โดยมีนายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายไตรรัตน์ เทพบริรักษ์ รองอธิบดีกรมที่ดิน นายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายพลพีร์ กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาแก้ไขปัญหา และสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมในทุกกระบวนงานของระบบราชการ เพื่อลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และออกแบบบริการจากความต้องการของประชาชนเป็นสำคัญ โดยหลักคิดสำคัญที่ตนอยากเน้นย้ำเสมอ คือการที่ส่วนราชการของกระทรวงมหาดไทยเป็น One Stop Service ประชาชนไม่ควรต้องเดินทางไกล ไม่ควรร้องยื่นเอกสารซ้ำ และไม่ควรต้องติดต่อหลายหน่วยงานเพื่อรับบริการเรื่องเดียวกัน ทุกหน่วยงานภาครัฐจะต้องทำงานเชื่อมโยงกัน และนำบริการเข้า ไปอยู่ใกล้ประชาชนให้มากที่สุด

นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า กรมที่ดินเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศ เพราะที่ดินเป็นทั้งที่อยู่อาศัย พื้นที่ประกอบอาชีพ ทรัพย์สินของครอบครัว และเป็นฐานสำคัญของการลงทุน การให้บริการด้านที่ดินที่รวดเร็ว ถูกต้อง และน่าเชื่อถือ จึงช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ สถาบันการเงิน และนักลงทุน ซึ่งที่ผ่านมา กรมที่ดินได้พัฒนาระบบสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์จนวันนี้ขยายการให้บริการครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด รวม 461 สำนักงานทั่วประเทศ ตลอดจนยกระดับสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครและสาขารวม 17 แห่ง ให้เป็นสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ทั้งระบบ ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ขอ คู่สัญญา และพยาน สามารถลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ในระบบได้แล้ว

นายพลพีร์ กล่าวว่า ขอชื่นชมผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมที่ดินทุกท่านที่ร่วมกันพัฒนาจนขยายผลได้อย่างเป็นรูปธรรมในวันนี้ โดยก้าวต่อไปของพวกเราทุกคน คือการที่ทำให้วิสัยทัศน์ของกรมที่ดิน มุ่งไปสู่การให้บริการประชาชนอย่างแท้จริง เพราะในวันนี้เรามี e-Service มีศูนย์บริการอิเล็กทรอนิกส์ครอบคลุมทั่วประเทศ โจทย์ต่อไปคือเราจะทำอย่างไรให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งตนเข้าใจดีว่าในกระบวนการในบางกรณีอาจจะต้องมีขั้นตอนที่ซับซ้อนเพราะบางโฉนดต้องเช็กข้อมูลกับกรมบังคับคดี หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะเจ้าของหรือครอบครัวผู้รับมรดกอาจไม่ทราบว่าโฉนดมีปัญหา โดนอายัด หรือมีคดีความอยู่ แต่ในอนาคตเราต้องบูรณาการข้อมูลหลังบ้านร่วมกัน วันนี้เราต้องสร้างการทำงานของส่วนราชการให้อยู่ภายใต้คำว่า “Anytime ,Anywhere” หรือการที่พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้ทุกที่ทุกเวลา จากเดิมที่ถ้าลงทะเบียนแล้ว 30 นาทีเสร็จ ก้าวต่อไปเราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้แต่ละขั้นตอนสามารถเสร็จภายใน 15 นาที และขับเคลื่อนไปสู่การเป็น Fully e-Document เพื่อให้การทำธุรกรรม ซื้อ ขาย โอน เซ็นเอกสารต่าง ๆ ทำได้สมบูรณ์บนระบบออนไลน์ และมีความถูกต้องตามกฎหมาย

นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า วันนี้ขอแสดงความยินดีกับกรมที่ดินที่ทำสำเร็จไปอีกก้าวหนึ่ง แต่ในมิติอื่นๆ เรายังหยุดยั้งไม่ได้ เพราะประชาชนอีกหลายล้านคนยังรอคอยโฉนดที่ดินของตนเองอยู่ ซึ่งตามแผนงานเดิมโครงการสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ ต่างสำนักงานแบบออนไลน์ทั่วประเทศ จะพัฒนาเสร็จสิ้นทั้งระบบในปี 2572 ตามเป้าหมาย แต่ในความมุ่งหวังของตน อยากขอให้ทุกท่านได้ขยับความสำเร็จของเป้าหมายขึ้นมาเป็นปี 2571 เพราะหากถึงปี 2572 อีก 3 ปี สำหรับเราอาจไม่นาน แต่ 3 ปีที่ประชาชนกำลังรอคอยบริการออนไลน์เต็มรูปแบบนั้นอาจนานเกินไป ถ้าเราลดเหลือ 2 ปี หรือปีครึ่งได้ ประชาชนคือผู้ได้กำไร
“การทำงานของชาวดินต้องยึดหลักสำคัญคือ 1.ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ลดเวลา ลดขั้นตอน ลดค่าใช้จ่าย 2.รักษาความถูกต้องและความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล 3.ใช้เทคโนโลยีเพิ่มความโปร่งใส ลดการทุจริต 4. บูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประการสุดท้าย ต้องไม่ทิ้งประชาชนกลุ่มใดไว้ข้างหลัง แม้เราจะพัฒนาดิจิทัลมากขึ้น แต่ประชาชนที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ยังคงจะต้องมีเจ้าหน้าที่ที่ช่วยดูแล ให้คำแนะนำ และอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่” นายพลพีร์ กล่าว





