หน้าแรก การเมือง BWG แจงส.ว. ม...

BWG แจงส.ว. มั่นใจระบบจัดการกากอุตสาหกรรม ยันบำบัดน้ำเสียแล้วใช้ในโรงงาน ไม่มีไหลออกด้านนอก

3.08.26 | 17:17 น.

ส.ว.แนะ ‘เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน’ เร่งสื่อสารเชิงรุกในข้อเท็จจริง ให้ประชาชนเข้าใจกระบวนการกำจัดขยะอุตสาหกรรม หลังลงพื้นที่รับฟังความจริง พร้อมร่วมพิสูจน์ระบบจัดการกากอุตสาหกรรมและระบบน้ำเสีย

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พล.ท.สุกิจ ทั่งทอง สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จ.สระบุรี ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคกลางตอนบน พร้อมนายนิทัศน์ อารีย์วงศ์สกุล รองประธานกรรมการ และคณะสมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่รับฟังข้อมูลความจริงเกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะและกากอุตสาหกรรมของบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG ใน ต.ห้วยแห้ง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยมีนายเลิศชัย สกลเสาวภาคย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นายตรีพงษ์ กลันทปุระ อุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมรับฟังข้อเท็จจริง

นายนิทัศน์กล่าวภายหลังรับฟังข้อมูลและลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณหลุมฝังกลบของ BWG ว่าบริษัทควรเพิ่มกลยุทธ์การสื่อสารเชิงรุกกับประชาชนและสังคมให้มากขึ้น เพื่อให้เข้าใจว่าธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรมเป็นกิจการที่สังคมมีความกังวลโดยธรรมชาติ เพราะหากประชาชนยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ในกระบวนการจัดการ เมื่อเกิดกระแสข่าวหรือข้อสงสัย ย่อมนำไปสู่ความกังวลและความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในความเป็นจริง

น.ส.นวลนิจ หงษ์วิวัฒน์ ส.ว. กล่าวว่า หลังได้รับฟังข้อมูลความจริงที่ชัดเจนของ BWG ทำให้เห็นว่าการกำจัดขยะเป็นประโยชน์ต่อโลก และเป็นภารกิจที่มีความสำคัญต่อระบบสิ่งแวดล้อมและภาคอุตสาหกรรมทั้งระบบ

ขณะที่ตัวแทนจาก BWG ยืนยันกับคณะ ส.ว.ว่า บริษัทพร้อมให้หน่วยงานภาครัฐและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เข้ารับทราบความเป็นจริงของบริษัทได้ตลอดเวลา เพราะมั่นใจในระบบฝังกลบของบริษัทที่ไม่ได้ใช้วิธีการขุดหลุมแล้วนำขยะลงไปฝังใต้ดินโดยตรงอย่างที่บางฝ่ายเข้าใจ แต่เป็นการใช้ระบบฝังกลบเชิงวิศวกรรม ที่มีการสร้างคันดิน ระบบรองพื้นวัสดุป้องกันการรั่วซึม ระบบรวบรวมน้ำชะกาก และระบบบำบัดน้ำเสียที่สามารถควบคุมไม่ให้น้ำจากพื้นที่จัดการของเสียไหลออกนอกระบบควบคุม

Advertisement

BWG อธิบายเพิ่มเติมว่า หัวใจสำคัญของการจัดการกากอุตสาหกรรมคือการควบคุมน้ำชะกาก ซึ่งเกิดจากความชื้นของของเสียหรือน้ำที่สัมผัสของเสียโดยตรง โดยน้ำดังกล่าวจะถูกรวบรวมเข้าสู่ระบบบำบัด ก่อนนำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ภายในพื้นที่ เช่น รดต้นไม้ รดถนน ลดฝุ่น และใช้ในกิจกรรมภายในโรงงาน ซึ่งทำให้จะไม่มีน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วไหลออกจากบริษัทในทุกทาง

สำหรับข้อกังวลว่า หากระบบป้องกันการรั่วซึมเกิดความเสียหายจะสามารตรวจพบได้อย่างไร บริษัทยืนยันว่า มีระบบบ่อสังเกตการณ์น้ำใต้ดินรอบพื้นที่ เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจเปรียบเทียบระหว่างทิศทางเหนือน้ำและท้ายน้ำใต้ดิน รวมถึงมีการตรวจติดตามน้ำใต้ดิน น้ำผิวดิน และคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามเงื่อนไขที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การจัดการของเสียของบริษัทยังได้แยกประเภทระหว่างของเสียไม่อันตราย และของเสียอันตราย ออกจากกัน โดยของเสียอันตรายจะต้องผ่านกระบวนการลดความเป็นอันตรายก่อนเข้าสู่หลุมฝังกลบ เช่น การปรับสภาพกรด-ด่าง และการทำให้ของเสียแข็งตัว เพื่อลดโอกาสการชะละลายของสารปนเปื้อน

ในส่วนกรณีคำสั่งตามมาตรา 39 ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ล่าสุดบริษัทได้ยื่นคำอุทธรณ์แล้ว โดยเห็นว่าควรแยกประเด็นให้ชัดระหว่างน้ำในระบบภายในโรงงาน กับน้ำทิ้งที่ระบายออกนอกโรงงาน เพราะการพบสารในระบบรวบรวมและบำบัดน้ำชะกาก ไม่ได้เท่ากับข้อพิสูจน์ว่ามีการปล่อยมลพิษออกสู่ลำน้ำสาธารณะ หากยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงชัดเจน

BWG ระบุเพิ่มเติมว่า พื้นที่ ต.ห้วยแห้ง และคลองตะเข้ เป็นระบบลุ่มน้ำที่มีหลายกิจกรรม ทั้งชุมชน เกษตรกรรม ปศุสัตว์ และโรงงานอุตสาหกรรม การตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษจึงควรพิจารณาทั้งระบบลุ่มน้ำ ไม่ควรสรุปจากผลตรวจเฉพาะจุดหรือข้อมูลบางช่วง

สำหรับการลงพื้นที่ของคณะ ส.ว.ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการรับฟังข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย โดยข้อเสนอสำคัญคือ คณะ ส.ว.แนะนำให้บริษัทเปิดข้อมูลความจริงและสื่อสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจว่าระบบกำจัดกากอุตสาหกรรมที่ถูกต้องทำงานอย่างไร และมีมาตรการใดในการป้องกันผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจแท้จริงต่อกระบวนการจัดการของเสียที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรมและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ทาง BWG จึงกลายเป็นสถานีแห่งการเรียรู้ของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ในการเข้าศึกษาดูงานด้านการจัดการกากอุตสาหกรรมที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 คณะอาจารย์และนักศึกษาสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้ขอเข้าศึกษาดูงานและเยี่ยมชมการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของ BWG โดยนักศึกษาที่เข้าร่วมชมกระบวนการทำงานจริงของการจัดการพื้นที่และการกำจัดกลิ่นที่ประสิทธิภาพระบุว่า สามารถสร้างมุมมองใหม่นอกห้องเรียน และเป็นการเปิดโอกาสการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์จากภาคปฏิบัติ

รศ.ดร.บุญชัย วิจิตรเสถียร หัวหน้าสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสุรนารี กล่าวว่า การพานักศึกษาออกจากรั้วมหาวิทยาลัยมาดูระบบจัดการของเสียอันตรายในสถานที่จริง โดยเฉพาะจากโรงงานที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และมีศักยภาพในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดโลกทัศน์ สร้างแรงบันดาลใจในวิชาชีพ และเป็นประโยชน์ต่อการเตรียมบุคลากรรุ่นใหม่ด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต